อาการผิดปกติที่อาจพบในระหว่างตั้งครรภ์

author   January 7, 2012   Comments Off on อาการผิดปกติที่อาจพบในระหว่างตั้งครรภ์

แพ้ท้อง

เป็นอาการที่พบได้บ่อย  ความรู้สึกคลื่นไส้อาเจียนอาจเกิดได้ตั้งแต่ประจำเดือนเริ่มขาด และส่วนมากจะดีขึ้นหลังจากตั้งครรภ์ได้สี่เดือน  แต่มีบางรายแพ้นานมากกว่านี้

อาการแพ้ท้องนี้ถ้าเคยมีมาแล้วก็ไม่จำเป็นว่าเมื่อตั้งครรภ์ต่อไปจะต้องเป็นอีก หรือถ้าไม่เคยแพ้เลยเมื่อครรภ์ที่แล้ว ครรภ์นี้อาจเป็นก็ได้  สาเหตุของการแพ้ท้องยังไม่มีผู้ทราบแน่ชัด เมื่อมีอาการแพ้ท้องควรรับประทานอาหารครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง อย่าให้ท้องผูก แพทย์จะสั่งยาแก้แพ้ท้องซึ่งในปัจจุบันนี้มีหลายชนิดที่นับได้ว่าปลอดภัยและได้ผลดี  การแพ้ท้องมากๆ จนต้องเข้าอยู่ในโรงพยาบาลในปัจจุบันนี้พบได้น้อย เพราะผู้ตั้งครรภ์ไปพบแพทย์แต่เนิ่นๆ ทำให้อาการไม่มาก

ปวดศีรษะ

ในระยะตั้งครรภ์อ่อนๆ พบได้บ่อย  ถ้าตรวจไม่พบสาเหตุก็ไม่ควรวิตกกังวล มักจะหายไปพร้อมกับอาการแพ้ท้อง

อยากรับประทานอาหารแปลกๆ

พบในผู้ตั้งครรภ์บางราย ไม่ควรห้ามถ้าของนั้นสะอาดและไม่มีโทษ

อ่อนเพลีย

ระยะตั้งครรภ์อ่อนๆ คุณอาจรู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติ แต่จะหายเองหลังจากตั้งครรภ์ได้ 3-4 เดือน

นอนไม่หลับ

อาจเกิดได้ในระยะ 3-4 เดือนแรก และจะหายไปเองเช่นเดียวกับอาการอ่อนเพลีย  ในระยะครรภ์แก่ๆ คุณอาจจะนอนไม่หลับเพราะการเจ็บเตือน อึดอัดหรือความกังวลใจต่างๆ ควรบอกให้แพทย์ของคุณทราบด้วย

ตกขาว

ในระหว่างตั้งครรภ์ช่องคลอดจะเปียกชื้นมากกว่าธรรมดา  แต่ถ้ามีมากและมีกลิ่นเหม็น หรือคัน ก็ควรได้รับการตรวจภายใน เพราะอาจเป็นผลเนื่องจากเชื้อรา พยาธิหรือหนองในก็ได้

ท้องผูก

มักจะเกิดระหว่างตั้งครรภ์ ควรรับประทานน้ำมากๆ เพิ่มผักสดและผลไม้ในอาหาร ออกกำลังกายบ้าง และถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา ถ้าท้องผูกมาก ยาระบายอ่อนๆ จะช่วยได้ แพทย์จะเป้นผู้สั่งให้

ริดสีดวง

มักจะเกิดหรือเป็นมากขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ ควรระวังไม่ให้ท้องผูก การผ่าตัดริดสีดวงระหว่างตั้งครรภ์ หรือหลังคลอดหกสัปดาห์แรกไม่จำเป็น นอกจากจะมีอาการแทรกซ้อน เช่น เลือดออกมาก หรือเส้นเลือดอุดตันทำให้ปวด หลังคลอดแล้วอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเป็นส่วนมาก พ้นหกสัปดาห์ไปแล้วควรได้รับการตรวจเพื่อการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

เส้นเลือดขอด

อาจจะเกิดหรือเป็นมากขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ และจะดีขึ้นหลังคลอด ควรระวังไม่ให้ท้องผูก ไม่ควรนั่งหรือยืนนานๆ เวลานอนพักควรยกเท้าสูง การรักษาระหว่างตั้งครรภ์ไม่จำเป็น ระยะหลังคลอดควรลุกเดินเร็วๆ เพื่อป้องกันเส้นเลือดอุดตันที่ขา หลังคลอดแล้วหกสัปดาห์ ถ้ายังเป็นมากอยู่ควรได้รับการตรวจและรักษาที่ถูกต้องต่อไป

แสบร้อนในทรวงอก

อาจเกิดหลังรับประทานอาหารหรือเรอ  เป็นผลจากน้ำกรดในกระเพาะอาหารไหลขึ้นมาในหลอดอาหารซึ่งอยู่ในทรวงอก  ทั้งนี้เนื่องจากมดลูกโตขึ้นและดันกระเพาะอาหาร อาการแสบร้อนในทรวงอกนี้บรรเทาได้ด้วยนาลดกรด

ปวดหลัง

ควรเลิกใส่รองเท้าส้นสูงระหว่างตั้งครรภ์ และไม่ควรเดินหรือนั่งครั้งละนานๆ กางเกงรัดหน้าท้องสำหรับผู้ตั้งครรภ์ซึ่งมีขายในขนาดต่างๆ กันจะช่วยลดอาการปวดหลังได้อย่างมาก

เด็กดิ้นมากเกินไป ไม่ผิดปกติ

โดยมากถ้าคุณทำงานหนัก อ่อนเพลีย หรือพักผ่อนไม่พอ เด็กจะดิ้นมากขึ้น

เด็กไม่ดิ้น ผิดปกติ

ควรรายงานให้แพทย์ทราบด่วน

ฝ้า

ผู้ตั้งครรภ์มักมีฝ้าสีดำๆ ส่วนมากเกิดบริเวณหน้าโดยเฉพาะสองข้างของจมูก ตามทรวงอก และบริเวณหน้าท้อง บริเวณระหว่างสะดือและหัวเหน่ามีเส้นดำยาวเห็นเด่นชัด ฝ้าดำๆ นี้จะหายไปเองหลังคลอด

ท้องลาย

ไม่มีทุกคน สุดแต่ลักษณะผนังท้องของแต่ละบุคคล

ถ้าน้ำหนักตัวขึ้นมากระหว่างตั้งครรภ์โอกาสที่จะเป็นก็มากขึ้น  นอกจากที่หน้าท้องแล้วยังอาจพบได้บริเวณโคนขา และเต้านม มีลักษณะเป็นสีชมพูจางๆ ในบางครั้งจะรู้สึกคัน ควรใช้น้ำมันมะกอกหรือโลชั่นทาบางๆ วันละ 1-2 ครั้งจะช่วยบรรเทาอาการได้ หลังคลอดแล้วยังคงอยู่เห็นเป็นทางขาวๆ

ท้องลายไม่สามารถป้องกันหรือแก้ไขได้

ตะคริว

อาจเกิดได้บริเวณน่อง มักเป็นเวลากลางคืน ขณะที่กำลังเป็นควรใช้น้ำมันร้อนๆ ทาและบีบ อาจป้องกันไม่ให้เกิดได้โดยการรับประทานแคลเซียมเพิ่มขึ้น สำหรับผู้ที่รับประทานนมสดมากๆ ควรลดปริมาณนมลง

อาการผิดปกติที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

คุณควรไปโรงพยาบาลหรือรายงานให้แพทย์ของคุณทราบทันทีเมื่อ

–                  มีเลือดออกทางช่องคลอด

–                  มีอาการมือเท้าบวม

–                  ตามัว

–                  อาเจียนตลอดเวลา

–                  มีไข้หรือหนาวสั่น

–                  ปัสสาวะปวดแสบปวดร้อน

–                  ถุงน้ำคร่ำรั่วหรือแตก

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments