โรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

author   February 8, 2012   Comments Off on โรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

ในปัจจุบันโรคที่สามารถป้องกันไม่ให้เป็น โดยการให้วัคชีนเพื่อให้ร่างกายมีความต้านทานได้แก่

วัณโรค

คอตีบ

ไอกรน

บาดทะยก

โปลิโอ

ฝีดาษ

หัด

หัดเยอรมัน

คางทูม

ไข้รากสาดนอย (ไทฟอยด์)

อหิวาตกโรค

โรคบางชนิด เด็กจะไม่มีความต้านทานเลยตั้งแต่แรกเกิด เช่น วัณโรค ไอกรน และโรคบางชนิด ลูกจะได้รับความต้านทานจากแม่เป็นระยะสั้น ๆ อยู่ระยะหนึ่ง แล้วจะหมดไป เช่น หัด คางทูม เป็นต้น

วัคซีนป้องกันวัณโรค (บีซีจี)

วัณโรคเป็นโรคสงวนของเมืองไทย คือพบอยู่ทุกวี่ทุกวัน และคงจะมีอยู่ต่อไปอีกชั่วกาลนาน เป็นโรคที่มีความร้ายแรงเพราะทำให้พิการและตายได้ อาการแสดงก็มักไม่เด่นชัด จนบางครั้งกว่าจะทราบก็เป็นมากแล้ว

แต่เป็นโรคที่ป้องกันได้

จึงควรให้เด็กได้รับวัคซีนเสียตั้งแต่แรกเกิด หรือเมื่อพาลูกไปรับการตรวจสุขภาพ เมื่ออายุ 1 เดือน

ปัจจุบันนี้มีโรงพยาบาลหลายแห่งในกรุงเทพ ๆ ที่ฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรคให้แก่เด็กแรกเกิดในโรงพยาบาลทุกคนก่อนให้กลับบ้าน

ถ้าลูกของคุณยังไม่เคยได้รับวัคซีนบีซีจี และการทดสอบวัณโรคทางผิวหนังได้ผลลบ ก็อาจให้รับการฉีดได้ในเด็กทุกอายุ และหลังจากฉีดแล้วประมาณ 3-6 เดือน ควรกลับไปให้แพทย์ฉีดหรือกดยาทดสอบเพื่อดูว่าการฉีดนั้นได้ผลหรือไม่ ถ้าไม่ได้ผลคือเด็กยังไม่มีความต้านทาน แพทย์ก็จะฉีดซํ้าให้ใหม่จนกว่าจะทดสอบพบว่ามีความต้านทานแล้ว

ข้อห้าม ยังไม่ควรฉีด ถ้ามีแผลอักเสบที่ผิวหนังมาก หรือมีแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

วัคซีนป้องกันคอตีบ

โรคคอตีบยังพบมากและมีอัตราการตายสูง การดำเนินของโรคเป็นไปอย่างรวดเร็ว และติดต่อง่าย บ่อยครั้งต้องทำการเจาะคอเด็กเพื่อช่วยหายใจ และบ่อย ๆ ที่ไม่สามารถช่วยชีวิตได้ทัน นอกจากนั้นยังมีโรคแทรกที่สำคัญ คือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบซึ่งเป็นอันตรายมาก

วัคซีนไอกรน

โรคนี้ถ้าเป็นในทารกเล็ก ๆ มักจะมีอาการปอดบวมแทรก จึงมักเป็นอันตรายกว่าที่พบเป็นในเด็กโต

เด็กที่เป็นไอกรนจะมีอาการไออย่างรุนแรงถึง 2-3 เดือน และเป็นโรคที่ติดต่อง่าย วัคซีนไอกรนจะฉีดเฉพาะในเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ขวบเท่านั้น เพราะถ้าฉีดในเด็กโตอาจมีอันตรายได้

วัคซีนบาดทะยัก

บาดทะยักเป็นโรคที่พบอยู่เสมอ ๆ ในเมืองไทย และยังมีอัตราการตายสูงเช่นเดียวกัน

ทารกที่ได้รับการทำคลอดและตัดสายสะดือด้วยวิธีที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ เช่นทำคลอดตามบ้านแล้วใช้ไม้รวก กรรไกร หรือมีดที่ไม่สะอาดตัดสายสะดือ อาจมีโอกาสเป็นบาดทะยักได้ง่ายและมักจะไม่ใคร่รอดชีวิต

ในเด็กโตเชื้อบาดทะยักมักเข้าทางแผลที่ผิวหนัง อาจจะเป็นแผลจากการถูกตะปู เศษแก้วหรือเสี้ยนไม้ตำ ถูกสุนัขกัด แมวข่วน หรือแผลจากสาเหตุใด ๆ ก็ได้ทั้งสิ้น

มารดาที่มีความต้านทานต่อโรคนี้ จะช่วยให้ลูกที่เกิดใหม่ได้รับความต้านทานด้วยระยะหนึ่ง

วัคซีนสำหรับโรคคอตีบ ไอกรนและบาดทะยัก

จะรวมอยู่ในยาหลอดเดียวกัน และกำหนดต้องฉีดเมื่ออายุประมาณ 2-6 เดือนรวม 3 เข็ม โดยเว้นระยะห่างกันเข็มละ 4-6 อาทิตย์

ต่อไปฉีดเข็มที่ 4 ซ้ำเมื่ออายุ 1 ½   ปี (หรือประมาณ 1 ปี หลังจากเข็มที่ 3)

เข็มที่ 5 ฉีดเมื่อเด็กอายุ 4-6 ปี

วัคซีนที่ใช้สำหรับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป จะมีเฉพาะคอตีบและบาดทะยักรวมอยู่ในหลอดเดียวกัน หรือบาดทะยักอย่างเดียว ต่อไปควรฉีดวัคซีนบาดทะยักซ้ำทุก 10 ปี

วัคซีนโปลิโอ

โรคที่ทำให้เด็กตาย หรือพิการได้มากอีกโรคหนึ่งคือ โปลิโอ ซึ่งส่วนมากก็รู้จักกันดีแล้ว

ในสมัยหนึ่งวัคซีนโปลิโอรวมมากับวัคซีนสำหรับฉีดป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก แต่ต่อมาพบว่าการฉีดวัคชีนรวมสี่อย่างเช่นนี้ จะไม่สามารถป้องกันโรคโปลิโอได้ ในปัจจุบันวัคชีนโปลิโอที่ได้ผลดี มาในรูปของน้ำเชื่อมใช้หยอดให้เด็กกิน ในกรณีที่ไม่มีวัคซีนชนิดกิน อาจใช้ชนิดฉีดที่เป็นวัคซีนโปลิโออย่างเดียวไม่ได้รวมกับโรคอื่น

ระยะเวลาและวัยของเด็กที่ให้เช่นเดียวกับวัคซีนคอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก

วัคซีนฝีดาษ (ไข้ทรพิษ)

ถึงแม้ว่าในเมืองไทยจะว่างเว้นการระบาดมาหลายปีแล้ว แต่วันดีคืนดีก็อาจมีแขกเมืองนำมาฝากได้

ฝีดาษเป็นโรคที่มีอัตราการตายสูง และเป็นโรคแห่งความอัปลักษณ์ เป็นแล้วหาคู่ยาก

อายุที่เหมาะที่สุดสำหรับการปลูกฝี (คือมีโอกาสที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนจากหนองฝีน้อยที่สุด) อยู่ในวัยระหว่าง 1-2 ปี แต่ก็อาจจะปลูกฝีให้ได้ในเด็กทุกอายุ และทุกฤดูกาล ไม่จำเป็นจะต้องปลูกในฤดูหนาว (ซึ่งไม่ใคร่มีในเมืองไทย) ตามที่คุณย่าคุณยายหลาย ๆ คนถือเป็นหลักปฎิบัติ

การปลูกฝี ควรทำซ้ำทุก 3-4 ปี หรือเมื่อมีการระบาดเพื่อเพิ่มความต้านทานให้มีสูงพออยู่เสมอ

วัคซีนหัด

วัคซีนหัด ค่อนข้างใหม่สำหรับเมืองไทยแต่เก่ามาจากประเทศที่พัฒนาแล้ว และราคาของวัคซีนก็ไม่ใคร่จะเป็นกันเองนักกับกระเป๋าของคนไทยตาดำ ๆ

อันที่จริงโรคหัดเป็นโรคที่คุ้นเคยกันมานานแล้ว อย่างมากเมื่อเป็นก็ให้กินยาเขียว แล้วอยู่ ๆ วันดีคืนดีหมอเด็กก็มาแนะนำให้ฉีดยาป้องกัน จึงทำให้คุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะคือกองเชียร์ที่มีอิทธิพลอันได้แก่คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย เกิดความสงสัย และต่อต้าน (ในบางราย)

ขอคุยกับทุก ๆ ท่านไว้ ณ ที่นี้ เพื่อความเข้าใจอันดีว่า การที่ควรให้วัคชีนป้องกันก็เพราะหัดเป็นโรคที่เมื่อเป็นแล้วจะเกิดมีโรคแทรกได้ง่ายหลายโรค เช่น ปอดบวม หูอักเสบ หลอดลมอักเสบ และที่สำคัญคือสมองอักเสบซึ่งร้ายแรงมาก มักทำให้เด็กตาย พิการ หรือ ปัญญาอ่อน

โรคแทรกเหล่านี้อาจเกิดเป็นได้ ตั้งแต่ระยะที่ผื่นยังไม่ขึ้นหรือเมื่อผื่นยุบแล้ว ซึ่งทำให้ “ชาวบ้าน” เข้าใจผิดคิดว่า “หัดหลบใน” จึงกลัวกันนัก และมีความเชื่อ (ซึ่งผิด) ว่า “ยาเขียว” จะช่วยกระทุ้งให้หัดออกมาก ๆ แล้ว “จะดี”

ได้มีผู้วิจัยคุณสมบัติของยาเขียวแล้ว พบว่ามีฤทธิ์ส่วนใหญ่เป็นยาระบายอ่อน ๆ และยาขับปัสสาวะ (นอกจากนั้นยังประกอบด้วยสมุนไพรที่ออกฤทธิ์สาระพัด เช่น ฆ่าแมลง ถ่ายพยาธิ ขับเสมหะ ลดความดัน เป็นต้น) จึงไม่น่าที่จะมีความศักดิ์สิทธิ์ในการรักษาโรคหัด แต่อย่างใด

เกือบ 100% ของผู้ที่ได้รับวัคชีนหัด จะมีความต้านทานโรคได้ตลอดชีวิตเช่น เดียวกับผู้ที่เคยออกหัดแล้ว จึงฉีดเพียงครั้งเดียวเมื่ออายุ 1 ขวบ หรือถ้าไม่ได้ฉีดในวัยนี้ก็อาจจะฉีดได้ในคนทุกอายุ

ในถิ่นที่พบมีโรคหัดในเด็กอายุตํ่ากว่า 1 ขวบเป็นจำนวนมาก ก็อาจให้ฉีดวัคซีนนี้ได้ตั้งแต่อายุ 6-9 เดือน แต่ในกรณีเช่นนี้จะต้องฉีดซํ้าอีกครั้งหนึ่งเมื่ออายุ 12-16 เดือน

วัคซีนหัดเยอรมัน

โดยปกติเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง

แต่ความสำคัญของโรคนี้มาอยู่ในหญิงวัยที่ให้กำเนิดบุตร เพราะถ้าคุณแม่ตั้งครรภ์ (โดยเฉพาะในเดือนแรก ๆ) แล้วเกิดเป็นโรคนี้ขึ้นมา ทารกในครรภ์จะมีโอกาสพิการได้ ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่ทราบว่ามารดาเป็นหัดเยอรมัน เพราะอาการของโรคอาจจะน้อยมากจนผ่านความสังเกตไปได้

วัคชีนสำหรับหัดเยอรมัน จะรวมมากับหัด และคางทูม หรือรวมกับคางทูม เพียงสองอย่างก็มี

ดังนั้นถ้าจะฉีดวัคซีนชนิดนี้ จึงควรฉีดในวัยเดียวกับการฉีดหัด

วัคซีนคางทูม

คางทูมไม่ใช่โรคร้ายแรง นอกจากจะมีโรคแทรก เช่นลูกอัณฑะอักเสบ (พบประมาณ 20 % ในเด็กหนุ่มและผู้ใหญ่) ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดมาก และถ้าเป็นทั้งสองข้างก็มีโอกาสที่จะเป็นหมันได้ ในเด็กสาวและผู้หญิงอาจมีรังไข่อักเสบได้ แต่พบน้อย

การฉีดวัคซีนคางทูมเด็กจะได้รับพร้อมกับวัคชีนหัดและหัดเยอรมันดังกล่าวข้างต้น

วัคซีนไข้รากสาดน้อย (ไทฟอยด์)

เป็นโรคที่พบบ่อยอยู่ทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขมาแล้วกี่ยุคสมัย

โดยปกติ แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไทฟอยด์เมื่อเด็กอายุได้ 2 ขวบ โดยฉีด 2 เข็มห่างกัน 4 อาทิตย์ และกระตุ้นเข็มที่ 3 อีกหนึ่งปีต่อมา

ต่อไปควรฉีดซ้ำทุก 1-3 ปี หรือเมื่อมีการระบาด

วัคซีนไทฟอยด์จะช่วยป้องกันโรคได้ประมาณ 70-90 เปอร์เซ็นต์

วัคซีนอหิวาตกโรค

ความต้านทานโรคจากวัคซีนอหิวาต์นั้นให้ผลไม่เท่าวัคซีนชนิดอื่น และไม่แน่นอน การฉีดครั้งแรกควรฉีด 2 เข็ม ห่างกันประมาณ 4 อาทิตย ์และฉีดกระตุ้นทุกปี (หรือทุก 6 เดือนในถิ่นที่พบการเกิดโรคบ่อย) หรือเมื่อมีการระบาด

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นรายละเอียดที่จะช่วยสนับสนุนให้คุณเชื่อว่าคุณจำเป็นจะต้องให้ลูกได้รับวัคซีนต่าง ๆ ดังกล่าว แต่ถ้าคุณไม่สนใจหรือขี้เกียจอ่านรายละเอียดก็ขอให้ดูตารางต่อไปนี้ เพื่อที่จะได้ทราบว่าควรพาลูกไปฉีดยาหรือปลูกฝีเมื่อใด

กำหนดการฉีดวัคซีนป้องกันโรค

สำหรับเด็กที่มารับการฉีดครั้งแรกเมื่ออายุระหว่าง 0-11 เดือน

อายุ วัคซีน
0-1 เดือน ฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรค(บีซีจี)
2-6 เดือน ฉีดป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก และกินป้องกันโปลิโอ รวม 3 ครั้ง ห่างกัน 8 อาทิตย์
6 เดือน ทดสอบวัณโรค

ฉีดป้องกันวัณโรคซ้ำ ถ้าการทดสอบได้ผลลบ

12 เดือน ฉีดกันหัด
0-23 เดือน ปลูกฝี
1 ½ ปี ฉีดกระตุ้นคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก และกินป้องกันโปลิโอ (ครั้งที่ 4)
2 ปี ฉีดป้องกันไทฟอยด์ 2 ครั้ง ห่างกัน 4 อาทิตย์
3 ปี ฉีดกระตุ้นไทฟอยด์
4-6 ปี ฉีดกระตุ้นคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก และกินป้องกันโปลิโอ (ครั้งที่ 5)

กำหนดการฉีดวัคซีนป้องกันโรค

สำหรับเด็กที่เริ่มรับการฉีดเมื่ออายุ 1-5 ปี

ครั้งที่ ระยะเวลาห่างจากที่ฉีดครั้งสุดท้าย

วัคซีน

1 ฉีดป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก กินป้องกันโปลิโอ ทดสอบวัณโรค
2 3 วัน อ่านผลทดสอบวัณโรค

ถ้าได้ผลลบ ฉีดป้องกันวัณโรค

3 8 อาทิตย์ ปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ

ฉีดป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 2

กินป้องกันโปลิโอ ครั้งที่ 2

4 8 อาทิตย์ ฉีดป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 3

กินป้องกันโปลิโอ ครั้งที่ 3

ทดสองวัณโรคซ้ำ (ถ้าฉีดป้องกันโรคไว้)

ถ้าได้ผลลบ ฉีดป้องกันวัณโรคซ้ำ

5 4 อาทิตย์ ฉีดป้องกันหัด ถ้ายังไม่เคยออกหัด
6 4 อาทิตย์ ฉีดป้องกันไทฟอยด์ ครั้งที่ 1
7 4 อาทิตย์ ฉีดป้องกันไทฟอยด์ ครั้งที่ 2
8 1 ปี หลังครั้งที่ 4 ฉีดป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยักและกินป้องกันโปลิโอกระตุ้น

กำหนดการฉีดวัคซีนป้องกันโรค

สำหรับเด็กที่มารับการฉีดครั้งแรกเมื่ออายุระหว่าง 6-10 ปี

ครั้งที่ ระยะเวลาห่างจากที่ฉีดครั้งสุดท้าย วัคซีน
1 ฉีดป้องกันคอตีบ บาดทะยัก หรือบาดทะยักอย่างเดียว

กินป้องกันโปลิโอ

ทดสอบวัณโรค

2 3 วัน อ่าน่ผลทดสอบวัณโรค

ฉีดป้องกันวัณโรค ถ้าได้ผลลบ

3 4 อาทิตย์ ฉีดป้องกันไทฟอยด์ ครั้งที่ 1
4 4 อาทิตย์ ปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ

ฉีดป้องกันคอตีบ บาดทะยัก หรือบาดทะยักอย่างเดียว ครั้งที่ 2

กินป้องกันโปลิโอ ครั้งที่ 2

5 4 อาทิตย์ ฉีดป้องกันไทฟอยด์ ครั้งที่ 2
6 4 อาทิตย์ กินป้องกันโปลิโอ ครั้งที่ 3
7 1 ปี ฉีดป้องกันคอตีบ บาดทะยัก หรือบาดทะยักอย่างเดียว กระตุ้น

กินโปลิโอกระตุ้น

การฉีดวัคซีนกระตุ้นซ้ำสำหรับเด็กทุกอายุ

ปลูกฝี→ทุก 3-5 ปี

ไทฟอยด์→ฉีดทุก 3 ปี

บาดทะยัก→ฉีดซ้ำทุก 10 ปี

เนื่องจากการฉีดวัคซีนทุกชนิด มีข้อห้ามต่อเด็กที่เจ็บป่วยด้วยโรคหลายชนิดด้วยกัน หรือกำลังได้รับยาบางชนิดอยู่ จึงควรปรึกษาและแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดทุกครั้ง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments