เมื่อใดจึงควรพาเด็กมาปรึกษาจิตแพทย์

author   February 9, 2012   Comments Off on เมื่อใดจึงควรพาเด็กมาปรึกษาจิตแพทย์

อันที่จริงจิตแพทย์เด็กก็คือ แพทย์สาขาหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในเด็กและวัยรุ่น การพาเด็กมาพบจิตแพทย์ยังไม่เป็นที่นิยมกันนักเพราะเกรงคนจะนินทาว่า “ลูก เป็นบ้า” กลัวจะเสียประวัติเด็ก ทั้งนี้เป็นเพราะสังคมไทยยังไม่ใคร่ยอมรับในเรื่องปัญหาทางจิตใจนัก แต่ในปัจจุบันก็มีผู้เริ่มสนใจบ้างตามสมควร การมาพบจิตแพทย์ก็เช่นเดียวกับการไปพบแพทย์อื่น ๆ ซึ่งอาจเป็นการไปพบเพื่อ :-

1.  ปรึกษาเพื่อการป้องกัน เช่น พ่อแม่ที่สนใจหรือสงสัยในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก โดยเฉพาะในด้านจิตใจอุปนิสัย ก็ไปพบเพื่อซักถามปัญหาและขอคำแนะนำ หรือบางครั้งอาจมีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในครอบครัวที่พ่อแม่ไม่แน่ใจว่าจะมีผลต่อจิตใจหรือการแสดงออกของ เด็กหรือไม่ ก็มาปรึกษาเพื่อความสบายใจและจะได้ปฎิบัติให้ถูกต้อง เช่นปัญหาญาติผู้ใหญ่ ปัญหาการอบรมเด็กที่แตกต่างกันในพ่อแม่ เป็นต้น

ในบางครั้งพ่อแม่อาจไม่แน่ใจในเรื่องความถนัดของเด็กในการเรียน การเข้าโรงเรียนประจำ การเลือกวิชาชีพ การรับทุนไปเรียนเมืองนอกว่าจะเหมาะสมกับนิสัยและความสามารถ ของเด็กหรือไม่ สิ่งเหล่านี้จิตแพทย์จะช่วยศึกษาวิเคราะห์ถึงสถานการณ์และตรวจสุขภาพจิตของ เด็กแล้วให้ความเห็นและคำแนะนำได้

คนที่จะขอบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงบางคนก็อาจจะมาปรึกษาขอความเห็นว่าสถานการณ์ในครอบครัวของเขาเหมาะสมหรือไม่ เด็กที่จะขอมามีสติปัญญา สุขภาพจิตเป็นอย่างไร และต้องการอะไรเป็นพิเศษบ้าง

2.  มาขอตรวจสุขภาพจิต เช่นเดียวกับการตรวจสุขภาพทั่วไปว่าร่างกายแข็งแรงดีหรือไม่ ขณะนี้ในมหาวิทยาลัยบางคณะก็มีการตรวจสุขภาพจิตในการคัดเลือกนักศึกษาแล้ว

3.  เมื่อเด็กมีอาการหรือความประพฤติที่สงสัยว่าอาจมีความผิดปกติทางจิตใจ ซึ่งอาจ แบ่งเป็น 3 จำพวก คือ

ก. อาการทางกาย กุมารแพทย์ที่สนใจทางด้านจิตใจและอารมณ์ของเด็กจะบอกได้ว่ามีเด็กเป็นจำนวนไม่น้อยที่มีอาการปวดหัว ปวดท้อง ท้องเดิน อ่อนเพลีย ปวดขา ฯ ซึ่งมีเหตุมาจากจิตใจกังวล เพราะตรวจทางร่างกายแล้วไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด แต่เมื่อได้ซักไซ้เรื่องราวทางส่วนตัวและครอบครัว ก็พบว่ามีเค้าถึงความไม่สบายใจในเด็ก เช่น ปวดท้อง เพราะกลัวถูกดุ ปวดขาเพราะไม่อยากไปโรงเรียน แต่ในบางรายต้องการวิธีการพิเศษมากไปกว่า การถามคำถามตามปกติ

อาการที่ควรสงสัยว่าอาจจะเป็นโรคทางประสาท ได้แก่ ขยิบตาอยู่ตลอดเวลา กัด เล็บ ดูดนิ้ว ปัสสาวะรดที่นอน ปัสสาวะบ่อย ๆ กระแอมบ่อย ๆ ติดอ่าง ดึงผมตัวเอง หน้ากระตุก ถ่มน้ำลายบ่อย ๆ สะอาดจนเกินไป นอนไม่หลับ ซุกซนอยู่ไม่สุข มือขากระตุกหรือ เปลี้ย ชัก เป็นต้น

ข. อาการทางใจ ได้แก่ท่าทีหงอยเหงา แยกตัว บ่นกลุ้มใจ (พบในเด็กโต) เศร้าซึม ไม่กินอาหาร หวาดกลัวไม่สมวัย อิจฉาน้อง เป็นต้น

ค. อาการทางความประพฤติ ได้แก่ เกเร ก้าวร้าว ชอบรังแกสัตว์ รังแกเพื่อนฝูง พูดหยาบคาย เล่นอวัยวะเพศตนเองบ่อย ๆ หรือไม่ก็แยกตัว เลือกอาหาร กิริยาแปลก ๆ ที่ไม่เหมาะสม เช่นพูดเพ้อเจ้อ มีความหลงผิดระแวงว่าคนจะทำร้าย ไม่ยอมไปโรงเรียนโดยไม่มีสาเหตุ ประพฤติในสิ่งที่ไม่เคยประพฤติ เช่น ทำลายของ ด่าว่าโดยไม่มีเหตุผล พูดคนเดียว เป็นต้น

ง. เด็กมีโรคทางกาย แต่มีการแสดงออกผิดปกติทางความประพฤติด้วย

ทั้งนี้มิได้หมายความว่าเด็กที่มีอาการเหล่านี้ จะเป็นโรคทางจิตเสมอไป แต่สมควรที่จะได้รับการตรวจวินิจฉัย อาจจะโดยพาไปหากุมารแพทย์ก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีโรคทางกายหรือจะตรงไปพบจิตแพทย์เลยก็ได้ เมื่อพบข้อมูลและสาเหตุที่เพียงพอจึงจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคอะไร และควรรักษาอย่างไร

การตรวจของจิตแพทย์ก็คือการสัมภาษณ์พ่อแม่ สัมภาษณ์เด็ก หรือใช้เครื่องเล่นเป็น สื่อในการตรวจเด็กเล็ก ๆ รวมทั้งการตรวจร่างกายและการตรวจพิเศษที่จำเป็น พ่อแม่ควรติดต่อกับจิตแพทย์ก่อนเพื่อจะได้เตรียมในการบอกเด็ก ไม่ควรใช้วิธีหลอกเด็กมา แต่ก็ต้องมีศิลปในการอธิบายกับเด็กด้วย

การรักษามีหลายวิธี อาจกระทำเพียงแนะนำการปฏิบัติของพ่อแม่ต่อเด็ก หรือพบทั้งพ่อแม่และเด็กเพื่อแก้ไขไปพร้อม ๆ กัน หรือพบแต่เด็กเพื่อพูดคุยกันหรือใช้ของเล่นเป็นสื่อความหมายในการแก้ไขสภาพจิตใจที่ผิดปกติ และในบางรายก็อาจต้องใช้ยาช่วยด้วย

จะพบจิตแพทย์เด็กได้ที่ไหน

ตามโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์ ได้แก่โรงพยาบาลศิริราชโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลนครเชียงใหม่(จะมีจิตแพทย์เด็กประจำอยู่ นอกจากนี้คุณก็สามารถจะปรึกษาปัญหาเด็กกับจิตแพทย์ทั่วไปตามโรงพยาบาลทางจิตเวชทั้งในกรุงเทพ ฯ และต่างจังหวัดได้ หรืออาจจะไปตรวจและปรึกษาที่ศูนย์สุขวิทยาจิต ถนนพระราม 6 (ตรงข้ามโรงพยาบาลรามาธิบดี) โรงพยาบาลสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ และที่ศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลบางแห่ง ก็มีบริการทางด้านนี้เช่นเดียวกัน ขณะนี้ (พ.ศ. 2519) มีที่ศูนย์วัดธาตุทอง และศูนย์สมาคมสตรีไทย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments