เด็กที่ชอบตำหนิ

author   June 2, 2014   Comments Off on เด็กที่ชอบตำหนิ

เด็กที่ชอบตำหนิ
ถาม ในระยะหลายเดือนที่ผ่านมาลูกสาวอายุ ๘ ปีของดิฉันได้เริ่มดูถูกดิฉัน แกจะพูดเรื่องต่างๆ อย่างเช่น “คุณแม่พูดตลกดีนะ” และ “คุณแม่ไม่สวยเหมือนแม่ของคนอื่นๆ” และ “คุณแม่โง่” อยู่ตลอดเวลา เมื่อวานนี้ดิฉันโต้กลับไปว่าแกเองก็มีอะไรผิดบางอย่างด้วย และแกร้องไห้เพราะดิฉันพูด “สิ่งที่เลวร้ายบางอย่าง” กับแก เพราะอะไรแกถึงได้เอ่ยการตำหนิเหล่านี้ออกมาเป็นคำพูด และดิฉันควรจะเผชิญกับมันอย่างไรคะ?

ตอบ  เด็กเรียนรู้การเผชิญปัญหาจากพ่อแม่อย่างมากมาย ความจริงแล้วผมรู้สึกอยู่เสมอว่าเด็กที่พ่อแม่มีปัญหาครอบครัว และเผชิญกับมันอย่างได้ผลนั้นมีความคิดความอ่านของตัวเองมากขึ้นในการที่จะเผชิญกับปัญหาแบบเดียวกันในขณะที่แกเติบโตขึ้นและรับผิดชอบต่อชีวิตของตัวเองในภายหลัง

ดูเหมือนว่าลูกสาวคุณกำลังเสนอปัญหาโดยเฉพาะบางอย่างที่แกเองต้องการความช่วยเหลือ ก็อย่างที่คุณทราบมีอยู่บ่อยๆ ที่เด็กจะตรงไปตรงมาในการพูดเป็นอันมากและบางครั้งก็จะทำลายความรู้สึกของคนอื่น เมื่อกรณีอย่างนี้เกิดขึ้นพวกแกก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรดี ผมคิดว่าลูกสาวของคุณกำลังบอกสิ่งที่แกอาจจะได้บอกกับคนอื่นหรือที่คนอื่นบอกแกให้คุณทราบ และแกก็เพียงแต่ไม่ทราบว่าจะจัดการกับความเห็นเหล่านี้หรือสถานการณ์ที่ความเห็นเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เห็นได้ชัดว่า แกไวต่อสิ่งเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นแล้วแกคงไม่ร้องไห้ในขณะที่คุณตอบโต้แกในทำนองเดียวกัน ในแง่หนึ่งนั้นแกต้องการเห็นปฏิกิริยาของคุณต่อคำพูด “ที่เป็นการดูถูกเหยียดหยาม” เหล่านี้ ถ้าคุณสามารถตอบสนองได้โดยที่ยังใจเย็นอยู่ด้วยการรักษาความเคารพในตัวเองของคุณไว้และหลีกเลี่ยงการรุกหรือการตั้งรับด้วยตัวคุณเองแล้ว คุณก็จะทำให้ลูกสาวคุณมีเครื่องมือในการเผชิญกับคำพูดแบบนี้ในกรณีที่คนอื่นๆ พูดกับแก ในขณะที่แกบอกว่า ‘‘คุณแม่ไม่สวยเท่าแม่ของคนอื่นๆ” ก็จงบอกแต่เพียงว่า “แม่แน่ใจว่าแม่ของคนอื่นๆ บางคนสวยกว่าแม่และบางคนก็ไม่ได้สวยกว่า สิ่งที่มีความสำคัญมากกว่าการที่ลูกสวยมากน้อยเพียงใดนั้นก็คือการที่ลูกเป็นคนอย่างไรต่างหาก” กับคำพูดอย่างเช่น “คุณแม่โง่” คุณก็อาจจะตอบได้ว่า “มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คนเรารู้ และก็มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่คนเราไม่รู้ และก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าคนเราไม่รู้คำตอบสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างแล้วคนๆ นั้นจะเป็นคนโง่” ด้วยการเจาะลึกเข้าไปในความเห็นของแกในขณะที่รักษาอารมณ์และศักดิ์ศรีของคุณไว้ได้ คุณก็จะสามารถช่วยลูกสาวคุณพัฒนาทักษะสำหรับการเผชิญกับคำตำหนิติเตียนของคนอื่นได้ด้วย

ที่มา:ดร.ลี  ซอลค์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments