โรคสมาธิสั้นคืออะไร

author   December 8, 2011   Comments Off on โรคสมาธิสั้นคืออะไร

โรคสมาธิสั้นคือกลุ่มอาการที่เกิดตั้งแต่วัยเด็ก(ก่นออายุ 7 ปี) ทำให้เกิดผลกระทบต่อพฤติกรรม อารมณ์ การเรียนรู้ สังคมและสัมพันธภาพกับผู้อื่น โดยที่เด็กมีระดับสติปัญญาปกติ

อาการสำคัญของโรคสมาธิสั้น

1.  ความบกพร่องของสมาธิ คือ มีความสนใจสั้น เปลี่ยนความสนใจเร็ว เบื่อง่าย วอกแวกง่าย ในห้องเรียนจะนั่งเหม่อลอย ชวนเพื่อนคุยไม่สนใจเรียน จดงานและทำการบ้านไม่เสร็จค้างคาไว้เสมอ เขียนหนังสือไม่เรียบร้อย ทำงานไม่รอบคอบ เขียนตกหล่น เขียนผิด สมุดเลอะเทอะ อ่านหนังสือไม่คล่อง อ่านข้ามคำ เรียนไม่เต็มความสามารถ สะเพร่า เลินเล่อ ทำของหายบ่อยๆ ในกิจกรรมที่เด็กชอบ เช่น ดูโทรทัศน์ เล่นเกมส์ อาจมีสมาธินานขึ้น

2.  ความบกพร่องของพฤติกรรม คือ เด็กจะอยู่นิ่งได้ช่วงสั้นๆ นั่งไม่ติดที่ ลุกเดินหรือวิ่งไปมาชอบปีนป่าย กระโดดเล่นโลดโผนลุกออกจากเก้าอี้ในชั้นเรียน ถ้าให้นั่งนิ่งอยู่กับที่ ก็จะหยุกหยิกตลอดเวลา แหย่เพื่อน ชวนเพื่อนคุย พูดมาก เสียงดัง เล่นรุนแรง ซุกซน มากกว่าเด็กปกติวัยเดียวกัน และอาจเกิดอุบัติเหตุได้บ่อย

3.  ความบกพร่องในการคิดวางแผน คือ เด็กจะหุนหันวู่วามควบคุมตนเองไม่ได้ ยับยั้งตนเองไม่เป็น ใจร้อน มักตอบคำถามก่อนที่ผู้ถามจะถามจบ ชอบพูดแทรกระหว่างผู้ใหญ่พูดคุยหรือครูสอน รอคอยไม่เป็น

อาการทั้งสามกลุ่มนี้ มีผลกระทบต่อการเข้าสังคม ต่อการเรียน ผลการเรียนมักไม่ดีเท่าที่ควร เด็กมักถูกลงโทษจากทั้งครูและผู้ปกครองบ่อยกว่าคนอื่น และถูกมองว่าเป็นเด็กดื้อ เด็กซน นิสัยไม่ดี

สาเหตุ

โรคสมาธิสั้น เกิดจากความผิดปกติในการทำงานของสมองบางส่วน โดยยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ในปัจจุบัน คาดว่าเกิดจากสารเคมีในสมองบางชนิดไม่สมดุล ทำให้เด็กไม่สามารถควบคุมตนเองได้ แม้เด็กจะพยายามควบคุมตนเองแล้วก็ตาม

แม้แพทย์จะวินิจฉัยลูกว่าเป็นโรคสมาธิสั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกเป็นเด็กไม่ดี แต่หมายความว่าลูกมีปัญหาในการตั้งสมาธิ ดังนั้น ความรักความเข้าใจลูกในสิ่งที่ลูกเป็น และพยายามให้กำลังใจ ช่วยแก้ไขข้อบกพร่องของลูกมีความสำคัญ และมีส่วนช่วยเหลือลูกให้ประสบความสำเร็จได้

การรักษา

การรักษาเด็กสมาธิสั้นนั้น เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดต้องใช้การรักษาแบบผสมผสานหลายๆ ด้าน โดยเป้าของการรักษาคือช่วยให้เด็กสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข และลดปัญหาทางอารมณ์ โดยมีการรักษาหลายด้าน ดังนี้

1.  การปรับพฤติกรรม และการช่วยเหลือทางด้านจิตใจแก่เด็กและครอบครัว

ผู้ปกครองและครูของเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น ควรมีความรู้เกี่ยวกับโรค และเทคนิคการปรับพฤติกรรม เพื่อช่วยในการจัดการกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็ก การฝึกระเบียบวินัย ฝึกทักษาะทางสังคม ให้เด็กรู้จักอดทน รอคอย และมีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น การให้รางวัลและการลงโทษด้วยความรุนแรงเป็นวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ได้ผล โดยจะทำให้เด็กมีอารมณ์โกรธหรือแสดงพฤติกรรมต่อต้านและก้าวร้าวมากขึ้น แต่การชมหรือการให้รางวัลเมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่เหมาะสม รวมถึงการควบคุมพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยการตัดสิทธิ์ หรืองดกิจกรรมที่เด็กชอบ จะเป็นวิธีการที่ได้ผลดีกว่า

2.  การช่วยเหลือด้านการเรียน

เด็กสมาธิสั้นส่วนใหญ่ มักมีปัญหาการเรียนร่วมด้วยเนื่องจากไม่สามารถเรียนได้ตามศักยภาพที่มีการให้คำแนะนำแก่ครู เพื่อให้เข้าใจอาการเด็ก มีเทคนิคการสอน และปรับสิ่งแวดล้อมในห้องให้เหมาะสมกับเด็ก คือห้องเรียนต้องค่อนข้างสงบไม่สับสนวุ่นวาย และให้มีสิ่งกระตุ้นให้กลับมาสนใจการเรียนบ่อยๆ ควบคุมใกล้ชิดมากขึ้น ใช้การเคลื่อนไหวของเด็กให้เกิดประโยชน์ เช่น ช่วยงานต่างๆ ในห้องเรียน

3.  การรักษาโดยการใช้ยา

ยาจะช่วยให้เด็กมีสมาธิดีขึ้น ซนน้อยลง ดูสงบลงมีความสามารถในการควบคุมตนเอง ผลที่ตามมาคือ การเรียนอาจดีขึ้น มีความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือคนรอบข้างดีขึ้น และเด็กจะมีความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า แพทย์พิจารณาใช้ยาตามระดับความรุนแรงของอาการและหยุดยาวันเสาร์-อาทิตย์และช่วงปิดเทอม

แต่ถึงอย่างไรก็ดี ยาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษาแบบผสมผสานเท่านั้น การใช้ยาร่วมกับการรักษา โดยการปรับพฤติกรรมและการช่วยเหลือด้าน การเรียน จะได้ผลดีกว่าการรักษาโดยการใช้ยาเพียงอย่างเดียว เด็กที่ได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกต้องจะพัฒนาได้ปกติและเรียนหนังสือได้เหมือนเด็กอื่น พ่อ แม่ ครู มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments