เมื่อลูกดูเรื่องน่าขมขื่นเศร้าหมองทางโทรทัศน์

author   May 15, 2014   Comments Off on เมื่อลูกดูเรื่องน่าขมขื่นเศร้าหมองทางโทรทัศน์

ดูทีวี

ถาม  ลูกวัย ๘ และ ๑๐ ขวบของดิฉันเริ่มจะดูหนังเรื่อง “HOLO-CAUST” เมื่อมันถูกนำมาฉายทางโทรทัศน์ และดิฉันได้ปิดมันเสียเพราะคิดว่าพวกลูกๆ จะมีความรู้สึกหดหู่เมื่อดูเรื่องนี้ แต่น้องสะใภ้ของดิฉันกลับเห็นว่าพวกเด็กๆ ควรจะต้องรู้บางสิ่งบางอย่างอย่างกับเรื่อง “HOLOCAUST” ที่ได้เกิดขึ้นจริง ๆ ยังเห็นอีกด้วยว่าพวกเด็กๆ ควรจะได้ดูข่าวสารคดีเกี่ยวกับชาวเวียดนามที่อพยพโดยทางเรือออกมาจากประเทศของตนและเรื่องที่เด็กๆ ชาวเขมรขาดแคลนอาหารเพื่อว่าพวกเขาจะได้รู้ถึงความเป็นจริงและมีความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์คำพูดของหล่อนถูกต้องไหม ? เป็นการสมควรไหมที่จะให้เด็กๆ ได้ดูรายการที่เกี่ยวกับเรื่องราวการประสบเคราะห์กรรมอันเศร้าหมองและความขมขื่นทนทุกข์ทรมานของผู้อื่น

ตอบ โดยทั่วๆ ไปแล้วรายการที่เกี่ยวข้องกับความขมขื่นของมนุษย์เรานั้นก็เป็นเสมือนสิ่งที่ทำให้เด็กๆ รู้สึกเห็นใจสงสารเพื่อนมนุษย์ด้วยกันโดยผ่านเหตุการณ์ที่ผู้อื่นประสบอยู่และทำให้พวกเขาได้ตระหนักถึงเหตุการณ์สำคัญๆ ของประวัติศาสตร์ รายการดังกล่าวช่วยให้เด็กๆ เข้าใจถึงข้อเท็จจริงของความรุนแรงของภัยสงคราม ความไม่ยุติธรรมอย่างแท้จริงและความทารุณโหดร้าย ซึ่งเกิดขึ้นมาได้ในโลกนี้ ผลที่ตามมาคือ ความขุ่นเคืองใจ, ความวิตกกังวลและความหวาดกลัวซึ่งรายการอย่างนั้นทำให้ผู้ดูเกิดความรู้สึกขึ้นได้จึงเป็นเรื่องเหมาะสม

อย่างไรก็ตามเมื่อคุณปล่อยให้ลูกของคุณดูรายการโทรทัศน์และข่าวสารคดีที่มีลักษณะเช่นนี้ คุณก็ควรจะนั่งดูอยู่ด้วย เพื่อคอยเป็นเพื่อนปลอบประโลมกับความรู้สึกที่รายการอย่างนี้กระตุ้นให้กับผู้ดู นั่งดูกับพวกลูกๆ และเปิดเผยความรู้สึกหวาดหวั่นของคุณออกมาอย่างตรงไปตรงมาว่าสิ่งทารุณโหดร้ายเช่นนี้ย่อมเกิดขึ้นได้ ถ้าคุณนั่งดูการดูรายการเช่นนี้โดยไม่ปริปากอะไร ไม่แสดงความรู้สึกหวั่นไหว หรือวิตกกังวลอะไรเลย ลูกๆ ของคุณอาจจะเกิดความรู้สึกว่าตัวคุณเองนั้นไม่ได้แคร์อะไรเลยเมื่อเพื่อนมนุษย์ถูกข่มเหงรังแก หรือถูกทารุณหรือถูก ทำลาย คุณจะต้องบอกให้รู้อย่างแจ้งชัดว่าคุณมีความรู้สึกและตระหนักอย่างจริงใจในสิ่งที่คุณดูอยู่ และบอกว่าทุกๆ คนควรจะทำอะไรสักอย่าง ซึ่งเขาหรือเธอสามารถที่จะป้องกันไม่ให้ความอยุติธรรมเหล่านี้เกิดกับชีวิตของมนุษย์ทุกคนในโลกนี้ เป็นความจริงเช่นกันที่ว่าไม่ใช่เด็กทุกควรจะได้รับการกระตุ้นให้ดูรายการโทรทัศน์เช่นนี้ เด็กบางคนก็มีความอ่อนไหวในจิตใจมากกว่าปกติ บ้างก็มีปัญหาทางจิตใจ และบางคน ซึ่งมีความกลัวมากก็อาจจะกลายเป็นคนมีความวิตกกังวลอย่างมากและจิตใจไม่ปรกติไปเลยจากการที่ได้ดูรายการนี้ก็ได้ มันขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่จะตัดสินใจเอาเองว่าลูกแต่ละคนพอที่จะรับรู้สิ่งเหล่านี้ได้มากขนาดไหนเท่านั้นเอง

ที่มา:ดร.ลี  ซอลค์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments