Author Archives: author

ของขวัญวันเกิดจากลูก

ยิ้มแล้วสวมมัน-มันคือความคิดที่มีความหมาย ถาม  ดิฉันรู้สึกประทับใจที่ลูกสาวอายุ ๘ ขวบ และลูกชายอายุ ๑๐ ขวบของดิฉันได้สะสมเงินส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายของพวกแกไว้เพื่อซื้อของขวัญวันเกิดให้ดิฉัน แต่พอดิฉันแกะกล่องออกและพบเสื้อสีม่วงที่มีนกสีเหลืองประดับดิฉันก็ตกใจเล็กน้อย ดิฉันขอบใจลูกๆ อย่างมากมาย และทีนี้พวกแกก็ถามดิฉันว่าเมื่อไหร่ดิฉันจึงจะสวมเสื้อตัวนี้ ดิฉันควรจะสวมทั้งๆ ที่มันจะทำให้ดิฉันดูน่าหัวเราะหรือเปล่าคะ? ตอบ  จงยิ้มแล้วสวมมันเสีย มันคือความคิดที่มีความหมายและไม่ใช่เป็นของขวัญ ลูกๆ ของคุณได้ใช้วิจารณญาณที่ดีที่สุดของพวกแกแล้ว และคงจะทำอะไรกันมากมายเพื่อที่จะทำให้คุณมีความสุข ความพยายามของพวกแกและความรักที่เสื้อตัวนั้นเป็นเครื่องหมายคือของขวัญวันเกิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่คุณจะได้รับ ถ้าคุณมองมันในแง่นี้คุณจะทราบได้ว่าความประณีตบรรจงเกี่ยวกับแฟชั่นของคุณจะไม่มีความสำคัญเท่าความจริงใจของการกระทำของพวกแกได้เลย จงสวมเสื้อตัวนี้ด้วยความภาคภูมิใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่พวกแกอยู่ด้วย และถ้าคุณรู้สึกว่ามันมีความจำเป็นก็จงประกาศให้ทุกคนที่เห็นคุณทราบแต่เพียงว่า “นี่คือของขวัญจากลูกๆ ของฉัน” บางทีถ้าเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคตและคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะสวมของขวัญชิ้นนั้นได้จริงๆ คุณก็สามารถจะแสดงให้เห็นความกระตือรือร้นของคุณได้ด้วยการบอกว่า “พวกลูกช่างใจดีเหลือเกินที่ซื้อเสื้อมาให้แม่ มันเป็นสิ่งที่แม่ต้องการและแม่ชอบมันมาก… Read more »

ความปรวนแปรของอารมณ์ผู้ใหญ่

ถาม  ดิฉันมีความปรวนแปรทางอารมณ์ที่ดูเหมือนว่าเกิดขึ้นโดยหาเหตุผลที่ชัดแจ้งไม่ได้ สิ่งต่างๆ จะดูเหมือนสวยงามแล้วจู่ๆ ดิฉันก็จมดิ่งลงสู่ความหัวเสียหรือไม่เช่นนั้นก็ถึงกับหมดหวังไปเลย ลูกสาวของดิฉันบอกว่าการเป็นอย่างนี้เนื่องมาจากความไม่สมดุลย์ทางเคมีของร่างกาย เรื่องนี้เป็นไปได้ไหมคะ หรือว่าทั้งหมดมันเนื่องมาจากปัจจัยทางอารมณ์? ตอบ  ความปรวนแปรทางอารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ แบบนั้นมีสาเหตุมาจากความไม่สมดุลย์ทางเคมีหรือทางฮอร์โมนของร่างกายแน่นอน ในระยะหลายปีที่ผ่านมานี้แพทย์รักษาอาการโศกซึมแบบนี้ที่ต้นตอของมันและได้รับผลที่น่าพอใจมาก ทั้งนี้ด้วยการให้ยาเพื่อแก้ไขความไม่สมดุลย์นี้และเพื่อทำให้คนไข้มีความรู้สึกสบายดีตามปกติ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าปัจจัยในอดีตของบุคคลหนึ่งหรือปัญหาในปัจจุบันก็มีส่วนเป็นสาเหตุด้วย ถ้ามีความไม่สมดุลย์ทางเคมีอยู่ การรับมือกับความตึงเครียดทางอารมณ์ก็ทำได้ยากขึ้น ในเวลาที่ผ่านมาถ้าคุณมีความโน้มเอียงทางจิตวิทยาที่จะมีความรู้สึก “เศร้า” ก็หมายความว่าสามารถจะรุนแรงขึ้นได้จากทัศนคติหรือความขัดแย้งในใจในอดีตหรือจากปัญหาในปัจจุบัน เช่น หลังการคลอดบุตรจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันในดุลย์ของฮอร์โมนในร่างกายของหญิงซึ่งอาจจะทำให้ผู้หญิงคนนี้มีอาการโศกซึมหลังการคลอดบุตรได้ง่าย ถ้าผู้หญิงคนใดคนหนึ่งมีความรู้สึกสับสนเกี่ยวกับการเป็นแม่ สภาพทางทางร่างกายของเธอก็มีส่วนทำให้ปฏิกิริยาทางอารมณ์ของเธอรุนแรงขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคุณก็คือการไปให้แพทย์ตรวจ จงทำให้เป็นที่แน่ใจได้ว่าคุณได้เล่าประวัติของความปรวนแปรทางอารมณ์ของคุณโดยละเอียดถี่ถ้วนว่าความปรวนแปรมันเกิดขึ้นในขณะใดและดูเหมือนว่าสิ่งใดจะก่อให้มันเกิดขึ้น ต่อจากนั้นแพทย์ก็จะสามารถลงมือทดสอบเพื่อระบุลักษณะหรือชนิดของอาการโศกซึมของคุณได้ชัดเจนขึ้นและระบุได้ว่าควรจะบำบัดรักษาด้วยวิธีไหน ที่มา:ดร.ลี  ซอลค์

ความเศร้าจากการตายของสัตว์เลี้ยง

ถาม  สุนัขของครอบครัวเราถูกรถยนต์ชนตาย แน่ละพวกเราทุกคนพากันเศร้าใจ แต่ลูกสาวอายุ ๑๐ ปีของเราเป็นเอามากกว่าคนอื่น ตอนนี้สุนัขตายไปหนึ่งสัปดาห์แล้วและดูเหมือนแกยังเสียใจและร้องให้รำพันถึง “แซนดี้ที่น่าสงสาร” อยู่ การที่เด็กคร่ำครวญอย่างนี้เป็นไปตามธรรมชาติหรือเปล่าคะ พี่ชายอายุ ๑๒ ของแกก็รู้สึกเสียใจมากเหมือนกัน แต่ดูเหมือนแกจะทำใจได้ ตอบ  ถูกแล้ว  มันเป็นธรรรมชาติสำหรับเด็กที่จะมีปฏิกิริยาอย่างนี้หลังจากการตายอย่างกระทันหันของสัตว์เลี้ยงที่แกรัก ในขณะที่มันทำให้ทุกคนที่อยู่รอบข้างแกไม่สบายใจเป็นอันมากในการเห็นปฏิกิริยาของแกนั้น มันก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกอ่อนไหวและขีดความสามารถในการรักอย่างลึกซึ้งของลูกคุณและคุณก็ควรจะยอมรับความรู้สึกของแกในขณะที่ให้กำลังใจให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ จงบอกแกว่าคุณเข้าใจความรู้สึกของแกและเห็นด้วยกับแกว่าจะไม่มีสัตว์เลี้ยงตัวอื่นใดเหมือนแซนดี้ได้จริงๆ เลย แต่ในขณะเดียวกันคุณก็ต้องคิดถึงการคิดหาสุนัขตัวใหม่มาเลี้ยงในครอบครัวและขอให้แกช่วยเลือกสุนัขตัวใหม่นี้ ความเด็ดเดี่ยวของลูกชายคุณที่มีต่อการตายของสุนัขในการตัดใจในระยะสั้นกว่านั้นก็ไม่ได้หมายความว่าแกกล้าหาญกว่าหรือมีความรู้สึกอ่อนไหวน้อยกว่า มันหมายถึงแต่เพียงว่าแกมีความสัมพันธ์กับสุนัขตัวนี้น้อยกว่าหรือเพียงแต่มีอารมณ์แตกต่างออกไปเท่านั้น ที่มา:ดร.ลี  ซอลค์

การทำให้การย้ายที่อยู่ของครอบครัวง่ายขึ้น

ถาม  ในขณะที่การย้ายที่อยู่ของครอบครัวไม่ได้เป็นโศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนั้น สำหรับพวกเราในขณะนี้ดูเหมือนมันจะเป็นอย่างนั้น เราจะต้องย้ายที่อยู่ของครอบครัว ไม่เช่นนั้นแล้วสามีของดิฉันอาจจะต้องสูญเสียตำแหน่งงานที่ดีเยี่ยมไป ลูกๆ ของดิฉันร้องไห้เพราะพวกแกไม่อยากออกจากชุมชนแห่งนี้ไปเพราะชุมชนนี้เป็นที่ๆ พวกแกเคยอยู่และเป็นที่ซึ่งเพื่อนๆ ของแกอยู่ เราจะทำให้การย้ายที่อยู่ครั้งนี้ง่ายขึ้นสำหรับพวกแกได้อย่างไรคะ? ตอบ  จงบอกลูกๆ ของคุณว่าความอบอุ่น ความรักและความรู้สึกมั่นคงที่พวกคุณทุกคนรู้สึกในฐานะที่เป็นครอบครัวหนึ่งนั้นมาจากการมีส่วนร่วมไม่เฉพาะแต่ในความสุขเท่านั้นแต่ยังมาจากการมีส่วนร่วมในวิกฤตการณ์ด้วย จงอธิบายว่าถ้าคุณมีทางเลือกของคุณเองการย้ายที่อยู่ครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้น แต่เนื่องจากมันกำลังจะเกิดขึ้นคุณก็จะทำทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่คุณมีอำนาจเพื่อทำให้มันเป็นที่น่าพึงพอใจ คุณอาจจะเริ่มต้นด้วยการเน้นการผจญภัยที่ติดอยุ่กับการย้ายที่อยู่ก็ได้เหมือนกัน เน้นว่าถึงแม้ตอนนี้มันจะดูน่ากลัว แต่เพื่อนใหม่ที่พวกแกจะมีและโอกาสใหม่ที่พวกแกจะได้ก็น่าตื่นเต้นมาก ผมไม่คิดว่าคุณจะพูดให้ตื่นเต้นเกินไปถ้าคุณจะชี้ให้เห็นว่าตลอดประวัติศาสตร์นั้นบรรพบุรุษจะย้ายที่อยู่บ่อยๆ เพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ๆ และสำรวจเขตแดนใหม่ จงบอกให้พวกแกทราบว่าพวกไพโอเนียร์หรือนักบุกเบิกก็มีความรู้สึกต่างๆ ปะปนกันเหมือนกัน พวกเขามองออกไป ตั้งความหวังและความปรารถนาที่จะมีชีวิตที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็กลัว วิตกกังวลและรู้ว่าสิ่งต่างๆ อาจจะไม่เป็นไปตามที่พวกเขาต้องการจะให้มันเป็นก็ได้ บางทีการพาเด็กๆ… Read more »

การอธิบายโรคหัวใจกำเริบให้ลูกๆฟัง

ถาม  คุณพ่อของดิฉันเป็นคนที่มีสุขภาพสมบูรณ์มาตลอดชีวิตท่านแล้วอยู่ๆ พออายุได้ ๖๗ ท่านก็เป็นโรคหัวใจ เราควรจะบอกให้ลูกๆ ของเราทราบเรื่องความเจ็บป่วยของคุณตาของพวกแกหรือเปล่า หรือว่าการบอกจะทำให้พวกแกวิตกกังวลโดยไม่จำเป็นว่าโรคนี้อาจจะเกิดขึ้นกับพวกแกได้? ตอบ  การปิดบังความจริงด้วยการแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับคุณพ่อของคุณนั้นมีแต่จะทำให้ลูกๆ ของคุณหมดความเชื่อถือในตัวคุณเท่านั้น ถ้าคุณปกปิดข่าวสารที่สำคัญไว้ไม่ให้พวกแกทราบ พวกแกก็จะไปแสวงหาคนอื่นให้เป็นแหล่งข่าว และคนอื่นอาจจะไม่ให้ข่าวเที่ยงตรงและด้วยความสุภาพเท่ากับคุณยิ่งกว่านั้นในขณะที่ลูกมีความรู้สึกแปลกแยกจากครอบครัวก็เป็นการยากที่พวกแกจะรู้สึกมั่นคงในความรักของพ่อแม่ ถึงอย่างไรถ้าคุณไม่ซื่อสัตย์กับพวกแกในเรื่องข้อเท็จจริงที่สำคัญบางอย่างแล้ว พวกแกจะเชื่อคุณในขณะที่คุณบอกข้อเท็จจริงอื่นๆได้อย่างไร อย่างเช่นข้อเท็จจริงที่ว่าคุณรักพวกแกเป็นต้น จงอธิบายให้ลูกคุณทราบว่าโรคหัวใจคืออะไร จงบอกว่าเราพอจะรู้อยู่บ้างว่าเพราะอะไรคนเราจึงเป็นโรคหัวใจและบอกพวกแกว่าโรคนี้มักจะป้องกันได้ ถ้าคุณทำอย่างนั้นคุณก็จะระบุได้อย่างรวดเร็วว่าพวกแกไม่จำเป็นต้องวิตกกับการที่จะเป็นโรคเดียวกับคุณตาในตอนนี้และระบุได้ด้วยว่าพวกแกสามารถจะควบคุมไม่ให้ตัวเองเป็นโรคนี้ในภายหลังได้บ้าง อย่างไรก็ตาม ถ้าลูกๆ ของคุณวิตกกับสวัสดิภาพของคุณตาของพวกแก ความเป็นห่วงของพวกแกก็เป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้วและคุณก็ควรจะแสดงความเป็นห่วงของคุณเองต่อท่านออกมาด้วย แต่ถึงอย่างไรก็จงยืนยันกับพวกแกว่าท่านกำลังได้รับการรักษาพยาบาลอย่างดีเยี่ยม ท่านสบายดีและถ้าท่านพักผ่อนอย่างถูกต้องก็เป็นไปได้ที่โรคของท่านจะหายและมีชีวิตยืนยาวต่อไปได้ จงอธิบายว่าไม่มีใครบอกว่าโรคนี้ก่อให้เกิดความเสียหายมากน้อยขนาดไหน แต่ถ้าบุคคลใดที่เอาตัวรอดจากโรคหัวใจกำเริบนี้ได้เขาก็มักจะดูแลตัวเองดีขึ้นกว่าที่เคยทำมาและก็อาจจะมีผลทำให้สุขภาพสมบูรณ์ขึ้นกว่าเดิมได้ อย่าวิตกกับการที่ลูกๆ คุณเป็นห่วงคุณตาของพวกแกให้มากเกินไป… Read more »

ปัญหาการดื่มของพ่อแม่

ถาม  ระยะหลังๆ มานี้สามีของดิฉันทำงานภายใต้ความกดดันเป็นอันมากและหันมาดื่มจัด เขาฉุนเฉียว บางครั้งก็ถึงกับรุนแรง มากจนเราไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรกับเขา ดูเหมือนว่าลูกๆ ของดิฉันจะวิตกและกระวนกระวาย ดิฉันควรจะพูดกับสามีหรือเปล่า หรือว่าดิฉันควรจะไม่ใส่ใจกับปัญหานี้และถือเสียว่ามันจะหมดไปเอง ดิฉันควรจะบอกลูกๆ ว่าอย่างไรคะ? ตอบ  สิ่งที่จำเป็นก็คือคุณต้องพูดกับทั้งสามีและลูกๆ ของคุณเกี่ยวกับปัญหานี้ จงอธิบายกับลูกๆ คุณว่าคุณพ่อของแกกำลังตกอยู่ใต้ความกดดันอย่างใหญ่หลวงและอธิบายว่ามันไม่ใช่สิ่งผิดปกติที่คนที่เครียดจัดๆ จะดื่มเหล้ามากขึ้นเพื่อเป็นการผ่อนคลายและให้ลืมปัญหาของพวกเขา จงอธิบายว่าในขณะที่เหล้ามักจะทำให้บรรเทาความเครียดลงได้ชั่วคราวนั้นมันก็ไม่เคยทำให้มีทางออกที่แท้จริงและมีแต่จะทำให้ดื่มหนักขึ้นเมื่อปัญหามันยังไม่หมดไป คุณสามารถพูดสิ่งเหล่านี้ได้โดยที่ไม่ต้องทำให้ดูเป็นว่าคุณพ่อของพวกแกงี่เง่าในเรื่องของความพยายามของเขาในการบรรเทาความเจ็บปวดนั้นเลย และถ้าคุณอธิบายว่าการบันดาลโทสะของเขาเป็นผลโดยตรงจากฤทธิ์ของเหล้า พวกแกก็จะเข้าใจต่อไปได้ว่าความผิดอยู่ที่เหล้า ไม่ใช่อยู่ที่คุณพ่อของพวกแก  จงบอกให้ลูกๆ ของคุณทราบว่าความกระวนกระวายและความวิตกกังวลของพวกแกเองนั้นเป็นที่เข้าใจได้อย่างเต็มที่ ถึงอย่างไรแกก็ไม่ได้เห็นคุณพ่อของแกเป็นอย่างที่เคยเห็น จงชี้ให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องทำให้ละอายหรือกลัว แต่การทีจะแก้มันได้ก็ต้องอาศัยการให้กำลังใจและความเข้าใจจากทุกคนในครอบครัว ที่เป็นที่น่าเสียใจก็คือเป็นการยากเหลือเกินที่จะทำให้คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดื่มเหล้ายอมรับความช่วยเหลือ แรกทีเดียวเขาต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงของปัญหาเสียก่อนแล้วจึงยอมรับความร้ายแรงของมัน… Read more »

การตำหนิเด็กอย่างไม่ยุติธรรม

ถาม  เมื่อใดก็ตามที่ลูกๆ ของพี่สาวของดิฉันทำให้พี่สาวของดิฉันผิดหวัง ได้คะแนนที่โรงเรียนไม่ดีหรือซุกซน เธอก็จะบอกลูกๆ ว่าพวกแก “ทำให้แม่ไม่มีความสุข” เนื่องจากพี่สาวของดิฉันมีอาการกลุ้มใจอยู่ตลอดเวลา ดิฉันจึงคิดว่าการพูดอย่างนี้กับลูกๆ เป็นสิ่งที่น่ากลัว เป็นไปได้ไหมคะที่ลูกๆ ของเธอจะคิดว่าพวกแกเป็นสาเหตุแห่งความทุกข์ของเธอ พ่อแม่ควรจะพูดอย่างนั้นไหมคะ? ตอบ  ไม่มีอะไรผิดสำหรับการที่พ่อแม่จะบอกลูกๆ ว่าการประพฤติผิดของพวกแกก่อให้เกิดความทุกข์และความไม่สบายใจ การพูดอย่างนี้จะช่วยให้เด็กรู้ว่าความประพฤติของตนนั้นส่งผลกระทบต่อคนอื่นได้จริงๆ ถ้าพ่อแม่หลีกเลี่ยงการแสดงความรู้สึกของตนที่มีต่อความประพฤติของลูกก็น่าจะเป็นได้ที่ลูกจะคิดว่า “พ่อแม่ฉันไม่ว่าอะไร” และจะไม่มีมาตรฐานหรือค่านิยมที่จะใช้เป็นแบบอย่างของความประพฤติของตน ขณะเดียวกันลูกๆ ก็คิดผิดอย่างแน่นอนถ้าคิดว่าพวกตนต้องรับผิดชอบต่อความรู้สึกทุกอย่างของพ่อแม่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการกระทำอย่างนั้นเป็นการเพิ่มภาระที่ไม่เป็นธรรมให้แก่ลูกและอาจจะเป็นผลร้ายต่อชีวิตของพวกเขา ถ้าพ่อหรือแม่จะต้องโกรธหรือกลุ้มใจเนื่องจากปัญหาส่วนตัวอย่างอื่นอย่างเห็นได้ชัดเป็นเวลานาน พ่อหรือแม่ก็ควรจะทำให้ลูกเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าลูกไม่ใช่ต้นเหตุเพียงอย่างเดียวของความเดือดร้อนนั้นๆ เป็นธรรมดาอยู่เองที่ลูกซึ่งทำคะแนนที่โรงเรียนได้ไม่ดีย่อมจะทำให้พ่อหรือแม่มีความตกอกตกใจอยู่บ้าง แต่อย่าให้มันหยุดอยู่เพียงแค่นั้น จงอธิบายกับลูกของคุณว่าคุณแน่ใจว่าพวกแกเองก็คงจะไม่มีความสุขกับคะแนนที่ต่ำของตนและคงจะภูมิใจในตัวพวกแกเองมากถ้าพวกแกทำงานให้หนักขึ้นเพื่อเป็นการปรับปรุง ถ้าทำอย่างนี้ปฏิกิริยาทางอารมณ์ของพ่อหรือแม่จะเป็นการช่วยชี้นำลูกในขณะเดียวกันก็จะทำให้พวกแกเกิดความสำนึกรับผิดชอบส่วนตัวสำหรับสวัสดิภาพทางอารมณ์ของพวกแกเอง ผมอยากจะเสริมว่าสิ่งที่มีความสำคัญเสมอก็คือการจำไว้ว่าลูกที่ซุกซนบ่อยๆ… Read more »

การที่เด็กรู้สึกผิด

ถาม  ลูกสาวอายุ ๑๕ ของดิฉันบอกว่าแกไม่อยากไปเยี่ยมคุณตาของแก ซึ่งอยู่ในสถานสงเคราะห์คนชรากับเราซึ่งเราไปเยี่ยมกันเป็นประจำ เมื่อดิฉันรบเร้าหนักเข้าแกก็บอกดิฉันว่าดิฉันเพียงแต่ “ทำให้แกรู้สึกผิด” แกพูดถูกหรือเปล่าคะ ในระยะหลังๆ นี้ดิฉันได้ยินเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกผิดมามากและดิฉันก็สับสน สภาพการณ์ที่จะทำให้คนเราควรจะรู้สึกผิดมีจริงหรือเปล่า ดิฉันควรจะเผชิญกับสถานการณ์นี้อย่างไรคะ? ตอบ  จงทำให้ลูกสาวคุณเข้าใจอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่ทำให้แกรู้สึกผิดก็คือมโนธรรมของแกนั่นเอง ไม่ใช่ความกดดันจากคุณ เห็นได้ชัดว่าแกมีสำนึกว่าอะไร “ถูก” และอะไร “ผิด” และถ้าตัวแกเองไม่รู้สึกว่าการปฏิเสธที่จะไปเยี่ยมคุณตาของแกเป็นสิ่งผิดแกก็จะรู้สึกผิดน้อยที่สุด การที่แกตำหนิคุณที่ทำให้แกไม่ได้รับความสะดวกสบายทำให้แกไม่ต้องเผชิญกับมโนธรรมที่ผิดของแกเอง และไม่ต้องเผชิญกับความรู้สึกที่มโนธรรมอันนั้นกระตุ้นให้เกิดขึ้น เป็นการดีที่จะยอมรับรู้ความรู้สึกของลูกสาวคุณและบอกให้แกทราบว่าคุณเข้าใจว่าการเยี่ยมอย่างนั้นดูเหมือนจะน่าเบื่อ ไม่น่าพึงพอใจหรือเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับแก แต่จงพูดจากับแกในเรื่องของความจริงที่ว่าการเยี่ยมนี้ก่อให้เกิดความปิติและความสุขขึ้นกับชีวิตของคุณตาของแก บอกว่าคุณสำนึกในความรับผิดชอบต่อท่านและอยากให้ท่านทราบว่าท่านยังเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่มีความรักต่อกัน ผมเชื่อว่าความรู้สึกผิดเป็นพลังในทางบวกอย่างหนึ่งในชีวิต  มันทำหน้าที่เป็นผู้ชี้นำในการเสริมพฤติกรรมที่เป็นที่ยอมรับในสังคมและมีประโยชน์ต่อผู้อื่น ในขณะที่คนเราประพฤติในลักษณะที่ขาดความเมตตากรุณาหรือเป็นการทำลายความรู้สึกผิดจะทำให้พวกเขาประเมินพฤติกรรมของตนใหม่และประพฤติในลักษณะที่เป็นการเกรงอกเกรงใจ มีเมตตากรุณามากขึ้นในอนาคต… Read more »

การอธิบายโรคลมให้เด็กเข้าใจ

ถาม  ลูกๆ ของดิฉันเล่นกับเพื่อนๆ ที่อยู่ในบ้านติดกันหลังหนึ่งเป็นประจำ เมื่อเร็วๆ นี้ปู่ของเด็กเหล่านั้นมาอยู่ด้วย เมื่อไม่นานมานี้ปู่ของเด็กเหล่านั้นเป็นโรคลม และแม้จะเห็นได้ชัดว่าท่านเป็นคนใจดีก็ดูเหมือนลูกๆ ของดิฉันเห็นว่าท่าน “แปลก” เนื่องจากการพูดของท่านไม่เป็นไปตามธรรมชาติและไม่สามารถจะเดินไปไหนมาไหนได้ง่ายๆ ลูกอายุ ๕ ขวบของดิฉันตกใจกลัวและวิ่งหนีเมื่อแกเป็นปู่ของเด็กเหล่านั้น และลูกอายุ ๗ ขวบของดิฉันถามดิฉันด้วยเสียงที่บอกความวิตกว่าแกจะ “เป็นอย่างนั้นในวันใดวันหนึ่งข้างหน้า” หรือเปล่า ดิฉันควรจะแสร้งทำเป็นว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรสำคัญดีหรือเปล่าคะ ดิฉันควรจะพูดว่าอย่างไร ตอบ  จงอธิบายให้ลูกๆ คุณเข้าใจว่าโรคลมเกิดขึ้นในขณะที่ก้อนเลือดไปขัดขวางการไหลของเลือดที่ไหลไปสู่สมองและทำให้สมองได้รับความเสียหาย จงบอกพวกแกว่าโรคนี้สามารถจะทำให้ความสามารถในการพูดหรือการเดินของบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้รับความกระทบกระเทือนได้ คนบางคนอาจจะหายจากโรคนี้ได้โดยเด็ดขาดแต่บางคนจะหายเพียงบางส่วนเท่านั้น จงชี้ให้พวกแกเห็นว่าแม้ว่าคนที่เป็นโรคลมจะพูดไม่ได้ พวกเขาก็อาจจะได้ยินและอาจจะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นไปรอบๆ ตัวได้ อย่าลังเลที่จะกระตุ้นให้พวกแกเห็นใจคนที่เป็นโรคนี้ด้วย… Read more »

การย้ายเข้าอยู่ในเมืองใหญ่

ถาม  ตั้งแต่ลูกๆ ของเรายังเป็นเด็กเล็ก เราอยู่ในย่านชานเมืองมาตลอด แต่ตอนเรากำลังจะย้ายเข้าเมืองเนื่องจากสามีของดิฉันมีตำแหน่งหน้าที่ทางการงานใหม่ ดิฉันรู้สึกเป็นทุกข์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดิฉันกลัวสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อนกว่าในเมืองซึ่งลูกๆ ของเราจะเข้าไปอยู่ และดิฉันอยากทราบว่าพอมีวิธีที่จะป้องกันลูกๆ ให้พ้นจากความตกใจที่ได้รู้เห็นเรื่องผู้คนและประสบการณ์หลายๆ ชนิดที่แตกต่างออกไปบ้างหรือเปล่า ตอนนี้ดิฉันอยากทราบด้วยว่าพวกแกจะปรับตัวให้เข้ากับโรงเรียนในเมืองซึ่งนักเรียนและครูมาจากวัฒนธรรมและภูมิหลังที่ลูกๆ ของเราไม่เคยชินนี้ได้หรือเปล่า คุณมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรคะ? ตอบ ผมรู้สึกว่าคุณจะเป็นทุกข์เกี่ยวกับสถานการณ์อย่างนี้มาก เกินความจำเป็นไปหน่อย-และความหวาดหวั่นของคุณก็จะทำให้ลูกๆ ของคุณรู้สึกได้แน่นอนและจะทำให้พวกแกรู้สึกอย่างเดียวกับคุณ ผมไม่ได้ตั้งใจจะแสดงให้เห็นว่าการย้ายครอบครัวเป็นเรื่องประจำวันหรือแสดงให้เห็นว่ามันไม่ใช่จะไม่ทำอะไร ให้พังทะลายได้ แต่ประสบการณ์ที่ไม่ราบรื่นมักจะกลายเป็นประสบการณ์ในทางบวกที่นำไปสู่การผจญภัย ความตื่นเต้น และความเจริญงอกงาม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าครอบครัวคุณจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ แต่การปรับตัวนี้จะสอนให้ลูกๆ คุณรู้วิธีปรับตัวให้เข้ากับผู้คนทั้งหลายและวิธีดำรงชีวิต ผมคิดว่าทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะเหล่านี้เพื่อที่จะเผชิญกับความแตกต่างอย่างมหาศาลในธรรมชาติของมนุษย์ ภูมิหลังทางวัฒนธรรมและสิ่งจำเป็นต่างๆ ที่ชีวิตบังคับให้เราต้องทำ เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อม… Read more »