โรคคอตีบไอกรนบาดทะยัก

author   February 17, 2012   Comments Off on โรคคอตีบไอกรนบาดทะยัก

คอตีบ (Diphtheria)

สาเหตุ เชื้อแบคทีเรีย

อาการ

1.  ไข้

2.  ไอ เจ็บคอ มีแผ่นขาว ๆ เกิดในคอและทางเดินหายใจส่วนที่ตํ่าลงมาทำให้ หายใจลำบาก หอบ ถ้ารักษาไม่ทันก็ตายได้รวดเร็ว

โรคแทรก

ที่สำคัญและรุนแรงคือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ดังนั้นจึงต้องให้เด็กพักผ่อน (นอนอยู่ในเตียง) จนถึงเมื่อกลับไปบ้านแล้ว (รวมเวลาประมาณ 2-4 อาทิตย์ นับจากเริ่มไม่สบาย)

การติดต่อและป้องกัน

ติดต่อโดย น้ำมูก น้ำลาย หรือน้ำเหลืองจากแผลที่ผิวหนัง (ถ้าเป็นชนิดที่ผิวหนัง)

การป้องกัน ต้องแยกผู้ป่วยโดยเด็ดขาด (เข้าอยู่ห้องแยกในโรงพยาบาล)

และต้องรีบพาเด็กอื่นที่อยู่บ้านเดียวกัน หรือติดต่อกับคนที่เป็นโรคมาพบแพทย์ เพื่อพิจารณาให้ยาป้องกันด่วน

วัคซีน มีฉีดป้องกัน และได้ผลดีมาก

การดูแลรักษา

พาไปโรงพยาบาลโดยเร็วเมื่อเด็กเริ่มมีอาการ

ระยะพักฟื้น ต้องพยายามให้เด็กนอนพักเพื่อป้องกันโรคแทรกดังกล่าวแล้ว

ไอกรน (whooping cough หรือ Pertussis)

สาเหตุ เชื้อแบคทีเรีย

อาการ

คล้าย ๆ กับอาการของโรคหวัด แต่ผู้ป่วยจะไอมากขึ้นเรื่อย ๆ ไอรุนแรงและมักไอเป็นชุด ๆ บางครั้งมีเสียงแหบร่วมด้วย (ซึ่งก็อาจจะพบในพวกโรคหวัด หรือคออักเสบได้เช่นเดียวกัน)

อาการไอจะเป็นอยู่นาน มากน้อยแตกต่างกัน ส่วนมากจะไอนานถึง 2-3 เดือน โดยเฉพาะถ้าไม่ได้รับการรักษา

โรคแทรก

ที่พบบ่อยคือปอดบวม โดยเฉพาะถ้าเป็นในทารกอาการจะรุนแรงกว่าเด็กโต

การติดต่อและป้องกัน

โรคนี้ติดต่อโดยทางน้ำมูก น้ำลาย

ป้องกันโดยการแยกเด็กที่เป็นออกจากคนอื่นอย่างน้อย 4 อาทิตย์นับจากเริ่มเป็น หรือจนกว่าจะหยุดไอ

วัคซีน มีฉีดร่วมกับคอตีบ และบาดทะยัก

การดูแลรักษา

1.  พาไปหาหมอและให้ยาตามสั่ง

2.  การดูแลอื่น ๆ เช่นเดียวกับเด็กป่วยทั่วไป

บาดทะยัก (Tetanus)

สาเหตุ เชื้อแบคทีเรีย โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องถูกตะปูตำเท่านั้น แผลอื่น ๆ แม้แต่แผลหมากัด แมวข่วน ก็ทำให้เชื้อเข้าได้

ในทารกแรกเกิด เชื้อจะเข้าทางสายสะดือ โดยการทำคลอดและใช้เครื่องมือที่ไม่สะอาดตัดสายสะดือ

อาการ

ในทารกแรกเกิด

เด็กมักมีอาการซึม ไม่ดูดนม อ้าปากไม่ขึ้น อาจมีอาการตัวเหลือง ชัก ตัวเกร็ง เมื่อเป็นมากขึ้น

ในเด็ก (และผู้ใหญ่)

1.  ไข้ อาจมีหรือไม่มีก็ได้ ปวดหัว

2.  ขากรรไกรแข็ง อ้าปากไม่ขึ้น เจ็บกล้ามเนื้อตามแขนขาและหน้าท้อง

3.  เมื่อเป็นมากจะมีอาการชักเกร็ง หลังแอ่น

การติดต่อและป้องกัน

โรคนี้ไม่ติดต่อระหว่างคน แต่เชื้อโรคเข้าทางแผลที่ผิวหนังดังกล่าวแล้ว การป้องกันบาดทะยัก ก็คือการป้องกันไม่ให้เป็นแผล ถ้าเป็นแล้ว ต้องรีบทำ ความสะอาดด้วยนํ้ากับสบู่ อย่าพยายามใช้ “ยาธรรมชาติ” เช่น ใยแมงมุม ยางกล้วย ขี้ควายแห้ง ใส่แผลเป็นอันขาด นอกจากจะอยากเป็นโรคนี้จริง ๆ

เมื่อมีบาดแผลเกิดขึ้น ควรไปหาหมอเพื่อพิจารณาฉีดยาป้องกันบาดทะยัก

วัคซีน จะให้ภูมิค้มกันโรคอย่างถาวรเป็นระยะเวลานานถ้าฉีดครบตามกำหนด

ถ้าลูกของคุณได้รับวัคซีนครบแล้ว เมื่อมีบาดแผลเกิดขึ้นอาจไม่จำเป็นต้องฉีดซ้ำ ทั้งนี้แพทย์จะพิจารณาเป็นราย ๆ ไป ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เคยฉีด และลักษณะตำแหน่งของบาดแผลด้วย

การดูแลรักษา

เนื่องจากเป็นโรคทีมีความรุนแรงมาก จึงจำเป็นต้องให้ผู้ป่วยอยู่รักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments