ห้องเด็กและของใช้สำหรับทารก

author   January 10, 2012   Comments Off on ห้องเด็กและของใช้สำหรับทารก

ห้องนอน

การจัดเตรียมห้องไว้สำหรับเด็กที่คลอดใหม่นั้น ถ้าจะพูดตามทฤษฎีแล้วจะพูดได้ง่าย แต่ในชีวิตจริง ๆ แต่ละครอบครัวมีฐานะทางการเงินและความเป็นอยู่แตกต่างกันมาก เพราะคุณอาจจะอยู่กันตฺามลำพังสามีภรรยา และพรั่งพร้อมด้วยผู้รับใช้ในบ้านโอ่โถงใหญ่โต มีเงินทองใช้เหลือเฟือ หรืออาจจะอยู่ร่วมกับพ่อแม่ของสามีหรือภรรยา แถมยังมีครอบครัวของพี่เขย หรือพี่สะใภ้ พี่ภรรยา…. .อยู่ร่วมด้วย…. .ในห้องแถวก็ได้ เพราะฉะนั้นคุณก็พยายามจัดให้ได้ดีที่สุดเท่าที่ความเป็นอยู่ของคุณจะอำนวยให้ได้โดยยึดหลักข้างล่างนี้ก็แล้วกัน

1)                                    เป็นห้องที่สะอาด ไม่มีของรกรุงรัง ถ้าข้าวของเครื่องใช้ของคุณมีมากก็ควรพยายามเก็บให้เป็นที่เป็นทาง โดยเลี่ยงที่จะไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ชนิดต่าง ๆ ที่มีอยู่มากใน เมืองไทย เช่น หนู แมงสาบ ซึ่งล้วนแต่นำโรคได้ทั้งนั้น รอบ ๆ เตียงหรือเปลเด็ก ควรให้มี ที่ว่างพอสมควรไม่ต่ำกว่าด้านละ 1 เมตร อย่างน้อย 3 ด้าน (อีกด้านหนึ่งอาจจะตั้งใกล้ฝาผนัง แต่ไม่ควรชิดห้อง) ยิ่งมีที่โล่งว่างมากกว่านี้ได้ก็ยิ่งดี

2)                                    ควรเป็นห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้ดีพอสมควร หรือถ้าเป็นห้องที่ติดเครื่องปรับอากาศก็ใช้ได้ดี

3)                                    มีแสงสว่างในห้องพอที่จะอ่านหนังสือได้โดยไม่ต้องเปิดไฟ เด็กที่อยู่ในห้องมืด ๆ ตลอดเวลาอาจเกิดความผิดปกติขึ้นได้ทางระบบประสาทตา

4)                                    ไม่มีฝุ่นละอองหรือควันจากท่อไอเสียรถเข้ามามากถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ติดเครื่องปรับ อากาศ (ถ้าคุณมีเงินพอ) หรือติดผ้าม่านบางๆกัน (ซึ่งช่วยได้เล็กน้อย) หรือใช้พัดลมดูด อากาศ อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเรื่องอย่างนี้คุณพ่อคงจะช่วยได้มาก

ที่นอน

ถ้าเป็นที่ยกสูงจะดีกว่า เช่นเป็นเตียงนอน หรือเป็นเปลอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะ ถ้านอนพื้นจะรับฝุ่นละอองมากกว่า และอาจถูกมดไต่ไรตอมง่ายขึ้น

เตียงนอน

ถ้าจะใช้เตียงเด็ก ไม่ควรเลือกที่มีขนาดเล็กมาก เพราะเด็กโตเร็วและคุณจะต้องเสีย เงินซื้อใหม่อีกอย่างน้อย 2 ครั้ง ควรเลือกขนาดที่เด็กอาจนอนได้อย่างน้อยถึงอายุ 4-5 ขวบจะ ดีกว่า เตียงเด็กที่ทำขายทั่วไปโดยปกติจะมีลูกกรงกัน ซึ่งเลื่อนขึ้นลงได้ทั้งสองข้าง ความห่าง ของซี่ลูกกรงเป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณา คือไม่ควรห่างเกินไปเพราะเด็กอาจลอดตกลงมาได้ และไม่ห่างพอดีที่ศีรษะจะลอดเข้าไปติดอยู่ได้ เพราะเคยมีอุบัติเหตุที่น่าเศร้าเช่นนี้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อเด็กพยายามที่จะลอดออกมา แต่ติดอยู่เพียงแค่คอ และดิ้นไปมาจนทำอันตรายต่อกระดูกคอ ของตัวเอง

ถ้าจะให้ลูกนอนบนเตียงใหญ่ร่วมกับพ่อแม่ก็ได้ ถ้าคุณไม่สามารถจะจัดแบบอื่น แต่ ต้องระวังผู้ใหญ่จะไปทับเด็ก นอกจากนี้แม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเอง เมื่อให้นมเวลาดึกที่แม่กำลังง่วง ๆ เต้านมอาจปิดทับปากจมูกเด็กได้ถ้านอนให้ลูกดูดนม (ควรจะนั่งดีกว่าถ้าแม่คิดว่าอาจจะผลอยหลบไปได้ง่าย ๆ)

รอบๆ เตียงนอนที่เป็นไม้แข็ง ควรจะมีวัสดุนุ่มๆ เช่นแผ่นฟองน้ำ หรือหมอน เย็บแบนๆ หุ้มด้วยพลาสติก และห่อหุ้มด้วยผ้าอีกชั้นหนึ่งกันไว้โดยรอบ

เปลประเภทที่มีลักษณะคล้าย “อู่” ที่มีวางขายราคาแพง มีมุ้งครอบ เย็บติดลูกไม้ และริบบิ้นอย่างสวยงามไม่ใคร่สะดวกในด้านปฏิบัติ นอกจากจะทำให้ลูกของคุณสวยเหมือนใน ภาพยนตร์ หรือแมกกาซีนต่างประเทศ แต่ถ้าคุณมีเงินมาก ๆ และเด็กนอนในห้องปรับอากาศ ก็ใช้ได้ดี

ฟูก

ควรแน่นไม่นุ่มเกินไปและไม่เละ เวลาเด็กนอนแล้วน้ำหนักตัวไม่ทำให้ฝังลงไปในที่นอน เพราะอาจมีอันตรายทำให้เด็กหายใจไม่ออกได้ และทำให้การควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ดีเท่าที่ควร อาจมีผลต่อการเจริญของกระดูกและกล้ามเนื้อ ถ้าจะหุ้มพลาสติคเพื่อไม่ให้นุ่นหรือฟองน้ำเน่าหรือสกปรกมีกลิ่นเหม็น (จากอุจจาระปัสสาวะของเด็กที่ซึมลงไป) ก็ควรมี ผ้าหุ้มทับ หรือใช้ผ้าปูที่นอนปูทับ มิฉะนั้นจะร้อนมากและเหนอะหนะติดตัว เด็กจะมีผื่นคัน และอาจแพ้พลาสติคได้

มุ้ง

ถ้านอนในห้องที่ติดเครื่องปรับอากาศ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้มุ้ง ในกรณีที่จะใช้ควรจะ เลือกผ้ามุ้งชนิดที่โปร่ง เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และควรหมั่นซักให้สะอาด เพื่อไม่ให้ เป็นที่สะสมฝุ่นละออง ควรมีขนาดใหญ่พอเพื่อไม่ให้ร้อนและอึดอัด จะติดลูกไม้ริบบิ้นหรือ ประดับประดาอย่างใดแล้วแต่รสนิยมของคุณพ่อคุณแม่

หมอน

มีไว้สักสองใบก็ดี เผื่อไว้ใช้เมื่อเด็กอาเจียนง่ายหลังกินนมจะได้ใช้หนุนให้ศีรษะสูง ขึ้น หรือวางไว้แนบตัวเพื่อให้เด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่น ไม่ควรใช้หมอนที่นุ่มเละเกินไป เพราะ อาจเป็นอันตรายต่อการหายใจของเด็กได้

ผ้าปูที่นอน

โดยทั่วไปไม่ใคร่ต้องเปลี่ยนบ่อย เพราะความเปียกชื้นทั้งหลายมักอยู่บนผ้ายางและ ผ้ารองทับ นอกจากเด็กอาเจียนหรือแหวะนม ในเด็กผู้ชายถ้าไม่ได้นุ่งผ้าอ้อมไว้เมื่อเด็กปัสสาวะ ทิศทางของน้ำปัสสาวะมักไปได้ไกล อาจเปื้อนทั่วไปหมด โดยปกติควรเปลี่ยนผ้าปูที่นอน อาทิตย์ละ 2 ครํ้ง นอกจากจะเปื้อนดังได้กล่าวแล้ว จึงควรมีไว้ประมาณ 3-4 ผืน (ถ้ามีเงินน้อย ในระยะแรกซื้อไว้สัก 2 ผืนก่อนก็พอแล้วค่อยซื้อเพิ่มภายหลัง)

ผ้ายาง

ชนิดที่น่าใช้คือชนิดที่มีเนื้อผ้าสำลีบุทับ เพราะทำให้ไม่ร้อน ไม่ติดตัว และซับน้ำ ได้ดี เมื่อเด็กปัสสาวะจะดูดซึมไว้ไม่ไหลนองไปทั่วเหมือนผ้ายางหรือผ้าพลาสติคธรรมดา ถึงแม้ราคาจะแพงกว่าผ่สยางธรรมดา แต่ก็ทนทานและเด็กนอนสบายกว่ามาก การซื้อควรซื้ออย่างผืนขนาดใหญ่ และเอามาตัดเป็นผืนเล็กจะถูกกว่าที่จะซื้อขนาดเล็ก

ผ้าปูทับผ้ายาง

เพื่อความสะดวก อาจใช้ผ้าอ้อมแทนที่จะต้องหาผ้าเพิ่มชนิดขึ้นมาอีก ในหน้าร้อน ควรปูผ้าขาวธรรมดา หรือผ้าอ้อมดังกล่าวทับบนผ้ายางอีกชั้นหนึ่ง เด็กจะนอนสบายขึ้นแต่ถ้า ใช้ผ้ายางชนิดที่มีเนื้อเป็นผ้าสำลี ก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าปูทับอีก

ผ้าห่ม

ผ้าห่มสำลีอย่างเนื้อบาง ควรมีไว้ใช้ไม่ต่ำกว่า 3-4 ผืน            เพราะมักจะเปียกปัสสาวะและตองซักเปลี่ยนบ่อย จึงควรเลือกชนิดที่ซักง่าย สีไม่ตก เนื้อนุ่ม          อาจใช้ผ้าขนหนูอย่างเนื้อ นุ่มแทนกันได้

ผ้าอ้อม

ควรเลือกผ้าที่มีลักษณะอ่อนนุ่มแต่หนา ซับนํ้าได้ดี ไม่มีใยสังเคราะห์ ถ้าจำเป็น ต้องเย็บริมเพื่อกันรุ่ย ควรพยายามเย็บให้ตะเข็บบางและอ่อนที่สุด เพื่อไม่ให้กดเนื้อเด็ก ไม่มีกฎว่าจะต้องเป็นผ้าขาวหรือไม่มีดอก แต่ผ้าขาวทำให้ดูสะอาดสอ้าน ข้อสำคญคือรักษาความสะอาดได้ดี เพราะมองเห็นความสกปรกง่าย ลักษณะที่จะเกิดความอ่อนนุ่มและหนานี้ จึงควรนำผ้าบางหลาย ๆ ชั้นซ้อนกัน ผ้าอ้อมที่ส่งมาจากต่างประเทศมีคุณภาพตามที่กล่าวแต่ราคา แพงมาก ผ้าสาลูที่มีขายอยู่ในท้องตลาดนำมาตัดตามขนาดที่ต้องการซ้อนกันหลาย ๆ ชิ้น ก็ใช้ได้ดีพอกัน และจะประหยัดเงินได้ ถ้าจะซื้อของต่างประเทศชนิดผืนใหญ่ที่เบ็นชิ้นเดียวดีกว่าชนิด ที่ซ้อนทับเป็นผืนเล็กแบบสำเร็จรูป เพราะเวลาซักตากชนิดที่เย็บไว้ติดกันนี้ขยี้ให้สะอาดลำบาก และ คลี่ตากไม่ได้ทำให้แห้งช้ากว่า

จำนวนที่ควรเตรียมไว้ ควรเป็นนประมาณ 5-6 โหล มิฉะนั้นคุณจะเดือดร้อนเวลา

ฝนตก นอกจากคุณจะมีเครื่องซักและเครื่องทำให้ผ้าแห้งใช้ อีกประการหนึ่งจะพบว่าผ้าอ้อมนี้ เป็นผ้าเอนกประสงค์สำหรับเด็กเล็กพอ ๆกับประโยชน์ของผ้าขาวม้าต่อผู้ชายทีเดียว เมื่อลูกโตขึ้นหมคประโยชน์แล้ว ก็นำมาซักให้สะอาดแปรสภาพเป็นผ้าเช็ดชาม และลดฐานะต่อไปจนถึง ผ้าเช็ดพื้นได้

เสื้อผ้า

ไม่ควรเตรียมไว้มากเกินไป เพราะเด็กโตเร็วจะสิ้นเปลืองมาก นอกจากในกรณีที่ไม่ ใช่ลูกคนแรกซึ่งอาจใช้ของพี่ ๆ ได้ หรือถ้าคุณมีแผนการณ์ที่จะมีลูกอีก ของใช้เหล่านี้ก็อาจจะใช้ได้คุ้มค่าในหมู่เพื่อนฝูงญาติพี่น้องที่รักใคร่สนิทสนมกัน อาจจะมีการยกของใช้ของลูกที่ไม่ใช้แล้วเพราะลูกของตนโตเกินไปให้เป็นมรดกตกทอดกันได้ แต่คุณแม่ที่มีลูกคนแรกในรายปกติจะเห่อและรอการมาของลูกน้อยอย่างใจจดใจจ่อ เพราะฉะนั้นการจัดเตรียมซื้อของใช้เหล่านี้จึง เป็นความสุขอย่างยิ่ง

เสื้อผ้าที่ใช้สำหรับเด็กเล็ก ต่ำกว่า 9-12 เดือน (ยังเดินไม่ได้) ส่วนที่จำเป็นก็คือ ท่อนบน ซึ่งทั้งเด็กชายและหญิงแฟชั่นไม่ใคร่แตกต่างกันมากนัก (ที่จริงในสมัยนี้ไม่ว่าวัยใด เสื้อผ้าทั้งสองเพศก็เห็นว่าใช้รวมกันได้อยู่แล้ว) แฟชั่นท่อนล่างนั้นถ้าจะให้ดูเรียบร้อยก็ควรจะ เป็นผ้าอ้อมเสียมากกว่าอย่างอื่น คนไทยส่วนใหญ่ในระดับชนชั้นกลางลงมา ที่สังเกตมักใช้ 2 แบบ คือแบบไม่ใส่อะไรเลยนอกจากเสื้อตัวเดียว ซึ่งติดให้ยาวลงมากว่าเสื้อธรรมดา และอีก แบบหนึ่งคือใช้เป็นกางเกงตัวเล็ก ๆ ซึ่งป้องกันการเปียกแฉะอะไรไม่ได้เลย เมื่อเด็กทำเปียกหรือ ทำเปื้อนขณะที่อุ้มอยู่ ก็จะรีบยกออกให้ห่างตัว เพื่อไม่ให้เปรอะเปื้อนผู้ที่อุ้ม สิ่งสกปรกเหล่านั้น ก็จะไหลลงสู่พื้นห้อง พื้นถนน เก้าอี้ที่นั่ง หรือแม้แต่ในรถเมล์

สิ่งที่สำคัญกว่าแฟชั่นหรือลายปัก ก็คือเนื้อผ้าที่ใช้เย็บ ซึ่งควรจะเป็นผ้าเนื้ออ่อนเบา เช่นผ้าฝ้ายหรือมัสลินหรือสำลี หรือผ้าขนหนูอย่างนิ่ม ไม่ใช้ผ้าที่มีใยสังเคราะห์เช่นผ้าประเภท ไนล่อน เพราะหยาบกระด้างระคายตัวและร้อน ไม่ซับเหงื่อ

กางเกงพลาสติก

โดยปกติไม่แนะนำให้ใช้ นอกจากจะอยู่ในประเทศที่มีอากาศหนาวเย็น ในเมืองไทย ถ้านุ่งกางเกงพลาสติคทับผ้าอ้อมเป็นประจำจะมีผดผื่นขึ้นและอาจมีเชื้อราขึ้นได้ง่าย ๆ นอกจากจะใช้เป็นครั้งคราวในกรณีพิเศษที่ไม่ต้องการให้เกิดความเลอะเทอะวุ่นวาย เช่นในที่ ๆ จะทำ ความสะอาดหรือเปลี่ยนผ้าไม่สะดวก เช่นในระหว่างการเดินทางออกไปนอกบ้าน หรือจะให้ญาติ พี่น้องเพื่อนฝูงได้อุ้มเชยชมโดยไม่ต้องระแวดระวังว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่น่าชื่นชมกับเสื้อผ้าของผู้อุ้มขึ้น

อ่างอาบนํ้า

จะใช้อ่างซักผ้าที่มีอยู่แล้วก็ได้

ถ้าจะซื้อใหม่ ควรให้มีขนาดค่อนข้างใหญ่จะได้ใช้ได้นาน ๆ จะเป็นพลาสติค อาลูมิเนียม หรือเคลือบก็ได้ พลาสติคอาจจะดีกว่า เพราะไม่แข็งเท่าชนิดอื่น ถ้าพลาดพลั้งเนื้อตัวเด็กกระแทกกับอ่างจะได้ไม่เจ็บ ชนิดที่ทำขายเป็นพิเศษมีขอบด้านหนึ่งใหญ่ ทำเป็นที่วางสบู่ ได้และบางชนิดมีขาหยั่งสำหรับวางเป็นโต๊ะเหล่านี้ ถ้าคุณชอบอะไรที่เป็นพิเศษ หรือมีเงินมาก ก็ซื้อเถิด แต่ถ้าพูดถึงประโยชน์ใช้สอยจริง ๆ แล้ว ไม่เหนือกว่าการใช้อ่างธรรมดา (ซึ่งใช้ เป็นอ่างซักผ้าได้ด้วย) วางบนพื้นหรือโต๊ะสูงพอถนัด จะเลือกชนิดที่เป็นรูปรี หรือกลมก็แล้วแต่รสนิยมของคุณแม่ก็แล้วกัน

ผ้าเช็ดตัว

เลือกชนิดที่ซับน้ำได้ดี และเนื้อนุ่ม ใช้เป็นผ้าห่มได้ด้วย ผืนใหญ่ปานกลาง ควรมีไว้ 2-4 ผืน

หมวก ถุงมือ ถุงเท้า

สิ่งเหล่านี้ส่วนไหญ่ได้ใช้เฉพาะเมื่ออากาศหนาว (ไม่รวมถึงหมวกกันแดดสำหรับเด็กโต) นอกเหนือจากนี้แล้วไม่มีความจำเป็นต้องใช้ การใช้ถุงมือเพื่อกันไม่ให้เด็กเอาเล็บข่วน นั้น ควรจะตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอจะเหมาะกว่าเพราะถุงมือจะทำให้เด็กร้อน รำคาญ และอึดอัด นอกจากในครอบครัวที่มีกฎเกณฑ์ห้ามตัดเล็บจนกว่าเด็กจะมีอายุได้ 1 เดือน ก็แล้วแต่ประเพณีของคุณก็แล้วกัน

ของใช้กระจุกระจิก

1.  เข็มกลัดซ่อนปลายตัวโต ๆสำหรับกลัดผ้าอ้อม โดยมากมีขายเป็นแผงๆ แผงละ 4-5 ตัว แผงเดียวก็ใช้ไปได้นาน หรืออาจใช้แถบแผ่นกาว (tape) ที่มีจำหน่ายเป็นพิเศษก็ได้ เช่นกัน

2.  สบู่ แชมพูสระผม และแป้งกระป๋องชนิดสำหรับเด็กอ่อน

3.  หวีเล็ก ๆ เลือกที่ซี่หวีไม่คม หรืออาจใช้แปรงที่มีขนอ่อนนุ่มแทน

4.  สำลีปั้นเป็นก้อนกลม หรือดึงไว้เป็นชิ้นเล็กๆ ใช้เช็ดปาก  ถ้าล้างก้นหรือทำความ สะอาดเกี่ยวกับตัวเด็ก ควรซื้อชนิดม้วนใหญ่จะถูกกว่า ชนิดที่ดีที่สุดเป็นของทางราชการ (ตราสามทหาร) เพราะเป็นสำลีแท้ (ฝ้าย) ไม่เป็นใยสังเคราะห์เช่นที่มีขายอยู่ทั่วไป

5.  ถ้าอยู่ในฐานะที่พอจะฟุ่มเฟือยได้เล็กน้อย และยอมซื้อสินค้าต่างประเทศ สำลี พันปลายไม้สำเร็จรูปมีจำหน่ายเป็นกล่อง ใช้ประโยชน์สารพัด ตั้งแต่เอาไว้ทายา เช็ดสะดือ เช็ดหู เช็ดจมูกและเช็ดหัวตา ควรเลือกชนิดที่ก้านทำด้วยกระดาษม้วนอัดแน่น และปลายที่ หุ้มสำลีอ่อนนุ่ม เพื่อไม่ให้เจ็บเวลาใช้

6.  โถพลาสติคหรือเสตนเลส หรือเคลือบ หรือง่าย ๆที่สุดคือแก้วนํ้า 2ใบ สำหรับ ใส่สำลีแห้งใบหนึ่ง และอีกใบหนึ่งใส่สำลีแช่น้ำต้มสุก เพื่อสะดวกในการทำความสะอาดเวลา  เด็กปัสสาวะหรืออุจจาระ(โดยปกติในเด็กอ่อนต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมวันละ 15-50 ครั้ง แล้วแต่ ความขยันมากน้อยของแม่แต่ละคน) โถหรือแก้วที่ใส่สำลีแช่น้ำนี้ควรล้างเปลี่ยนทุกวัน

7.  ถุงพลาสติคมีฝาปิด สำหรับใส่ผ้าใช้แล้วก่อนที่จะนำไปซัก

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments