โรคลำไส้กลืนกัน

author   April 16, 2011   Comments Off on โรคลำไส้กลืนกัน

โรคลำไส้กลืนกัน(intussusceptions)

โรคลำไส้กลืนกันคือ อาการที่ลำไส้ส่วนหนึ่งถูกกลืนไปอยู่ในลำไส้อีกส่วนหนึ่ง  ส่วนที่เกิดบ่อย  คือ  ลำไส้เล็กตอนปลายถูกกลืนเข้าไปอยู่ในลำไส้ใหญ่ตอนบน  ถ้าปล่อยเอาไว้ลำไส้ส่วนนั้นจะเน่าเป็นรู เพราะไม่มีเลือดไปเลี้ยง  ทำให้เกิดอาการเยื่อบุช่องท้องอักเสบถึงแก่ชีวิต

โรคนี้จะเป็นในเด็กอายุตั้งแต่ 4 เดือน (แต่จะว่าเด็กอายุ 3 เดือนไม่เป็นเลยก็ไม่ได้) จนกระทั่งเด็กอายุเกินขวบขึ้นไป  อัตราการเป็นจะน้อยลง

ถ้าเด็กอยู่ดี ๆ ร้องไห้จ้าขึ้นมากะทันหัน และแสดงอาการปวดท้อง(เด็กจะงอขาขึ้นมาติดกับท้อง)ทุรนทุรายประมาณ 3-4 นาที แล้วกลับร้องปวดท้องอีกเหมือนเดิม ซ้ำ ๆ กันเช่นนี้  เป็นลักษณะพิเศษของอาการของโรคลำไส้กลืนกันในระยะเริ่ม  ถ้าสังเกตเห็นอาการนี้แต่แรก  จะรู้ได้ทันทีว่าเป็นโรคนี้ แต่ถ้าปล่อยไว้จนเกิน 12 ชั่วโมงแล้วเด็กจะหมดแรง  ไม่ร้องแสดงลักษณะพิเศษของโรคอีก

คุณแม่(ที่เลี้ยงลูกเอง)จะเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นอาการผิดปกติของลูก  ถ้าคุณแม่สงสัยว่าลูกอาจเป็นโรคลำไส้กลืนกันได้ทันการ  เด็กจะรอด มีคุณแม่มากรายที่ช่วยให้ลูกหายจากโรคนี้ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด  เพราะรู้จักโรคนี้จากหนังสือคู่มือเลี้ยงเด็ก  จึงรีบพาลูกไปโรงพยาบาลทำการรักษาโดยเร็ว แต่มีคุณแม่อีกหลายรายที่ไม่รู้  นึกว่าลูกปวดท้อง  เพราะท้องอืดท้องเฟ้อ  พาไปหาหมอคลีนิคธรรมดา(ไม่ใช่หมอผ่าตัด) หมอก็ให้กินยาฉีดยารักษาโรคปวดท้องตามปกติ  กว่าจะรู้ว่าเป็นโรคลำไส้กลืนกันต้องพาไปหาหมอผ่าตัด บางรายก็ทัน บางรายก็สายไปเสียแล้ว

ถ้ารู้ว่าเด็กเป็นโรคนี้ภายใน 6 ชั่วโมงแรก(ที่จริงอยากจะพูดว่าภายใน 2 ชั่วโมงแรกมากกว่า) หมอจะฉีดแบเรี่ยมเข้าไปทางก้น  พร้อมกับฉายเอ๊กซเรย์ดูลำไส้  ซึ่งมีโอกาสอยู่มากที่ลำไส้จะกลับคืนสู่สภาพปกติในระหว่างนี้ ถ้าเลย 12 ชั่วโมงไปแล้ว  จะต้องผ่าตัดรักษา แต่ถ้าเกิน 24 ชั่วโมงขึ้นไป  ถึงแม้จะผ่าตัด  โอกาสที่เด็กจะตายมีมาก

ในบรรดาโรคเด็กทั้งหลาย  โรคลำไส้กลืนกันนี่แหละที่ความเป็นความตายของลูกแขวนอยู่กับความเอาใจใส่ของคุณแม่อย่างยิ่ง  และการตรวจพบโรคโดยเร็วเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

หนังสือบางเล่มจะเขียนไว้ว่า ถ้าเด็กเป็นโรคนี้ เลือดจะออกเมื่อสวนทวารให้  แต่อาการนี้จะปรากฎเมื่อเวลาล่วงเลยไประยะหนึ่งแล้ว  ถ้าสวนทวารทันทีเมื่อเห็นเด็กมีอาการปวดท้องรุนแรง  ส่วนใหญ่อึที่ออกมาจะปกติ  แต่ถ้าสวนทวารให้อีกครั้งหนึ่งหลังจากนั้นสัก 3-4 ชั่วโมง  เด็กจะถ่ายมีมูกเลือด อย่างไรก็ตาม เราควรตรวจพบโรคให้ได้ก่อนอาการเด็กจะถึงขั้นนี้

คู่มือบางเล่มจะบอกว่าเด็กจะอาเจียนเมื่อเป็นโรคลำไส้กลืนกัน  แต่ส่วนใหญ่ อาการอาเจียนจะไม่ปรากฎในระยะ 20-30 นาที  ส่วนที่ว่าเด็กจะอาเจียนมีกลิ่นเหม็นเท่านั้น  เป็นอาการในช่วงหลัง

ในช่วงแรก เด็กจะไม่มีไข้  แต่เมื่อเวลาผ่านไปสัก 2 ชั่วโมง เด็กจะเริ่มมีไข้ประมาณ 37.5-37.6 องศาเซลเซียส

ขอย้ำอีกทีว่า เมื่อเด็กร้องจ้าเพราะปวดท้อง  ผู้ที่เห็นอาการคนแรกจะต้องรู้ให้ได้ภายในครึ่งชั่วโมงว่าเด็กเป็นโรคลำไส้กลืนกันหรือเปล่า  โดยสังเกตจากลักษณะการร้องของเด็ก

สำหรับรายที่โชคไม่ดี  เมื่อลูกร้องปวดท้อง แม่รีบพาไปหาหมอที่คลีนิคใกล้บ้าน  ทั้งหมอทั้งแม่ไม่รู้ว่าเป็นโรคลำไส้กลืนกัน  กระทั่งเป็นมากขึ้นจนเยื่อบุช่องท้องอักเสบต้องรีบพาไปหาหมอผ่าตัด

เมื่อเด็กอายุ 5-6 เดือน ร้องจ้าขึ้นมากะทันหัน คุณแม่บางคนอาจทำงานง่วนอยู่  ไม่ได้สังเกตลักษณะการร้องจนกระทั่งเด็กอาเจียน  คุณแม่จึงตกใจรีบพาไปหาหมอ ถ้าเป็นเด็กที่เคยถูกฉีดยาบ่อย เด็กจะต้องขัดขืนเมื่อถึงคลีนิค เพราะกลัวถูกฉีดยาอีก ทางฝ่ายคุณหมอก็คิดว่าเด็กร้องตามปกติ ไม่ได้เอะใจว่าอาการร้องของเด็กผิดกว่าปกติ เมื่อเด็กร้องมาก หมอคลำท้องดู ก็ไม่รู้สภาพลำไส้ คิดว่าเด็กอาเจียน เพราะอาหารไม่ย่อย  ท้องอืด จึงฉีดกลูโคส หรือน้ำเกลือให้ เด็กยิ่งร้องลั่น  เพราะเจ็บที่ถูกฉีดยา  เมื่อกลับบ้าน เด็กยังร้องไม่ยอมหยุด แม่คิดว่าเพราะเจ็บตรงแผลฉีดยา เด็กอาจอาเจียนหลายครั้ง แม่ก็คิดว่าฉีดยาไว้แล้วเดี๋ยวคงหาย กระทั่งวันรุ่งขึ้นเด็กอึออกมามีเลือดปน  ตัวเด็กเองก็หมดแรงพับไป แม่จึงพาไปหาหมออีกครั้ง ในใจคิดว่าลูกท้องอืดจึงไม่ได้รีบขอบัตร เข้าคิวรอตามปกติ จนกระทั่งหมอตรวจ จึงพบว่าเยื่อบุช่องท้องอักเสบให้รีบพาไปโรงพยาบาลแผนกศัลยกรรม(ผ่าตัด)โดยด่วน

เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ดังนั้น ถ้าเด็กร้องจ้าขึ้นมากะทันหัน  และร้องหยุดร้องหยุด เป็นช่วง ๆ แสดงอาการปวดท้องคุณต้องรีบพาไปโรงพยาบาลที่มีแผนกศัลยกรรม เพื่อให้หมอตรวจดูทันที  ถ้าเป็นอาการในระยะ 2-3 ชั่วโมงแรก  หมอจะฉีดแบเรี่ยมเข้าไปทางก้นและสวนทวารด้วยแรงดันสูง  พร้อมกับเอ๊กซเรย์ดูว่าลำไส้กลับคืนสู่สภาพปกติหรือไม่  ระหว่างการสวนทวารด้วยแรงดันสูงนี้ อาจทำให้ผนังลำไส้ทะลุ  แบเรี่ยมที่อยู่เต็มลำไส้ทะลักเข้าสู่ช่องท้องต้องส่งเด็กเข้าห้องผ่าตัดทันที  ดังนั้น เราจึงต้องพาเด็กไปโรงพยาบาลที่ผ่าตัดได้

ถึงแม้คุณแม่จะรู้ว่าลูกอาจหายได้ด้วยการสวนทวารด้วยแรงดันสูงโดยไม่ต้องผ่าตัด  คุณไม่ควรขอให้หมอสวนทวารด้วยแรงดันสูงโดยไม่ต้องผ่าตัด  คุณไม่ควรขอให้หมอสวนทวารแทนการผ่าตัด เพราะการตัดสินใจว่าจะรักษาด้วยวิธีใด  จึงจะดีนั้นเป็นเรื่องของหมอ  ถ้าเวลาล่วงเลยไปมากแล้ว  การรักษาด้วยวิธีสวนทวารจะทำให้ผนังลำไส้ฉีกขาด ทำให้การผ่าตัดยุ่งยากขึ้นไปอีก  ในกรณีที่เลือดออกมาก หรือมีอาการเยื่อบุช่องท้องอักเสบหมอจะไม่ใช้วิธีสวนทวาร

สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะต้องทำเมื่อลูกร้องแสดงอาการปวดท้องเป็นช่วง ๆ  ตามลักษณะของโรคลำไส้กลืนกัน คือรีบพาเด็กไปโรงพยาบาลที่ผ่าตัดได้โดยเร็วที่สุด มีหลายรายที่ในระหว่างเดินทาง รถกระเทือนไปมาทำให้ลำไส้กลับสู่สภาพปกติ เด็กเลยหายปวดท้องก็มี

ในกรณีที่เด็กหายจากโรคลำไส้กลืนกันโดยไม่ต้องผ่าตัด วันรุ่งขึ้นจะให้กินอาหารตามปกติได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าอาการที่เป็นมากน้อยเพียงไร หมอจะต้องแนะนำเป็นราย ๆ ไป

เด็กที่เคยเป็นโรคลำไส้กลืนกันครั้งหนึ่งแล้ว  ในบางกรณีอาจกลับเป็นขึ้นมาอีกครั้งก็ได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments