ลูกที่ทำงานแล้วยังอยู่กับพ่อแม่

author   May 16, 2014   Comments Off on ลูกที่ทำงานแล้วยังอยู่กับพ่อแม่

อยู่กับพ่อแม่

จบมัธยมศึกษาแล้วทำงานและยังอยู่กับพ่อแม่
ถาม  ลูกสาวของเราจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเมื่อปีที่แล้ว และปัจจุบันทำงานเป็นเลขานุการที่บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้บ้านของเรา เพราะว่าแกยังคงอยู่อาศัยกับเรา (แกจึงให้เงินเราบ้างส่วนหนึ่งซึ่งเป็นเสมือนกับค่าเช่าบ้าน) เรารู้สึกว่าแกควรจะต้องยึดระเบียบปฏิบัติของเราต่อไปเกี่ยวกับว่าเวลาเท่าใดแกควรจะกลับบ้านในตอนกลางคืน เดี๋ยวนี้บ่อยครั้งมากที่แกไปเที่ยวกับเพื่อนผู้หญิงด้วยกันหรือไม่ก็กับเพื่อนชายต่างๆ จนกระทั่งดึกดื่นเกือบแจ้ง การทำอย่างนี้ทำให้ทั้งสามีของดิแนและดิฉันเองไมสบายใจเอามากๆ คุณเห็นด้วยหรือไม่ว่าตราบใดที่แกยังคงอยู่ใต้หลังคาบ้านของเรา แกก็ควรจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์บ้างว่าเวลาที่เรากำหนดให้กลับบ้านนั้นมันเป็นอย่างไร?

ตอบ  ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ก็ต้องกล่าวว่ามันเป็นเรื่องที่ยากอยู่มากที่จะไปวางกฎเกณฑ์บังคับใครก็ตามที่อยู่ในวัยรุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวของคุณโดยไม่ขุ่นข้องหมองใจกับคุณไปด้วย ถ้าจะว่ากันตามหลักเกณฑ์ละก็แกกำลังอยู่อาศัยในบ้านของคุณ และก็ควรจะต้องเคารพกฎเกณฑ์ของคุณด้วย ในขณะเดียวกันคุณก็จะต้องรู้ด้วยว่าแกกำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เพิ่งจะจบชั้นมัธยมศึกษาและก็ช่วยเหลือตัวเองอยู่ ถ้าคุณต้องการอย่างยิ่งที่จะให้แกยึดกฎระเบียบของคุณโดยไม่มีการปรึกษากันเสียก่อน คุณก็คงก้าวเข้าไปเสี่ยงกับความบาดหมางกับลูกสาวของคุณซึ่งอาจจะมีความรู้สึกว่าคุณปฏิบัติกับแกราวกับว่าแกยังเป็นเด็กเล็กๆอยู่ ทางที่ดีคุณควรจะพูดอย่างเปิดอกกับแกและให้แกรู้ว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับการที่แกกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ ให้แกรู้ว่าคุณห่วงใยในความปลอดภัยของแกพอๆ กับเรื่องกิจกรรมที่แกไปทำอะไรมาเช่นกัน บอกให้ชัดแจ้งลงไปว่าในขณะที่คุณเองก็ไม่ต้องการที่จะทำเหมือนกับเป็นตำรวจคอยสอดส่องหรือยุ่มย่ามในชีวิตของแก คุณก็ยังต้องการให้แกพยายามกลับบ้านไม่เกินเที่ยงคืน (แน่นอนที่คุณก็รู้ดีว่าคงจะทำไม่ได้เสมอไป) ย้ำกับแกว่าแกควรที่จะยอมรับในความห่วงใยของผู้ที่เป็นพ่อแม่ เหมือนกับที่คุณยอมรับความเป็นผู้ใหญ่และเรื่องส่วนตัวของแก ถ้าคุณจะยืนกรานว่าแกจะต้องเชื่อกฎของบ้านหรือไม่ก็ ย้ายออกไปเสีย คุณก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยว่าเป็นไปได้ไหมที่แกจะทำอย่างนั้น คุณและสามีของคุณอาจจะเห็นว่านี่เป็นทางแก้ที่ไม่มีปัญหาและอาจจะไม่ลังเลใจที่จะยื่นคำขาดออกไปเช่นนั้น แต่ก็ควรแน่ใจเสียก่อนที่คุณจะทำลงไปว่าคุณพร้อมแล้วที่จะยอมรับการตัดสินใจของแกโดยไม่ว่าอะไรถ้าแกเลือกที่จะย้ายออกไปจากบ้านโดยที่คุณจะไม่มีปฏิกิริยาว่าผิดหวังหรือโกรธเคือง โดยหลักการแล้วถ้าหนุ่มสาวที่เติบโตพอและยังคงมีการพูดจาอย่างเปิดอกกับพ่อแม่ของตนอยู่ ไม่ว่าจะอยู่ด้วยกันหรือไม่ได้อยู่ด้วย ก็จะมีโอกาสอย่างมากที่จะพัฒนาความรู้สึกของการให้การเคารพนับถือซึ่งกันและกัน มีความรักผูกพัน กันลึกซึ้งยิ่งขึ้นและมีความเข้าใจที่ดีว่าเมื่อมีปัญหาอะไรก็ยังมีพ่อแม่คอยปรึกษาอยู่ในขณะที่เด็กคนนั้นไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงก็ตามพยายามที่จะก้าวเข้าไปสู่โลกภายนอกตามวิถีทางของตนเอง

ที่มา:ดร.ลี  ซอลค์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments