อุปนิสัยในการนอนของเด็กวัย 11 เดือนถึง 1 ขวบ

author   June 18, 2011   Comments Off on อุปนิสัยในการนอนของเด็กวัย 11 เดือนถึง 1 ขวบ

อุปนิสัยในการนอนของเด็กมีต่างกัน เด็กบางคนเล่นอยู่ดี ๆ พอหันไปดูอีกที ปรากฏว่าไปนอนผลอยหลับอยู่บนตักของใครเสียแล้ว  เด็กบางคนกว่าจะนอนได้ต้องร้องงอแงสักตั้งหนึ่งก่อนแล้วตามด้วยนม ดูดจนหมดขวดแล้วยังดูดขวดเปล่าต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหลับ เล่นเอาคุณแม่แทบแย่

เรื่องเด็กนอนง่ายนอนยากนั้น เป็นนิสัยติดตัวมาแต่กำเนิด ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ฝึกกันได้ เรื่องที่คุณแม่จะทำได้คือปรับนิสัยในการนอนของลูกให้เข้ากับสถานการณ์ในบ้าน เพื่อให้บ้านอยู่ในความสงบ ไม่ต้องตกอยู่ในภาวะสงครามก่อนนอนทุกคืน

สำหรับเด็กที่นอนง่าย ไม่ว่าอยู่ในสภาพอย่างไรก็นอนได้นั้น คุณแม่ก็จัดให้นอนในเวลาที่คุณคิดว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับครอบครัว ถ้าอยากให้ลูกนอนตอน 2 ทุ่ม เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่จะได้มีเวลากระหนุงกระหนิงดูโทรทัศน์ด้วยกัน หลังจากนั้น คุณแม่ก็จัดการอาบน้ำอาบท่าให้ลูกหลังอาหารเย็นสักพักหนึ่ง แล้วให้ดื่มนม ดื่มน้ำล้างปากและเอาเข้านอน เด็กหลับง่ายอยู่แล้วไม่นานก็จะหลับ เด็กบางคนขนาดคุณพ่อคุณแม่เปิดไฟสว่างดูโทรทัศน์อยู่ในห้องเดียวกันก็ยังนอนได้

ที่เป็นปัญหาคือเด็กนอนยาก เข้านอนแล้วกว่าจะหลับได้กินเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง คุณแม่เล่านิทานก็แล้วร้องเพลงกล่อมก็แล้ว ลูบก้นเกาหลังให้จนเมื่อยมือจึงจะยอมนอน บางคนถ้าไม่ได้ดูดอะไรในปากก็ไม่ยอมนอน บางทีหลับไปแล้วพอคุณแม่ขยับตัวจะลุก กลับตื่นขึ้นมาร้องอีก คุณแม่ต้องนอนอยู่ข้าง ๆ ด้วยถึงจะยอม เด็กบางคนเวลานอนต้องเอามือล้วงเข้าไปในเสื้อของคุณแม่กอดนมเอาไว้ บางคนเอานิ้วม้วนผมคุณแม่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหลับ ถ้านมแม่ยังมีอยู่ บางคนก็ต้องดูดนมแม่ก่อนจึงจะยอมนอน

ถ้าอยากจะทำให้เด็กนอนยาก นอนง่ายขึ้น คุณแม่ต้องให้เด็กเพลียเต็มที่เสียก่อนค่อยเอาเข้านอนจึงจะดี ตอนกลางวันให้ลูกได้เล่นออกกำลังกายอย่างพอเพียง เลื่อนเวลาอาหารเย็นให้ค่ำหน่อย พอหนังท้องตึง หนังตาจะได้หย่อนและนอนได้นานเพราะกระเพาะเต็มไม่ตื่นขึ้นมาหิวกลางดึก ทำความลำบากให้คุณแม่ต้องลุกขึ้นมากล่อมอีก ก่อนจะเอาลูกเข้านอน ควรดูให้ลูกง่วงเต็มที่เสียก่อน  ยิ่งง่วงเท่าไร ระยะเวลาโยเยก่อนนอนก็ยิ่งสั้นขึ้นเท่านั้น

คุณแม่บางคนกลัวว่าถ้าไม่พาลูกเข้านอน ปล่อยให้เล่นอยู่อย่างนั้น แกจะไม่ยอมนอนสักที ตื่นอยู่จนถึงห้าทุ่มเที่ยงคืน ปัญหานี้มักจะเกิดกับเด็กที่ตอนกลางวันคุณแม่ไม่ได้เลี้ยงเอง ปล่อยให้คนใช้หรือญาติผู้ใหญ่เลี้ยง ถ้าคนใช้เป็นคนขี้เกียจและไม่ชอบเด็ก มักจะพยายามให้เด็กนอนมาก ๆ ตอนกลางวัน ทำให้เด็กออกกำลังกายน้อย จึงมาออกกำลังกายตอนกลางคืนแทน และในเมื่อตอนกลางวันเด็กนอนมากอยู่แล้ว เด็กจึงอยู่ดึกได้โดยไม่ง่วง ตอนเช้าก็ตื่นสายโด่ง และนอนอีกครั้งตอนบ่ายจนถึงเย็น สำหรับรายที่คุณย่าคุณยายเลี้ยงให้ก็มีปัญหาคล้าย ๆ กันคือ เด็กได้ออกกำลังกายน้อย และนอนมากตอนกลางวันเพราะคุณย่าคุณยายแก่แล้วจะวิ่งเล่นกับเด็กก็ไม่ไหว ชอบให้เด็กอยู่เฉย ๆ นอนมาก ๆ เด็กจึงนอนยากตอนกลางคืน คุณพ่อคุณแม่ก็ทำงานนอกบ้านจึงเหนื่อยมากกับลูกตอนกลางคืนเพราะเหตุนี้ แต่หลายคนก็ยินดีที่จะให้ลูกนอนดึกเพื่อจะได้มีโอกาสเล่นกับลูกบ้าง

แต่ถ้าคุณแม่อยากจะให้ลูกนอนตั้งแต่หัวค่ำก่อน 3 ทุ่มละก็ มีทางเดียวที่จะทำได้คือ ลดเวลานอนกลางวันของลูก ถ้าลูกเคยนอนตอนบ่ายตั้งแต่บ่าย 3 โมงถึง 5 โมง คุณแม่จะต้องปลุกตั้งแต่ 4 โมง ยอมให้นอนแค่ชั่วโมงเดียว แน่นอน เด็กจะต้องร้องโยเยอยู่พักใหญ่จนกว่าจะเคยชินกับเวลาใหม่ ก็แล้วแต่ว่า คุณแม่จะเลือกผจญกับลูกโยเยตอนบ่าย หรือจะยอมให้ลูกนอนดึก

เมื่อเอาลูกเข้านอน คุณแม่ต้องพยายามให้ลูกหลับเร็ว ๆ ถ้าเด็กได้ดูดหัวนมหลอกแล้วหลับเร็ว ก็ให้ดูดหรือถ้าดูดนมแม่แล้วหลับเร็วก็ให้ดูดดีกว่า ไม่มีเด็กคนไหนที่จะดูดนมแม่ไปจนแก่

ในกรณีที่เด็กตื่นขึ้นมาร้องตอนกลางคืนก็เช่นเดียวกัน ควรหาทางให้ลูกหลับโดยเร็ว เด็กบางคนต้องได้ดูดนมก่อนจึงจะยอมนอนต่อ ในกรณีนี้เห็นจะต้องยอมเพื่อความสงบสุขยามดึก แต่คุณแม่ควรพิจารณาด้วยว่า อาหารมื้อเย็นของลูก คุณแม่ให้เร็วไปหรือน้อยไปจนเด็กตื่นขึ้นมาหิวกลางดึกหรือเปล่า เมื่อแก้ไขในเรื่องอาหารแล้ว เด็กยังเรียกร้องที่จะกินนมมื้อดึก ก็เห็นจะต้องยอม ที่จริงนมมื้อดึกไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็กแต่อย่างใด

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments