อุบัติเหตุบนถนนกับวัยรุ่น

author   May 16, 2014   Comments Off on อุบัติเหตุบนถนนกับวัยรุ่น

ขับรถ

วัยรุ่นขับรถไปเกิดอุบัติเหตุและต้องชดใช้ค่าเสียหายเอง
ถาม ลูกชายของดิฉันอายุ ๑๖ ปี ขับรถยนต์ของเราไปเกิดอุบัติเหตุขึ้น และต้องเสียค่าซ่อมแซมรถเป็นเงินเกือบหกร้อยดอลลาร์ (ราวหมื่นสองพันกว่าบาท) สามีของดิฉันบอกว่าลูกชายของเราจะต้องทำงานเพื่อจ่ายค่าซ่อมแซมนี้เอง แต่ดิฉันรู้ดีว่าลูกชายของเราเสียใจมากแค่ไหนและเขาก็เป็นคนขับรถที่มีความระมัดระวังรอบคอบอยู่แล้ว ทั้งดิฉันยังรู้ว่าเขาจะต้องทำงานอีกนานเท่าไรถึงจะหาเงินมาชดใช้ได้ขนาดนั้น เราสามารถที่จะเสียเงินสำหรับซ่อมแซมค่าเสียหายนี้เองได้ มันจะถูกต้องไหมสำหรับเราที่จะจ่ายเงินค่าซ่อมแซมในคราวนี้เสียเอง?

ตอบ ในเมื่อลูกชายของคุณก็เสียอกเสียใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้และโดยปรกติเขาก็เป็นคนที่ขับรถดี มีความระมัดระวังอยู่แล้ว คุณก็ควรจะให้ความช่วยเหลือเขาบ้างในการที่จะซ่อมแซมความเสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น ในขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องสำคัญที่เขาควรรับผิดชอบและมีส่วนในด้านการเงินสำหรับการซ่อมแซมนี้ด้วย แต่เรื่องนี้ผมก็มีความรู้สึกว่าเขาก็พอรู้ซึ้งถึงผลพวงของสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และคงจะมีความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ที่จริงแล้วก็เป็นไปได้สำหรับครอบครัวของคุณที่จะได้ใช้บทเรียนจากประสบการณ์ครั้งนี้ของเขาโดยให้ความเห็นอกเห็นใจและให้เขาเข้าใจด้วยการช่วยเหลือเขาแก้ปัญหาในสถานการณ์นี้ด้วย แทนที่คุณจะจ่ายเงินทั้งหมดเองในคราวนี้ (และเราก็หวังว่านี่เป็นครั้งสุดท้าย) คุณก็ให้ลูกชายของคุณ รับผิดชอบบ้างเป็นบางส่วนของเงินหกร้อยดอลล่าร์ ถ้าคุณกำหนดให้เขาจ่ายเป็นรายสัปดาห์ว่าเขาจะต้องใช้คืนเป็นเงินในจำนวนที่เขาสามารถจะจ่ายได้โดยไม่ต้องรัดเข็มขัดอย่างแสนสาหัสละก็ เขาก็สามารถที่จะรับปัญหานี้ได้โดยไม่รู้สึกลำบากใจและในขณะเดียวก็รู้สึกว่าพ่อแม่ของเขาพร้อมที่จะช่วยเหลือเขาในยามที่เขาเดือดร้อนด้วย

ถ้าในช่วงสองสามเดือนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปคุณเห็นว่าเขามีความขยันขันแข็งหาเงินทองมาชดใช้และเขาก็ยังขับรถด้วยความระมัดระวังอยู่ คุณก็อาจจะเห็นว่าถึงเวลาที่จะยกเลิกเงินทองส่วนที่เหลือที่เขาจะต้องจ่ายคืนให้เสียก็ได้ การทำเช่นนี้ไม่ใช่เป็นการบั่นทอนความรู้สึกรับผิดชอบของเขาแต่อย่างใด แต่จะเป็นการสอนให้เขารู้ว่าปัญหาในลักษณะดังกล่าวสามารถจะแก้ไขให้ลุล่วงไปได้ด้วยการประนีประนอมและด้วยความเห็นอกเห็นใจกัน

ที่มา:ดร.ลี  ซอลค์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments