เมื่อลูกชอบเอาแต่ใจตัวเอง

author   December 28, 2011   Comments Off on เมื่อลูกชอบเอาแต่ใจตัวเอง

เด็กบางคนว่านอนสอนง่าย เรียบร้อย สุภาพ แต่เด็กบางคน ดื้อรั้น เอาแต่ใจตัวเอง ชอบขัดคำสั่งของพ่อแม่ ปกติแล้วพฤติ-กรรมอย่างหลังนี้ถือว่าเป็นการ “ทดลอง” และ “เรียนรู้” ของเด็ก มักเกิดขึ้นในวัยระหว่างสองถึงเจ็ดแปดขวบ และในช่วงที่เป็นวัยรุ่นอีกครั้ง…

เด็กที่ดื้อรั้นเอาแต่ใจตัวเอง อาจทำไปเพราะต้องการ “ลองดี” อย่างนี้ต้องถือว่าเขากำลังเรียนรู้เพื่อรู้จักตัวเองและกฎเกณฑ์อื่นๆ ในสังคมเพื่อให้แน่ใจว่า อะไรที่ควรทำและอะไรที่สังคมไม่ยอมรับ

โดยมากแล้ว เด็กมักเอาแต่ใจตัวเองในช่วงวัยสองขวบถึงเจ็ดแปดขวบ และอีกครั้งก็ในช่วงวัยรุ่นที่เขาเริ่มมีความสับสนกับตัวเอง

ถ้าเด็กเอาแต่ใจตัวเองกับเพื่อนๆ ไม่นานนักเขาก็จะค้นพบว่าเพื่อนๆ ทนเขาไม่ไต้ และจะหนีหายหันไปคบคนอื่นๆแทน เด็กก็จะเรียนรู้ว่าเขาไม่สามารถทำอะไรดามใจตัวเองทุกอย่าง

พ่อแม่ต้องสอนเขาว่า ถ้าเขาเอาแต่ใจตัวเองจะไม่มีเพื่อนคนไหนอยากเล่น ด้วย และพ่อแม่ของเด็กคนอื่นๆ ก็จะไม่อยากให้ลูกเขามาเล่นด้วยเหมือนกัน ถ้าเขายังไม่เลิกนิสัยเช่นนี้

แต่พ่อแม่ไม่ควรตำหนิติเตียนลูกมากจนเกินควร พยายามถามเขาว่า ถ้าคนอื่นทำอย่างนั้นกับเขาบ้าง เขาจะชอบหรือไม่

เด็กบางคนต้องการแสดงออกถึงความเป็นอิสระ จีงอยากทำอะไรตามใจตัวเอง ชึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่การปรับตัวให้เป็นที่ยอมรับของสังคม ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน คุณควรคุยกับเขา ให้เขาระบายความรู้สึกออกมา แทนที่จะคอยสั่งให้เขาทำโน่นทำนี่ตลอดเวลาอย่างเข้มงวด ถ้าคุณมองเขาในแง่ดี เด็กก็จะลดท่าทีดื้อรั้นและขัดขืนต่อต้านสังคมให้น้อยลง

เด็กมักจะเป็นกระจกสะท้อนความประพฤติของพ่อแม่ จงสำรวจความประพฤติของตัวคุณเองบ้าง ถ้าคุณเอาแต่ใจตัวเอง ก็อย่าหวังให้ลูกไม่เป็นอย่างคุณ มันเป็นไปได้ยาก แม่ปูเดินอย่างไร ลูกปูก็ย่อมจะเดินตามอย่างนั้น

เด็กที่ถูกบังคับให้ทำสิ่งต่างๆ อย่างเคร่งครัด โดยที่เขาไม่เต็มใจ โตขึ้นมักเป็นคนดื้อรั้น หรืออาจกลายเป็นคนเฉยเมยเย็นชา พฤติกรรมดื้อรั้นอาจแสดงออก ทั้งในแง่ก้าวร้าวและเฉยชา นั้นคือเขาอาจจะไม่ยอมทำอะไรทั้งสิ้น ไม่ว่าสิ่งที่ขอให้ทำนั้นมีเหตุผลที่ดีสักปานไหนก็ตาม หรือเด็กที่ก้าวร้าวสักหน่อยก็อาจจะทำสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เขาถูกสั่งให้ทำซะเลย

เด็กอายุเก้าขวบคนหนึ่ง ถูกแม่สั่งนักสั่งหนาให้ทำความสะอาดห้องให้เสร็จก่อนเที่ยงวันเสาร์ พอถึงตอนเที่ยงแม่เข้าไปดูในห้อง ปรากฎว่าเขายังไม่ลงมือทำความสะอาดเลย เขาแก้ตัวว่า “ลืม” แม่ก็สั่งบังคับให้เขาลงมือทำเดี๋ยวนั้น เขาก็ลงมือทำด้วยความจำใจ เชื่องช้าอืดอาด พ่อแม่ออกจากห้อง เขาก็หยุดทำทันที เมื่อแม่กลับเข้ามาอีกครั้ง ปรากฎว่าเขาหลับไปเสียแล้ว เด็กคนนี้ไม่เคยปฏิเสธที่จะทำความสะอาดห้องแม้แต่ครั้งเดียว แต่เขาก็หลีกเลี่ยงมาโดยตลอดเหมือนกัน

คุณไม่ควรบังคับให้ลูกทำโน่นทำนี่ตามกำหนดเวลา อย่างเคร่งครัดเกิน ไปตลอดเวลา ควรยืดหยุ่นและให้เขาทำตามความสมัครใจของเขาบ้าง ส่งเสริมให้เขาแสดงความรู้สึกออกมา และเปิดโอกาสให้เขาได้พัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่

บางทีเด็กที่ยอมทำตามใจพ่อแม่ทุกอย่าง ว่านอนสอนง่ายไปเสียหมดอาจมีปัญหาทางด้านจิตใจได้เช่นกัน เพราะไม่ค่อยได้แสดงความรู้สึกใดๆ พ่อแม่ จะว่าอะไรก็ยอมทำตามทั้งนั้น แต่ในใจอาจเก็บกดความรู้สึกต่อต้านไว้เงียบๆ

เด็กที่ต่อต้านขัดขืนคำสั่ง ในบางครั้งอาจทำไปเพราะอยาก “ลองดี” หรือ “ลองดู” ก็ได้ เพื่อค้นหาตัวเองให้พบ อาจเป็นไปในลักษณะที่ต้องการทดสอบ ข้อจำกัดและปฏิกิริยาของพ่อแม่ ที่มีต่อการกระทำของเขาก็ได้ การดื้อรั้นจึงอาจเกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราว พ่อแม่ไม่ควรมองว่าเป็นความผิดปกติที่น่าวิตกแต่อย่างใด

แต่ถ้าเด็กดื้อรั้นและขัดขืนคำสั่งไปเสียทุกอย่าง นั่นแสดงว่าความสัมพันธ์ ระหว่างพ่อ!แม่กับลูกเริ่มมีปัญหาแล้ว เด็กอาจต้องการประท้วงเพื่อบอกให้พ่อแม่รู้ว่า เขาไม่พอใจกับการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรมของพ่อแม่ เขาอาจรู้สึกว่าพ่อแม่ ไม่ยอมฟังเขาบ้างเลย ไม่ยอมทำตามความต้องการของเขา แล้วยังใช้อำนาจเผด็จการกับเขาอีกด้วย!

การจะให้ลูกเคารพกติกาและกฎเกณฑ์ต่างๆ คุณก็ต้องเคารพความเป็นตัวของตัวเองของลูกเสียก่อน รับรู้ความต้องการของเขา ยอมรับความคิดของเขา แม้จะทำตามที่ลูกต้องการทุกอย่างไม่ไต้ทั้งหมดก็ตามที ยิ่งพ่อแม่ไปจำกัดเสรีภาพเขามากเท่าไร ลูกก็ยิ่งจะขัดขืนต่อต้านมากขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าพูดคุยกันได้อย่างเปิด-เผยและไว้วางใจกัน โอกาสที่ลูกจะขัดคำสั่งคุณหรือไม่เชื่อฟังคุณ ก็จะน้อยลงไป

การฝ่าฝืนคำสั่งหรือกระทำผิดบ่อยๆ อาจมีสาเหตุอื่น เช่น เกิดจากภาวะขัดแย้งในใจ ทำให้เด็กแสดงออกแบบท้าทายหรือต่อต้าน เพราะต้องการให้มีใครช่วย เหลือแก้ปัญหาคับข้องใจให้เขา

ในกรณีที่พ่อแม่มัวแต่สนใจปัญหาของตัวเอง แทบไม่ได้ใส่ใจลูกเลย เด็กก็อาจทำตัวดื้อรั้น ขัดคำสั่งเพื่อเรียกร้องความสนใจ พ่อแม่บางคนสนใจลูกก็ต่อเมื่อลูกมีปัญหาร้ายแรง หรือมีเรื่องเดือดร้อนจริงๆ เท่านั้น เด็กจึงหาทางออกด้วย การสร้างปัญหาให้เดือดร้อน เพราะคิดว่าการได้รับความสนใจในทางผิดๆ ก็ยังดีกว่าไม่มีใครสนใจเขาเลย

พ่อแม่จึงควรใส่ใจลูกให้มาก ให้เวลากับเขา ยอมรับความต้องการของเขาบ้าง จะช่วยให้เด็กไม่ดื้อรั้นและเชื่อฟังกฎเกณฑ์มากขึ้น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments