อาการตัวเหลืองในเด็กทารก

author   January 26, 2012   Comments Off on อาการตัวเหลืองในเด็กทารก

อาการตัวเหลืองเกิดเพราะมีการคั่งค้างของสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่าบิลิรูบิน (bilirubin) ซึ่งเกิดจากการแตกทำลายของเม็ดเลือดแดง

สาเหตุที่ทำให้เด็กตัวเหลือง (และตาขาวมีสีเหลือง) มีมากมายหลายสิบประการ ทั้งที่ถือว่าเป็นเรื่องปกติและผิดปกติ ในที่นี้จะเล่าถึงเฉพาะอาการตัวเหลืองที่ถือว่าปกติและเป็นสิ่งที่อาจพบได้ในเด็กจำนวนมาก (กว่าครึ่งหนึ่งของเด็กคลอดครบกำหนด และมากกว่านั้นในทารกคลอดก่อนกำหนด)

สำหรับอาการตัวเหลืองที่ถือว่าเป็นปกตินี้มักพบในระหว่างวันที่ 3-14 หลังคลอด เด็กจปกติสบายดี นอกจากปัสสาวะจะมีสีเหลืองเข้มมากน้อยตามความเหลืองของผิวหนังและตาขาว

โดยปกติแพทย์เท่านั้นที่จะเป็นนผู้ตัดสินว่าอาการตัวเหลืองนั้นจะถือว่าเป็นโรคหรือไม่สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบก็คือ

เมื่อใดควรพาไปพบแพทย์

1.  ทุกครั้งถ้าแพทย์ยังไม่เคยตรวจในขณะที่เด็กมีอาการตัวเหลืองเลย

2.  แพทย์เคยตรวจแล้ว แต่ถ้าเด็กเหลืองมากขึ้นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบหรือรีบพาไปตรวจซ้ำ

ในกรณีที่อาการตัวเหลืองเป็นไม่มาก และแพทย์ตรวจแล้วว่าไม่มีโรคอะไรสิ่งที่ควรปฎิบัติก็คือให้เด็กได้กินน้ำให้มากพอ ถ้าเด็กกินนมมากอยู่แล้วก็จะได้น้ำจากที่ชงนมนั้น แต่ถ้ายังกินน้ำเพิ่มได้อีก (โดยไม่ทำให้กินนมน้อยลง) ก็ควรให้น้ำเพิ่ม ทั้งนี้เพราะสารที่ทำให้เกิดสี หลืองคือบิลิรูบินนั้นจะถูกขับถ่ายออกทางปัสสาวะ การให้เด็กกินน้ำมาก ๆ จึงช่วยให้หายเหลืองเร็วขึ้นด้วย

เด็กที่ตัวเหลืองแพทย์อาจใช้วิธี “ส่องไฟ” โดยใช้หลอดไฟนีออนพิเศษส่องเพื่อให้สารบิลิรูบินนั้นลดลงเร็วขึ้น แต่ถ้าสารชนิดนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเด็กตัวเหลืองจัด แพทย์ก็จะพิจารณาเปลี่ยนเลือด ซึ่งวิธีการไม่ยากและมีอันตรายน้อย การที่ต้องทำดังนั้นก็เพราะถ้าปล่อยให้ระดับบิลิรูบินสูงมาก อาจจะไปมีผลต่อสมองทำให้พิการได้

ยังมีอาการตัวเหลืองอีกชนิดหนึ่งที่มักพบบ่อยในเด็กฝรั่ง แต่ในเด็กไทยสมัยนี้ก็พบ เสมอ อาการตัวเหลืองประเภทนี้ไม่ถือว่าผิดปกติอย่างใด และตาขาวก็ไม่เหลือง ซึ่งผิดกับในพวกที่กล่าวถึงแล้ว ลักษณะตัวเหลืองประเภทนี้พบในเด็กที่กินผักหรือผลไม้ที่มีสีส้มจำนวนมาก ๆ และติดต่อกันหลาย ๆ วัน เช่น มะละกอ หัวแครอท มะเขือเทศ หรือซ๊อสมะเขือเทศ สารที่ทำให้ตัวเหลืองนั้นเรียกว่า แคโรทีน ซึ่งพบมากในผักและผลไม้ดังกล่าว เป็นตัวที่จะสร้างเป็นวิตามินเอต่อไป

อาการตัวเหลืองชนิดนี้จะหายไปหลังจากลดจำนวนหรือหยุดกินอาหารประเภทนี้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments