เด็กชอบคุยโม้เกินความจริง

author   December 28, 2011   Comments Off on เด็กชอบคุยโม้เกินความจริง

เด็กบางคนชอบคุยโวโอ้อวดเกินความจริง อย่างนี้คงเป็นเพราะมีปมด้อยอะไรบางอย่างในใจ จึงพยายามหาทางชด-เชยด้วยการสร้างภาพฝันเพื่ออวดเพื่อนๆ ให้เพื่อนในกลุ่มสนใจ สร้างความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและความสำคัญ…

เด็กชายโต้งชอบคุยอวดตัวว่า แม่เขาทำขนมอร่อยให้กินเสมอ อาทิตย์หนึ่งก็จะมีขนมแปลกๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ความเป็นจริงชีวิตโต้งก็คือเด็กชายถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง พ่อไม่เคยมาหา แม่ก็มีอาชีพทำงานกลางคืน ซึ่งแทบไม่ได้ ให้ความสนใจเขาเลย ไม่เคยทำขนมอะไรให้เขากิน ไม่เคยใช้เวลาอยู่กับลูก เด็กคนนี้จึงสร้าง “แม่” ในจินตนาการขึ้นมา เพื่อชดเชยกับความรู้สึกต่ำต้อยน้อยหน้า ไม่มีใครยอมรับเขา

เด็กชอบคุยโม้เกินความจริง ก็เพื่อให้เพื่อนฝูงทึ่งหรือเห็นว่าตัวเขามีความสำคัญ บางครั้งก็อาจถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะธรรมชาติของเด็กชอบ “เอาชนะ” เพื่อน ๆอยู่แล้ว แต่บางคนเอาความจริงไปปะปนกับความเท็จและความเพ้อฝัน คุยโม้ว่าพ่อเขาเป็นวีรบุรุษ เป็นพระเอกที่มีความสามารถเก่งกาจในทางใดทางหนึ่ง บางคนยังเชื่อเคลิ้มตามที่ตัวเองคุยโวกับเพื่อน ๆ เป็นจริงเป็นจังไปเลยก็ได้

ถ้าเด็กคุยโวเพียงชั่วครั้งชั่วคราวก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าพูดเกินความจริงบ่อยๆ ก็น่าจะตักเตือนให้เขารู้ว่า คนอื่นอาจไม่เชื่อคำพูดเขา และต่อไปอาจไม่ไว้ ใจเขาก็ได้ การทำให้คมอื่นยอมรับเรานั้น ไม่จำเป็นต้องคุยโวโอ้อวดหรอก ถ้าเขาเล่า เรื่องต่างๆ อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีการต่อเติมเสริมแต่งให้เกินเลยไป คุณจะรู้สึก ภูมิใจในตัวเขามากกว่า

บางครั้ง เด็กอาจเชื่อเรื่องราวที่เพื่อนของเขาคุยโวไว้ แล้วเอามาเล่าให้คุณฟังอีกต่อหนึ่ง ถ้าลูกคุณยืนยันว่าเรื่องแบบนั้นเป็นความจริง คุณก็ควรอธิบายให้เขาเข้าใจว่า เป็นธรรมดาที่เขาจะคล้อยตามคำพูดของเพื่อน แต่บังเอิญเพื่อนคนนั้นสร้างเรื่องที่ไม่จริงขึ้นมา เพื่อให้คนอื่นประทับใจ เพราะฉะนั้นเราไม่ควรหลงเชื่อว่ามัน เป็นเรื่องจริง

แม้แต่เด็กที่เพิ่งเข้าเรียนชั้นประถม ก็ยังสามารถเข้าใจได้ว่า บางครั้งคนเราอาจรู้สึกอ่อนแอในจิตใจ ก็เลยคุยโม้เรื่องอะไรขึ้นมาสักอย่างเพื่อให้คนอื่นสนใจ และเห็นความสำคัญของตัว เด็กส่วนมากมักจะเข้าใจเรื่องเช่นนี้ได้ดีพอจะรู้ว่าเพื่อน คนไหนขี้โม้ คนไหนพูดเกินความจริง และเด็กก็มักจะตั้งข้อสงสัยและเอามาถามพ่อแม่ ว่าเรื่องที่เพื่อนเล่านั้นเป็นความจริงหรือไม่

พ่อแม่ต้องช่วยให้ลูกเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า เพื่อนของเขามีเหตุจูงใจอะไรที่ ทำให้เขาคุยโวเช่นนั้น เป็นการป้องกันไม่ให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองโง่ไปถนัดที่หลงเชื่อ “เรื่อง” ที่เพื่อนกุขึ้นมา

นอกจากการคุยโวแล้ว เด็กบางคนชอบโอ้อวดตัวเองด้วยการแสดงพฤติ-กรรมแปลกๆ ที่ไม่น่ารัก ปกติแล้วการแสดงความภูมิใจในตัวเองเมื่อทำอะไรสำเร็จนั้น ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร แต่การโอ้อวดเพื่อให้คนอื่นยกย่องชมเชย จนกลายเป็นเหยียดหยามผู้อื่น อาจทำลายความสัมพันธ์ที่มีกับเพื่อน ๆ ได้

เด็กที่ชอบโอ้อวดมักดูถูกคนอื่น หรือหมิ่นแคลนกิจกรรมที่คนอื่นกำลังทำ แต่ตัวเองไม่มีส่วนร่วมด้วย พฤติกรรมเช่นนี้เป็นการปกป้องตัวเองอย่างหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงความวิตกกังวล

ถ้าจะว่าไป การดูหมิ่นเหยียดหยามสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ดี ทำให้เขารู้สึกคลายความวิตกกังวลกับความไม่เอาไหนของตัวเองลงได้บ้าง เป็นการปิดบังปมด้อยของตัวเอง

ความอวดดื้อถือดีว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่น จึงสะท้อนให้เห็นถึงปมด้อยที่แฝงอยู่ในใจของคนผู้นั้น แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะหาทางชดเชยความรู้-สึกมีปมด้อยของตัวเอง ด้วยการทำให้คนอื่นคิดว่าตัวเองเข้มแข็งกว่า เก่งกว่า มีอำนาจเหนือกว่า และสำคัญตัวเองเกินความเป็นจริง

การยกตนข่มท่าน เป็นพฤติกรรมที่เด็กอาจเรียนรู้มาจากคนใกล้ชิดก็ได้ พ่อแม่บางคนอาจอวดอ้างความสำเร็จของตัวเองจนเกินเลยความจริง ลูกก็เลยจำเอาไปเป็นแบบอย่าง

ถ้าลูกคุณแสดงตัวว่าชอบอวดเก่งเบ่งทับคนอื่น ก็จงหันมาสำรวจดูพฤติ-กรรมของคุณเองเสียก่อน คุณเลิกทำตัวอวดเบ่ง ลูกก็จะเลิกไปเองเหมือนกัน คุณอาจชี้แนะให้ลูกรู้ว่า การโอ้อวดไม่รู้จักหยุดหย่อนนั้น อาจทำให้คนอื่นหันหลังให้ และไม่ยอมคบค้าสมาคมด้วย จงแนะนำด้วยเหตุด้วยผล อย่าข่มขู่ เพราะเด็ก ที่ชอบอวดเก่งนั้นมักมีความรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อยอยู่แล้ว และอาจทนคำตำหนิ ติเตียนไม่ค่อยได้ จนไม่อาจยอมรับคำชี้แนะของคุณ

เมื่อลูกชอบอวดเก่ง คุณควรแสดงตัวให้เขารู้ว่า คุณรักเขาโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ความรักและการยอมรับของคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความสำเร็จของเขาเลย ถึงอย่างไรคุณก็รักและเอาใจใส่เขาเหมือนเดิม

ด้วยวิธีการเช่นนี้ คุณก็จะช่วยให้ลูกเกิดความมั่นใจในตัวเองอย่างแท้จริง เห็นคุณค่าของตัวเอง จนไม่ต้องเที่ยวอวดอ้างสรรพคุณ หรือทำตัวโอ้อวดให้คนอื่นรำคาญอีกต่อไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments