เมื่อลูกต้องเข้าโรงเรียน

author   February 8, 2012   Comments Off on เมื่อลูกต้องเข้าโรงเรียน

โรงเรียนอนุบาล

สมัยนี้โรงเรียนอนุบาลมีอยู่ทั่วไปทั้งในกรุงเทพและในต่างจังหวัด และพ่อแม่ก็นิยมให้ลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล แต่ส่วนมากจะเพ่งเล็งไปที่ “การเรียน” มากกว่าอย่างอื่น โดยลืมคิดไปว่าเด็กในวัย 3-5 ขวบ ย่อมจะต้องการการเตรียมตัวไปสู่การเรียนรู้นอกบ้าน การปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่น และการหัดช่วยตัวเองมากกว่า ทั้งสมองและความสามารถที่จะ “เรียนวิชา” ก็ยังไม่พร้อมดีนัก

ดังนี้โรงเรียนอนุบาลที่ดีจึงควรเป็นสถานที่ ๆ จะให้เด็กมีโอกาสก้าวออกจากครอบครัว ไปมีความสัมพันธ์กับครู และเด็กอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน หัดทำกิจวัตรประจำวัน เช่นช่วยตนเอง ในการรับประทานอาหาร ทำความสะอาดตนเอง ไปส้วมเอง แต่งตัวเอง และเล่นกับเพื่อน ๆ โดยรู้จักให้และรู้จักรับ ทั้งนี้ควรอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของคุณครู

โรงเรียนอนุบาลที่ดีควรมีกิจกรรมที่เหมาะสมดังกล่าวแล้วให้เด็กปฏิบัติ ผู้ควบคุม กิจการหรือคุณครูใหญ่ควรมีความรู้ทางจิตวิทยาของเด็กเล็ก และดูแลให้คุณครูน้อยปฏิบัติตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ในการพัฒนาจิตใจของเด็กมากกว่าที่จะย้ำเรื่องการ“อ่าน ก. ไก่” หรือ “อ่าน เอ บี ซี” (ซึ่งบางโรงเรียนยังเลยเถิดไปถึงการแนะนำแกมบังคับให้มีการเรียนพิเศษระหว่างปิดเทอมอีกด้วย)

ฉะนั้นพ่อแม่จึงควรเลือกโรงเรียนอนุบาลที่ไม่ย้ำเรื่องการเรียน แต่ส่งเสริมในด้านกิจกรรมเพื่อการเจริญเติบโตทางจิตใจและร่างกาย

โรงเรียนควรมีบริเวณกว้างขวางพอควร มีสนามเด็กเล่น มีที่ให้เด็กได้นอนพัก มีห้องนํ้า ห้องส้วมที่สะอาดและเหมาะสมกับเด็ก มีการละเล่น ร้องเพลง ดูรูปภาพ เล่านิทาน เพื่อความสนุกสนานของเด็ก และในขณะเดียวกันถ้าเด็กบางคนมีปัญหาคุณครูอนุบาลก็จะเป็นผู้ที่ช่วยได้อย่างดี

ประสบการณ์จากเด็กหลายคนที่เริ่มจะมีปัญหาเมื่ออยู่บ้าน ทั้งนี้อาจมีสาเหตุ จากการเลี้ยงดูที่ไม่ถูกต้อง เช่นถูกตามใจมากเกินไป หรือพ่อแม่เข้มงวดมากเกินไป จนเด็กมีความประพฤติที่ไม่เหมาะสม เช่น เอาแต่ใจตัวเอง เกเร ดื้อ แต่เมื่อแนะนำให้เข้าโรงเรียนอนุบาลที่มีคุณครูที่เข้าใจเด็ก และมีสิ่งแวดล้อมช่วยเหลือ เด็กก็จะปรับตัวได้ดีขึ้น ทั้งนี้พ่อแม่ ควรให้ความร่วมมือกับโรงเรียนอย่างเต็มที่ในการพัฒนาลูกของคุณด้วย

วัยที่เหมาะสมที่จะให้เด็กเริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล คืออายุประมาณ 3-4 ขวบ คุณควรจะพาเด็กไปให้คุ้นเคยกับโรงเรียนและครูเสียตั้งแต่เทอมปลายของปีก่อนจะพาไปเข้าเรียน เพื่อเด็กจะได้ไม่แปลกที่ในวันเปิดเทอมแรกและไม่ตกอกตกใจจนเกินไป

ลูกเข้าโรงเรียน

การไปโรงเรียนของเด็กเปรียบเสมือนการที่ลูกก้าวไปจากอกพ่อแม่เป็นครั้งแรก เด็กย่อมจะมีความกลัว วิตกกังวลเป็นธรรมดา (บางครั้งพ่อแม่กังวลมากกว่าลูก) ถ้าจะพบอะไรใน ที่ ๆ ต่างไปจากบ้าน ใครจะช่วยเวลาลำบาก จะกินนอนอย่างไร กลัวพ่อแม่จะทิ้ง (ในรายที่เคยขู่กันไว้ก่อน)

ที่สำคัญก็คือพ่อแม่จะต้องเห็นพ้องกันว่าเด็กควรจะต้องไปโรงเรียนแล้ว และได้ให้การอบรมเลี้ยงดูมาด้วยความมั่นใจว่าลูกพอจะไปช่วยตนเองได้บ้าง การจากอกพ่อแม่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอนาคตของลูก ถ้าพ่อแม่มั่นใจ ความสำเร็จของลูกก็ไปได้ครึ่งทางแล้ว

เด็กอาจจะอ้อนพ่อแม่ ไม่อยากไปอ้างว่ารักพ่อแม่มากกว่าครู กับข้าวไม่อร่อย ครูไม่สวย ส้วมสกปรก ฯลฯ สารพัดอย่างแล้วแต่จะคิดได้ บางรายก็อาจร้องไห้ ขอให้แม่อยู่ด้วย ทางที่ดีควรจะรับฟัง ชี้แจง และให้กำลังใจ ไม่ควรพาไปโรงเรียนแต่เช้า แต่ควรพาไปใกล้ ๆ เวลา โรงเรียนเข้า และส่งให้กับคุณครู ถ้าจำเป็นอาจจะรออยู่เป็นเพื่อน (นอกห้องเรียน) สัก 1/2 1 วันก็ได้ คอยให้คำชมเชยเมื่อเด็กสามารถปรับตัวได้มากขึ้น ไม่ควรใช้วิธีหลอกว่าจะไปห้องน้ำ แต่หนีกลับบ้าน เพราะจะทำให้เด็กไม่เชื่อในครั้งต่อๆไป คุณครูที่เข้าใจจิตวิทยาของเด็กเล็กๆ จะช่วยแนะนำได้เป็นอย่างดี คุณแม่อย่าใจอ่อนเสียก่อนก็แล้วกัน

เด็กไม่ยอมไปโรงเรียน

บางทีเราเรียกว่า “กลัวโรงเรียน” (school phobia) เป็นอาการที่พบในเด็กโต (8-12 ขวบ) และบางทีก็ถึงวัยรุ่น โดยอ้างอาการไม่สบายต่าง ๆ นานาบ้าง ความไม่ดีของครู ของเพื่อน ของโรงเรียนบ้าง ซึ่งส่วนมากอาจจะมีเค้าความจริง แต่น้ำหนักไม่มากพอที่จะต้องถึงกับขาดเรียน และเมื่อพาไปตรวจกับแพทย์ก็ไม่พบความผิดปกติทางกายแต่อย่างใด

อาการเช่นนี้ในบางรายอาจเกิดตามหลังการเจ็บไข้ ทางกายที่ต้องหยุดเรียนแล้วเลยไม่ยอมไปโรงเรียนอีก อาการนี้ถ้าเป็นในเด็กอายุยิ่งมากก็ยิ่งถือว่าหนัก และเป็นความผิดปกติ ส่วนมากอาจพบเพียงอาการงอแงภายหลังการเจ็บไข้ และควรเป็นอยู่เพียงชั่วคราว เมื่อชี้แจงปลอบโยน แล้วยอมไปก็ถือว่าไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่ยอมไปเรียนถึงแม้ว่าจะปลอบจะขู่กันอย่างไรก็ตาม จนถึงอาจมีอาการนอนไม่หลับและวิตกกังวลมากร่วมด้วย ก็ถือว่าเป็นอาการทางโรคประสาทอย่างหนึ่งแล้ว ควรปรึกษากุมารแพทย์เป็นการด่วน เพราะอาการเช่นนี้ถ้ารอไว้นานจะยิ่งรักษายาก

สาเหตุของความผิดปกติเช่นนี้เกิดจากการขาดความเชื่อมมั่นตัวเองของเด็ก และปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ยาก เมื่อพบอุปสรรคในโรงเรียนก็เลยไม่สู้ และถอยกลับมาอยู่บ้าน

เพราะฉะนั้นถ้าเด็กไม่สบาย แพทย์อนุญาตให้ไปโรงเรียนได้แล้ว พ่อแม่จึงไม่ควรให้เด็กหยุดอยู่บ้านต่อให้นานเกินไป และถ้ามีอาการเช่นนี้เกิดขึ้น แต่พ่อแม่พยายามแก้ไข ชี้แจง และปลอบโยนให้ไปโรงเรียนได้เสียแต่แรกก็อาจจะคลี่คลายปัญหาลงได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments