เทคนิคการสร้างกฎเกณฑ์กับลูกอย่างมีเหตุผล

author   October 1, 2013   Comments Off on เทคนิคการสร้างกฎเกณฑ์กับลูกอย่างมีเหตุผล

child

อย่าเรียกร้องความเชื่อฟังอย่างตาบอด
“อย่าเอาศอกเท้าโต๊ะ” คุณแม่เตือน “ทำไมครับ” จิมมี่ถาม “เพราะแม่บอกอย่างนั้นน่ะสิ” คุณแม่ว่า
“อย่าทำเสียงแบบนั้น” คุณพ่อเตือน “ทำไมล่ะคะ” เอมี่อยากรู้ “เพราะพ่อไม่ชอบ”
“ลูกจัดห้องของลูกภายในห้านาทีเดี๋ยวนี้” คุณแม่โมโห “ทำไมคะ” ซูงงงวย “เพราะว่าลูกต้องทำน่ะสิ นั่นคือเหตุผล”
พ่อแม่ที่เรียกร้องความเชื่อฟังอย่างตาบอดจากลูกเป็นการทำความผิดอย่างใหญ่หลวง  แม้ว่าเขาจะได้ความเชื่อฟังที่ต้องการ แต่…
เขาไม่เคยสอนเรื่องการให้เหตุผลกับลูก
เขาไม่เคารพในตัวลูกในฐานะที่เป็นปัจเจกชนที่มีอารมณ์ ความรู้สึก ความต้องการ
เขาเป็นเผด็จการมากกว่าจะเป็นผู้นำที่หวังดี
เขาสอนให้ลูกขึ้นต่อคำสั่งมากกว่าใช้วิจารณญาณของตนเอง
เด็กที่ถูกสอนให้เชื่อฟังอย่างตาบอดจะไม่เคารพตัวเอง จะเห็นว่าตนเองเป็นเสมือนเครื่องมือที่จะต้องทำตามที่พ่อแม่สั่ง
เด็กบางคนอาจกบฏต่อกฎเกณฑ์ที่ไร้เหตุผลเหล่านี้ แต่เขาก็ต้องสูญเสียการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว สูญเสียความแนบแน่นกับพ่อแม่ และท่ามกลางกระบวนการเหล่านี้ก็สูญเสียความเคารพในตนเอง
อย่าเรียกร้องความเชื่อฟังอย่างตาบอดจากลูก จงให้เหตุผลเมื่อคุณต้องการให้เขาทำอะไร  ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างให้เขาเข้าใจว่าเขามีความสำคัญในครอบครัว และมีความภาคภูมิใจในตนเอง
ตัวอย่างเช่น “อย่าเอาศอกเท้าโต๊ะซิลูก” “ทำไมครับ” จิมมี่ถาม คุณแม่อธิบายว่า “เพราะมันดูสุภาพน่ะสิจ๊ะเวลาที่เราทานอาหารแล้วไม่เท้าโต๊ะ มันเป็นส่วนหนึ่งของมารยาทที่โต๊ะอาหาร คนอื่นจะสบายใจที่จะร่วมทานอาหารกับเราถ้าเรามีมารยาทดี
“ลูกหยุดทำเสียงแบบนั้นทีเถอะ” คุณพ่อพูด “ทำไมคะ” เอมี่สงสัย “เพราะพ่อเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ต้องมาปวดหัวกับเสียงแบบนั้นอีก เสียงแบบนั้นมันทำให้พ่อตึงเครียดมากขึ้น จนพ่ออาจจะลืมตัวตะโกนดุลูกก็ได้ ซึ่งพ่อไม่อยากทำแบบนั้น เพราะที่จริงแล้วลูกไม่ใช่ตัวปัญหา พ่อว่าลูกไปทำที่ห้องอื่นก่อนนะ แล้วเราค่อยเล่นด้วยกันทีหลัง ให้พ่อดีขึ้นก่อน”
“ลูกควรจะจัดห้องภายในห้านาทีนี้” คุณแม่ของซูบอก “ทำไมคะ” ซูอยากรู้ “เพราะอีกห้านาทีแม่จะพาลูกไปโรงเรียนแล้ว แม่ไม่อยากให้เบ้านรกอย่างนี้ทั้งวัน มันไม่ยุติธรรมใช่ไหมจ๊ะที่แม่ต้องมาเก็บของที่ลูกทำเลอะ ถ้าลูกเก็บแป๊บเดียวก็เสร็จ”
ที่มา:นายแพทย์ อัลวิน เอช. ไพรซ์ และ เจย์ เอ. แพร์รี่

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments