ปัญหาการดื่มของพ่อแม่

ถาม  ระยะหลังๆ มานี้สามีของดิฉันทำงานภายใต้ความกดดันเป็นอันมากและหันมาดื่มจัด เขาฉุนเฉียว บางครั้งก็ถึงกับรุนแรง มากจนเราไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรกับเขา ดูเหมือนว่าลูกๆ ของดิฉันจะวิตกและกระวนกระวาย ดิฉันควรจะพูดกับสามีหรือเปล่า หรือว่าดิฉันควรจะไม่ใส่ใจกับปัญหานี้และถือเสียว่ามันจะหมดไปเอง ดิฉันควรจะบอกลูกๆ ว่าอย่างไรคะ? ตอบ  สิ่งที่จำเป็นก็คือคุณต้องพูดกับทั้งสามีและลูกๆ ของคุณเกี่ยวกับปัญหานี้ จงอธิบายกับลูกๆ คุณว่าคุณพ่อของแกกำลังตกอยู่ใต้ความกดดันอย่างใหญ่หลวงและอธิบายว่ามันไม่ใช่สิ่งผิดปกติที่คนที่เครียดจัดๆ จะดื่มเหล้ามากขึ้นเพื่อเป็นการผ่อนคลายและให้ลืมปัญหาของพวกเขา จงอธิบายว่าในขณะที่เหล้ามักจะทำให้บรรเทาความเครียดลงได้ชั่วคราวนั้นมันก็ไม่เคยทำให้มีทางออกที่แท้จริงและมีแต่จะทำให้ดื่มหนักขึ้นเมื่อปัญหามันยังไม่หมดไป คุณสามารถพูดสิ่งเหล่านี้ได้โดยที่ไม่ต้องทำให้ดูเป็นว่าคุณพ่อของพวกแกงี่เง่าในเรื่องของความพยายามของเขาในการบรรเทาความเจ็บปวดนั้นเลย และถ้าคุณอธิบายว่าการบันดาลโทสะของเขาเป็นผลโดยตรงจากฤทธิ์ของเหล้า พวกแกก็จะเข้าใจต่อไปได้ว่าความผิดอยู่ที่เหล้า ไม่ใช่อยู่ที่คุณพ่อของพวกแก  จงบอกให้ลูกๆ ของคุณทราบว่าความกระวนกระวายและความวิตกกังวลของพวกแกเองนั้นเป็นที่เข้าใจได้อย่างเต็มที่ ถึงอย่างไรแกก็ไม่ได้เห็นคุณพ่อของแกเป็นอย่างที่เคยเห็น จงชี้ให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องทำให้ละอายหรือกลัว แต่การทีจะแก้มันได้ก็ต้องอาศัยการให้กำลังใจและความเข้าใจจากทุกคนในครอบครัว ที่เป็นที่น่าเสียใจก็คือเป็นการยากเหลือเกินที่จะทำให้คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดื่มเหล้ายอมรับความช่วยเหลือ แรกทีเดียวเขาต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงของปัญหาเสียก่อนแล้วจึงยอมรับความร้ายแรงของมัน… Read more »

การตำหนิเด็กอย่างไม่ยุติธรรม

ถาม  เมื่อใดก็ตามที่ลูกๆ ของพี่สาวของดิฉันทำให้พี่สาวของดิฉันผิดหวัง ได้คะแนนที่โรงเรียนไม่ดีหรือซุกซน เธอก็จะบอกลูกๆ ว่าพวกแก “ทำให้แม่ไม่มีความสุข” เนื่องจากพี่สาวของดิฉันมีอาการกลุ้มใจอยู่ตลอดเวลา ดิฉันจึงคิดว่าการพูดอย่างนี้กับลูกๆ เป็นสิ่งที่น่ากลัว เป็นไปได้ไหมคะที่ลูกๆ ของเธอจะคิดว่าพวกแกเป็นสาเหตุแห่งความทุกข์ของเธอ พ่อแม่ควรจะพูดอย่างนั้นไหมคะ? ตอบ  ไม่มีอะไรผิดสำหรับการที่พ่อแม่จะบอกลูกๆ ว่าการประพฤติผิดของพวกแกก่อให้เกิดความทุกข์และความไม่สบายใจ การพูดอย่างนี้จะช่วยให้เด็กรู้ว่าความประพฤติของตนนั้นส่งผลกระทบต่อคนอื่นได้จริงๆ ถ้าพ่อแม่หลีกเลี่ยงการแสดงความรู้สึกของตนที่มีต่อความประพฤติของลูกก็น่าจะเป็นได้ที่ลูกจะคิดว่า “พ่อแม่ฉันไม่ว่าอะไร” และจะไม่มีมาตรฐานหรือค่านิยมที่จะใช้เป็นแบบอย่างของความประพฤติของตน ขณะเดียวกันลูกๆ ก็คิดผิดอย่างแน่นอนถ้าคิดว่าพวกตนต้องรับผิดชอบต่อความรู้สึกทุกอย่างของพ่อแม่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการกระทำอย่างนั้นเป็นการเพิ่มภาระที่ไม่เป็นธรรมให้แก่ลูกและอาจจะเป็นผลร้ายต่อชีวิตของพวกเขา ถ้าพ่อหรือแม่จะต้องโกรธหรือกลุ้มใจเนื่องจากปัญหาส่วนตัวอย่างอื่นอย่างเห็นได้ชัดเป็นเวลานาน พ่อหรือแม่ก็ควรจะทำให้ลูกเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าลูกไม่ใช่ต้นเหตุเพียงอย่างเดียวของความเดือดร้อนนั้นๆ เป็นธรรมดาอยู่เองที่ลูกซึ่งทำคะแนนที่โรงเรียนได้ไม่ดีย่อมจะทำให้พ่อหรือแม่มีความตกอกตกใจอยู่บ้าง แต่อย่าให้มันหยุดอยู่เพียงแค่นั้น จงอธิบายกับลูกของคุณว่าคุณแน่ใจว่าพวกแกเองก็คงจะไม่มีความสุขกับคะแนนที่ต่ำของตนและคงจะภูมิใจในตัวพวกแกเองมากถ้าพวกแกทำงานให้หนักขึ้นเพื่อเป็นการปรับปรุง ถ้าทำอย่างนี้ปฏิกิริยาทางอารมณ์ของพ่อหรือแม่จะเป็นการช่วยชี้นำลูกในขณะเดียวกันก็จะทำให้พวกแกเกิดความสำนึกรับผิดชอบส่วนตัวสำหรับสวัสดิภาพทางอารมณ์ของพวกแกเอง ผมอยากจะเสริมว่าสิ่งที่มีความสำคัญเสมอก็คือการจำไว้ว่าลูกที่ซุกซนบ่อยๆ… Read more »

การที่เด็กรู้สึกผิด

ถาม  ลูกสาวอายุ ๑๕ ของดิฉันบอกว่าแกไม่อยากไปเยี่ยมคุณตาของแก ซึ่งอยู่ในสถานสงเคราะห์คนชรากับเราซึ่งเราไปเยี่ยมกันเป็นประจำ เมื่อดิฉันรบเร้าหนักเข้าแกก็บอกดิฉันว่าดิฉันเพียงแต่ “ทำให้แกรู้สึกผิด” แกพูดถูกหรือเปล่าคะ ในระยะหลังๆ นี้ดิฉันได้ยินเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกผิดมามากและดิฉันก็สับสน สภาพการณ์ที่จะทำให้คนเราควรจะรู้สึกผิดมีจริงหรือเปล่า ดิฉันควรจะเผชิญกับสถานการณ์นี้อย่างไรคะ? ตอบ  จงทำให้ลูกสาวคุณเข้าใจอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่ทำให้แกรู้สึกผิดก็คือมโนธรรมของแกนั่นเอง ไม่ใช่ความกดดันจากคุณ เห็นได้ชัดว่าแกมีสำนึกว่าอะไร “ถูก” และอะไร “ผิด” และถ้าตัวแกเองไม่รู้สึกว่าการปฏิเสธที่จะไปเยี่ยมคุณตาของแกเป็นสิ่งผิดแกก็จะรู้สึกผิดน้อยที่สุด การที่แกตำหนิคุณที่ทำให้แกไม่ได้รับความสะดวกสบายทำให้แกไม่ต้องเผชิญกับมโนธรรมที่ผิดของแกเอง และไม่ต้องเผชิญกับความรู้สึกที่มโนธรรมอันนั้นกระตุ้นให้เกิดขึ้น เป็นการดีที่จะยอมรับรู้ความรู้สึกของลูกสาวคุณและบอกให้แกทราบว่าคุณเข้าใจว่าการเยี่ยมอย่างนั้นดูเหมือนจะน่าเบื่อ ไม่น่าพึงพอใจหรือเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับแก แต่จงพูดจากับแกในเรื่องของความจริงที่ว่าการเยี่ยมนี้ก่อให้เกิดความปิติและความสุขขึ้นกับชีวิตของคุณตาของแก บอกว่าคุณสำนึกในความรับผิดชอบต่อท่านและอยากให้ท่านทราบว่าท่านยังเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่มีความรักต่อกัน ผมเชื่อว่าความรู้สึกผิดเป็นพลังในทางบวกอย่างหนึ่งในชีวิต  มันทำหน้าที่เป็นผู้ชี้นำในการเสริมพฤติกรรมที่เป็นที่ยอมรับในสังคมและมีประโยชน์ต่อผู้อื่น ในขณะที่คนเราประพฤติในลักษณะที่ขาดความเมตตากรุณาหรือเป็นการทำลายความรู้สึกผิดจะทำให้พวกเขาประเมินพฤติกรรมของตนใหม่และประพฤติในลักษณะที่เป็นการเกรงอกเกรงใจ มีเมตตากรุณามากขึ้นในอนาคต… Read more »

การอธิบายโรคลมให้เด็กเข้าใจ

ถาม  ลูกๆ ของดิฉันเล่นกับเพื่อนๆ ที่อยู่ในบ้านติดกันหลังหนึ่งเป็นประจำ เมื่อเร็วๆ นี้ปู่ของเด็กเหล่านั้นมาอยู่ด้วย เมื่อไม่นานมานี้ปู่ของเด็กเหล่านั้นเป็นโรคลม และแม้จะเห็นได้ชัดว่าท่านเป็นคนใจดีก็ดูเหมือนลูกๆ ของดิฉันเห็นว่าท่าน “แปลก” เนื่องจากการพูดของท่านไม่เป็นไปตามธรรมชาติและไม่สามารถจะเดินไปไหนมาไหนได้ง่ายๆ ลูกอายุ ๕ ขวบของดิฉันตกใจกลัวและวิ่งหนีเมื่อแกเป็นปู่ของเด็กเหล่านั้น และลูกอายุ ๗ ขวบของดิฉันถามดิฉันด้วยเสียงที่บอกความวิตกว่าแกจะ “เป็นอย่างนั้นในวันใดวันหนึ่งข้างหน้า” หรือเปล่า ดิฉันควรจะแสร้งทำเป็นว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรสำคัญดีหรือเปล่าคะ ดิฉันควรจะพูดว่าอย่างไร ตอบ  จงอธิบายให้ลูกๆ คุณเข้าใจว่าโรคลมเกิดขึ้นในขณะที่ก้อนเลือดไปขัดขวางการไหลของเลือดที่ไหลไปสู่สมองและทำให้สมองได้รับความเสียหาย จงบอกพวกแกว่าโรคนี้สามารถจะทำให้ความสามารถในการพูดหรือการเดินของบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้รับความกระทบกระเทือนได้ คนบางคนอาจจะหายจากโรคนี้ได้โดยเด็ดขาดแต่บางคนจะหายเพียงบางส่วนเท่านั้น จงชี้ให้พวกแกเห็นว่าแม้ว่าคนที่เป็นโรคลมจะพูดไม่ได้ พวกเขาก็อาจจะได้ยินและอาจจะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นไปรอบๆ ตัวได้ อย่าลังเลที่จะกระตุ้นให้พวกแกเห็นใจคนที่เป็นโรคนี้ด้วย… Read more »

การย้ายเข้าอยู่ในเมืองใหญ่

ถาม  ตั้งแต่ลูกๆ ของเรายังเป็นเด็กเล็ก เราอยู่ในย่านชานเมืองมาตลอด แต่ตอนเรากำลังจะย้ายเข้าเมืองเนื่องจากสามีของดิฉันมีตำแหน่งหน้าที่ทางการงานใหม่ ดิฉันรู้สึกเป็นทุกข์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดิฉันกลัวสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อนกว่าในเมืองซึ่งลูกๆ ของเราจะเข้าไปอยู่ และดิฉันอยากทราบว่าพอมีวิธีที่จะป้องกันลูกๆ ให้พ้นจากความตกใจที่ได้รู้เห็นเรื่องผู้คนและประสบการณ์หลายๆ ชนิดที่แตกต่างออกไปบ้างหรือเปล่า ตอนนี้ดิฉันอยากทราบด้วยว่าพวกแกจะปรับตัวให้เข้ากับโรงเรียนในเมืองซึ่งนักเรียนและครูมาจากวัฒนธรรมและภูมิหลังที่ลูกๆ ของเราไม่เคยชินนี้ได้หรือเปล่า คุณมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรคะ? ตอบ ผมรู้สึกว่าคุณจะเป็นทุกข์เกี่ยวกับสถานการณ์อย่างนี้มาก เกินความจำเป็นไปหน่อย-และความหวาดหวั่นของคุณก็จะทำให้ลูกๆ ของคุณรู้สึกได้แน่นอนและจะทำให้พวกแกรู้สึกอย่างเดียวกับคุณ ผมไม่ได้ตั้งใจจะแสดงให้เห็นว่าการย้ายครอบครัวเป็นเรื่องประจำวันหรือแสดงให้เห็นว่ามันไม่ใช่จะไม่ทำอะไร ให้พังทะลายได้ แต่ประสบการณ์ที่ไม่ราบรื่นมักจะกลายเป็นประสบการณ์ในทางบวกที่นำไปสู่การผจญภัย ความตื่นเต้น และความเจริญงอกงาม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าครอบครัวคุณจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ แต่การปรับตัวนี้จะสอนให้ลูกๆ คุณรู้วิธีปรับตัวให้เข้ากับผู้คนทั้งหลายและวิธีดำรงชีวิต ผมคิดว่าทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะเหล่านี้เพื่อที่จะเผชิญกับความแตกต่างอย่างมหาศาลในธรรมชาติของมนุษย์ ภูมิหลังทางวัฒนธรรมและสิ่งจำเป็นต่างๆ ที่ชีวิตบังคับให้เราต้องทำ เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อม… Read more »

การเคารพชีวิตส่วนตัวของเด็ก

ถาม  ถ้าดิฉันบอกคนอื่นในเรื่องของการเรียนเพื่อนฝูงหรือกิจกรรมต่างๆ ของลูกๆ ต่อหน้าพวกแก แกจะหัวเสียมาก จากนั้นถ้าดิฉันหยุดและบอกให้ลูกชายหรือลูกสาวเล่าเรื่องต่อไปก็ดูเหมือนจะทำให้สิ่งต่างๆ ยิ่งเลวร้าย และพวกแกปฏิเสธไม่ยอมพูดอะไรเลย อะไรคือปัญหาคะ พวกแกอยากจะเล่าเรื่องเองหรือเปล่า หรือว่าพวกแกไม่ต้องการให้ใครพูดเรื่องเหล่านั้นเลย? ตอบ  เด็กที่มีความอ่อนไหวส่วนใหญ่จะมีปฏิกิริยาโกรธเมื่อผู้ใหญ่เปิดเผยเรื่องส่วนตัวของพวกแกโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเสียก่อน ลูกๆ ของคุณเล่าความเป็นไปในชีวิตของพวกแกให้คุณฟังเพียงคนเดียวและความพิเศษที่พวกแกรู้สึกว่ามีร่วมกันในการบอกข่าวกับคุณนั้นถูกละเมิดในลักษณะหนึ่ง ลองนึกเอาเองก็ได้ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรถ้าลูกๆ ของคุณเที่ยวประกาศอย่างเสรีกับใครต่อใครว่าคุณพ่อของแกเบื่องานหรือคุณหมั่นไส้เพื่อนบ้าน ในทำนองเดียวกันลูกๆของคุณที่รู้สึกว่าการเรียน เพื่อนฝูงและ กิจกรรมต่างๆ ของพวกแกเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกแกที่เอามาพูดกับคุณได้-แต่ไม่ได้เป็นเรื่องที่จะต้องเอาไปเล่าให้คนทั่วไปทราบเสมอไป คุณต้องเคารพความรู้สึกเหล่านี้ถ้าคุณอยากให้ลูกสื่อความหมายอย่างเปิดเผยกับคุณ คุณสามารถจะหลีกเลี่ยงความหัวเสียและความโกรธของพวกแกได้ด้วยการบอกว่า “ลูกจะว่าอะไรไหมถ้าแม่จะเล่าสิ่งที่ลูกบอกแม่เกี่ยวกับเพื่อนใหม่ที่ลูกคบที่โรงเรียนให้เฮเลนฟัง ? ” ในลักษณะนี้คุณก็จะเคารพความลับส่วนตัวและศักดิ์ศรีของพวกแกและยังเป็นการแสดงให้พวกแกเห็นวิธีจัดการกับเรื่องราวที่เกี่ยวกับครอบครัวโดยที่ไม่ต้องทำให้เกิดความกระอักกระอ่วนใจด้วย ที่มา:ดร.ลี  ซอลค์

ความรับผิดชอบต่อห้องที่รกรุงรัง

ถาม  แม้ว่าดิฉันจะขอร้องให้ลูกชายอายุ ๑๒ ดูแลห้องของแกให้สะอาดแกก็ไม่ทำอะไรเลย ในที่สุดวันหนึ่งดิฉันก็เข้าไปในห้องของแกและหอบเอานิตยสาร หนังสือพิมพ์ และแม้แต่ถุงเท้าและของเล่น ออกมาโยนใส่ถังขยะ  การทำอย่างนี้ก่อให้เกิดความตื่นตกใจขึ้นในบ้านของเรา ดูเหมือนลูกชายดิฉันจะรู้สึกว่าห้องของแกเป็นเขตหวงห้ามเต็มที่และสามารถที่จะทำอะไรในห้องนั้นได้ตามใจชอบ แต่ดิฉันรู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ของแกที่จะต้องดูแลให้ห้องของแกสะอาด และถ้าแกไม่ทำดิฉันก็สามารถจะเอาอะไรขว้างทิ้งตามที่ดิฉันต้องการได้ ที่ดิฉันทำไปนั้นผิดหรือเปล่า ห้องของลูกเป็นอาณาเขตของแกหรือเปล่า เราจะแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่างไรคะ ? ตอบ ห้องของแกจะเป็นเขตหวงห้ามเต็มที่สำหรับคุณไม่ได้ เพราะมันเป็นหน้าที่ของคุณที่จะดูแลรักษาบ้าน อย่างไรก็ตาม อันนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเข้าไปในห้องของแกโดยเสรีได้ทุกเวลา คุณจะต้องแสดงให้เห็นความเคารพในความรู้สึก และข้าวของส่วนตัวของลูกชาย ผมสามารถจะเข้าใจความคับข้องใจของคุณเกี่ยวกับการสะสมสิ่งต่างๆ ที่คุณรู้สึกว่าไม่มีประโยชน์นั้นได้ อย่างไรก็คตามสิ่งเหล่านั้นอาจจะมีความสำคัญสำหรับ เขาก็ได้ จงขอโทษลูกชายคุณที่คุณได้ใช้ตการเฉียบขาดแบบนั้นไป แต่ก็จงอธิบายว่าคุณคับข้องใจจนทนไม่ไหวจึงต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง จงบอกให้แกทราบว่าคุณต้องการให้แกมีอะไรเป็นส่วนสัดเฉพาะตัวของแกและมีสิทธิ์ที่จะเก็บเอาข้าวของอะไรไว้ก็ได้… Read more »

แม่ที่ทำงานนอกบ้านกับแม่เลี้ยงที่เป็นคนทำงานในบ้าน

ถาม  อดีตสามีของดิฉันแต่งงานใหม่และภรรยาของเขาทำขนมปังเย็บม่านและใช้เวลาส่วนใหญ่จัดบ้านให้สวยงาม ดิฉันไม่ได้แต่งงานใหม่และขณะนี้กำลังทำงาน ดิฉันกำลังตื่นเต้นกับการพัฒนาอาชีพของตัวเอง ปัญหาเป็นเรื่องลูกสาวอายุ ๑๐ ปีและลูกชายอายุ ๘ปีของดิฉัน พวกแกรักแม่เลี้ยงคนใหม่ พูดถึงขนมคุกกี้ที่เธอทำและรอยปะที่เธอเย็บกางเกงยีนของพวกแก สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ฉันไม่สนใจจะทำแม้จะมีเวลาก็ตาม ดิฉันอยากให้ลูกๆ คิดว่าดิฉันเป็นคนดีเยี่ยมเหมือนกัน ดิฉันควรจะบังคับตัวเองให้ทำขนมปังและเย็บผ้าแม้ว่าดิฉันจะไม่สนใจทำอย่างนั้นหรือเปล่าคะ? ตอบ  ความรู้สึกของคุณเป็นที่เข้าใจได้อย่างสมบูรณ์ ในแง่หนึ่งคุณรู้สึกว่าการที่ลูกๆ คุณยกย่องแม่เลี้ยงของพวกแกนั้นเป็นการคุกคามความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับพวกแก แต่คุณต้องหลีกเลี่ยงที่จะแข่งขันกับเธอในทุกวิถีทาง ถ้าคุณทำให้เรื่องนี้กลายเป็นปัญหา ลูกๆ ของคุณจะได้รับความเดือดร้อน พวกแกจะได้รับความเสียหายจากความรู้สึกว่าไม่จงรักภักดีและการรู้สึกผิดแทนที่จะมีอิสระในการชื่นชมสิ่งที่ดีที่สุดที่แม่ทั้งสองคนเสนอให้ ขณะนี้อาจจะเป็นการยากสำหรับลูกๆ ของคุณในการมีส่วนร่วมในความตื่นเต้นใหม่ที่คุณรู้สึกต่องานของคุณเพราะพวกแกไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อย่างไรก็ตามถ้าคุณให้พวกแกไปเยี่ยมที่ทำงานของคุณ ให้พบปะกับเพื่อนร่วมงานที่คุณชอบ และพูดถึงสิ่งที่คุณกำลังทำกับพวกแก ผมก็มั่นใจว่าในที่สุดพวกแกก็จะพูดกับแม่เลี้ยงด้วยความภูมิใจในกิจกรรมของคุณมากเท่าๆ กับที่พวกแกพูดถึงกิจกรรมของเธอกับคุณ… Read more »

เด็กที่ไม่มีวินัย

ถาม  สามีของพี่สาวดิฉันเสียชีวิตหลายปีมาแล้วและพี่สาวของดิฉันก็เลี้ยงลูกชายอายุ ๘ ขวบด้วยตัวเอง ปัญหามีอยู่ว่าเด็กคนนี้ขาดวินัยและเกเรเอามากๆ เมื่อคืนนี้แกบันดาลโทสะตามอย่างที่เคยทำให้ภัตตาคารแห่งหนึ่งและแม่ของแกก็แทบจะไม่ได้ทำอะไรเพื่อให้แกสงบลงเลย สามีของดิฉันกับดิฉันเป็นเพียงครอบครัวเดียวของหลานชายเราและเราก็รู้สึกว่าจะต้องรับผิดชอบต่อการเลี้ยงดูเด็กคนนี้ด้วย แต่เราก็ยังลังเลที่จะแก้ไขความประพฤติของแกในขณะที่แม่ของแกอยู่ที่นั่นด้วยและก็ดูเหมือนว่าจะไม่รู้สึกร้อนหนาวกับความประพฤติของลูกเลย เราควรจะทำอย่างไรดีคะ? ตอบ ผมคิดว่าคุณไม่ควรจะเข้าไปก้าวก่ายการเลี้ยงลูกของพี่สาวคุณโดยตรง มันอาจจะไม่เพียงแต่ทำให้เด็กสับสนจากการที่ต้องเผชิญกับแหล่งอำนาจสองแหล่งเท่านั้น แต่อาจจะทำให้พี่สาวคุณไม่พอใจคุณได้ด้วย มันอาจจะเป็นการบั่นทอนฐานะของพี่สาวคุณที่มีต่อลูกชายเธอและทำให้สถานการณ์ที่เลวอยู่แล้วนั้นยิ่งเลวร้ายลงไปอีกได้ ผมขอแนะนำให้คุณหาเวลาอยู่กับพี่สาวตามลำพัง คุยกันตามสบายและรู้สึกเป็นอิสระที่จะปรึกษาหารือเรื่องสำคัญๆ อย่างเปิดเผยในลักษณะที่ไม่เป็นการข่มขู่ จงคุยเรื่องความรู้สึกของพี่สาวคุณในการเลี้ยงลูกตามลำพังจงให้โอกาสเธอแสดงความรู้สึกออกมา คุณอาจจะพบว่าเธอต้องการความช่วยเหลือจากคุณเป็นอันมากก็ได้และตอนนั้นก็จะเป็นเวลาที่ เหมาะสำหรับการเสนอให้ความช่วยเหลือ คุณอาจจะระบุออกมาได้ว่าคุณสังเกตุเห็นแล้วว่าการจัดการกับลูกชายของเธอในบางสถานการณ์นั้นมันยากเพียงใด และจากปฏิกิริยาของเธอคุณก็สามารถจะหยั่งความสามารถของเธอในการที่จะรับคำแนะนำของคุณเกี่ยวกับความประพฤติของลูกชายเธอได้ ในขณะนั้นคุณสามารถจะอธิบายอย่างรู้กาละเทศะให้เธอฟังว่าเด็กมีความต้องการความเสมอต้นเสมอปลายอย่างมั่นคงในการสร้างกฎและระเบียบมากเพียงใด แนวทางนี้สามารถทำให้คุณกับพี่สาวใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นได้ และทำให้คุณเสนอความช่วยเหลือที่คุณรู้สึกว่าเธอต้องการได้ด้วย แต่ด้วยการกระโดดเข้าแทรกในสถานการณ์โดยตรงและตักเตือนลูกชายของพี่สาวคุณในที่สาธารณะ ผมเกรงว่าคุณอาจจะสร้างความตึงเครียดทางอารมณ์ให้สูงขึ้นซึ่งจะไม่ช่วยแก้สถานการณ์ได้และอาจจะทำให้สถานการณ์เลวลงมากกว่า ที่มา:ดร.ลี  ซอลค์

การผิดสัญญาที่ให้ไว้กับเด็ก

ถาม  สามีของดิฉันสัญญาเสมอว่าจะให้สิ่งต่างๆ ซึ่งในบั้นปลายเขาให้ไม่ได้ ดิฉันวิตกกับเรื่องนี้โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวกับลูกๆ ของเรา เขาบอกพวกแกว่าจะซื้อมอเตอร์ไซค์ให้พวกแกหรือพาพวกแกไปทัศนาจรแบบตั้งแค้มป์ และเขาก็ตั้งใจจะทำอย่างที่พูดในขณะที่พูดออกมา แต่ลงท้ายแผนและคำสัญญาเหล่านี้ก็แทบจะเป็นจริงขึ้นมาไม่ได้ แล้วลูกๆ ก็แปลกใจและผิดหวัง ดิฉันถูกไหมคะที่คิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาร้ายแรง หรือว่ามันไม่ใช่สิ่งที่จะต้องกังวลถึง ดิฉันไม่อยากทำให้สามีเสียหน้าต่อหน้าลูกๆ แต่ดิฉันก็คิดว่าดิฉันควรจะพูดออกมาในขณะที่เขาพูดพร่ำถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาจะทำหรือซื้อให้ลูกๆ และไม่เคยทำหรือซื้อเลย ตอบ  ผมเชื่อว่าคุณเป็นฝ่ายถูกอย่างเต็มที่ในการที่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาร้ายแรง ย่อมจะเป็นที่เข้าใจกันได้ว่าลูกจะหมดความเชื่อถือพ่อแม่ที่ให้สัญญาแล้วก็ไม่ทำตาม สิ่งที่ทำให้พวกแกเสียใจมากที่สุดนั้นไม่ใช่รถมอเตอร์ไซค์หรือการไปพักผ่อนในวันหยุดที่ไม่เคยเป็นจริง แต่ได้แก่ความจริงที่ว่าพวกแกไม่อาจยึดถือคำพูดของพ่อแม่ได้ ความไม่ไว้วางใจของพวกแกก่อให้เกิดผลที่เป็นทุกข์ กล่าวคือลูกๆ จะเริ่มไม่แยแสต่อแนวทาง หรือคำแนะนำของพ่อแม่ ลูกๆ จะสงสัยความจริงใจของการสนับสนุนทางอารมณ์หรือคำรับรองที่พ่อแม่ให้ในระยะที่พวกแกมีความตึงเครียดหรือความสับสน และลูกๆ อาจจะถึงกับไม่แน่ใจว่าพวกแกเป็นที่รักของพ่อแม่จริงหรือเปล่า ผมคิดว่าคุณควรจะพูดคุยกับสามีของคุณอย่างจริงจังที่สุด เกี่ยวกับผลที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่เขาไม่สามารถทำตามสัญญาได้… Read more »