อาหารเครื่องดื่มและของแสลง

author   February 15, 2012   Comments Off on อาหารเครื่องดื่มและของแสลง

โดยทั่ว ๆ ไปไม่ควรจะจำกัดอาหารเมื่อเด็กป่วยนอกจากในรายที่แพทย์แนะนำ หรือที่จะกล่าวต่อไปนี้ เพราะในขณะที่เด็กป่วยร่างกายจะยิ่งต้องการอาหารที่เป็นประโยชน์มากขึ้น

เพราะฉะนั้นถ้าให้กินแต่ข้าวต้มกับปลาเค็มทุกวันๆ ร่างกายจะเอากำลังที่ไหนไปต่อสู้กับโรค

น้ำและเครื่องดื่ม ควรให้ดื่มให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายสามารถกำจัดของเสีย และยา ที่กิน ๆ เข้าไปและไม่ใช้แล้วออกมาทางปัสสาวะ (ในผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจจะจำกัดจำนวนน้ำดื่ม เช่นในผู้ป่วยโรคไต โรคหัวใจบางอย่างเป็นต้น)

อาหารแสลงมีอะไรบ้าง

อาหารสำหรับโรคท้องเดิน

ในระยะแรกๆ เช่น 12-24 ชั่วโมง (แล้วแต่ความรุนแรงของโรค) ควรพยายามให้ท้องว่าง ให้อาหารประเภทของเหลว หรือที่มีกากน้อย ย่อยง่าย รสอ่อน และไม่มีไขมันมาก เช่น น้ำแกงจืด โจ๊ก ข้าวต้มค่อนข้างใส และน้ำอัดลมที่ไม่ใช่น้ำผลไม้ เป็นต้น แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มอาหารเมื่ออาการของโรคดีขึ้น

ในทารกที่ยังกินนม ควรงดน้ำผลไม้ ข้าว และอาหารอื่น และชงนมให้ใสกว่าปกติ หรืองดนมแต่ให้น้ำกลูโคสแทนถ้าถ่ายเหลวมากและบ่อยครั้ง

ถ้าเด็กอาเจียนด้วย การใส่เกลือลงไปในอาหารหรือเครื่องดื่มบ้างเล็กน้อย ประมาณ 1ช้อนชาจะช่วยทดแทนเกลือที่เสียไปทั้งทางอาเจียนและอุจจาระ

อาหารแสลงสำหรับโรคไข้รากสาดน้อย (ไทฟอยด์)

โรคนี้จะมีแผลอักเสบที่ลำไส้ และโรคแทรกที่อาจเกิดขึ้นได้ก็คือการแตกทะลุ หรือมีเลือดออกที่แผลนั้น

ดังนั้นในระยะ 2-3 อาทิตย์แรกจึงควรให้อาหารที่มีกากน้อย รสอ่อน และย่อยง่าย งดอาหารประเภทผักและผลไม้ซึ่งส่วนใหญ่มักมีกากมาก

อาหารแสลงสำหรับโรคตับอักเสบ

พยายามให้อาหารประเภท ข้าว น้ำตาล และแป้งให้มากกว่าอย่างอื่น ให้อาหารประเภทเนื้อสัตว์ทุกชนิดได้ตามปกติ แต่งดอาหารที่มีไขมันหรือนํ้ามันมาก ๆ

เด็กไอ ห้ามอาหารอะไรหรือไม่

โดยทั่วไปไม่ห้ามอะไร แต่สังเกตว่าอาหารที่มีน้ำมันมาก ๆ เช่น ประเภททอด หรืออาหารที่เย็นจัดอาจทำให้ไอมากขึ้น ในเวลาที่เด็กไอเราอยากให้เด็กกินน้ำหรือเครื่องดื่มมาก ๆ เพื่อไม่ให้เสมหะเหนียว จึงมักมีปัญหา เพราะเครื่องดื่มที่ไม่เย็นใครจะไปอยากดื่ม (นอกจากจะร้อนไปเลย) ดังนั้นจึงควรพิจารณาอะลุ่มอล่วยเป็นราย ๆ ไปด้วย แพทย์บางคนนิยมให้จิบนํ้าผึ้งผสมนํ้ามะนาวซึ่งอาจช่วยให้ทุเลาความรู้สึกระคายคอลงได้บ้าง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments