หัด:เด็กออกหัด

author   February 17, 2012   Comments Off on หัด:เด็กออกหัด

หัด (Measles)

เกิดจากเชื้อไวรัส เป็นโรคที่ติดต่อง่ายมาก เด็กจึงมักจะออกหัดกันทุกคน นอกจากในรายที่ฉีดวัคซีนแล้ว

อาการ

1.  ไข้สูงประมาณ 5-6 วัน แล้วไข้จะค่อย ๆ ลดลง

2.   ตาแดง แฉะ แสบตา ไอมาก อาจมีนํ้ามูก

3.   มีผื่นขึ้นในปลายวันที่ 4 หรือต้นวันที่ 5 ของโรค โดยขึ้นที่หน้าบริเวณตีนผม ก่อนแล้วลามลงมาถึงตัวและขาภายใน 2-3 วัน ผื่นจะมีอยู่ประมาณ 4-5 วัน แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เห็นเป็นลายจาง ๆ ตามตัว และค่อย ๆ หายไปในอีก 1 อาทิตย์ต่อมา

รวมเวลาของโรคจนถึงผื่นหายประมาณ 2 อาทิตย์

โรคแทรก

  1. หูอักเสบ
  2. ปอดบวม หรือหลอดลมอักเสบ
  3. สมองอักเสบ

ข้อ 1 และ 2 พบบ่อย ข้อ 3 พบน้อยกว่าแต่มักรุนแรง อาจทำให้เด็กพิการหรือตายได้

การติดต่อและป้องกัน

ติดต่อโดยทางนํ้ามูกนํ้าลาย

วิธีป้องกันคือ

แยกจากคนที่เป็นโดยเด็ดขาด คนที่เป็นโรคจะเริ่มปล่อยเชื้อได้ตั้งแต่หนึ่งอาทิตย์ก่อนมีอาการไข้จนถึงสองสามวันหลังผื่นขึ้นแล้ว

เด็กอ่อน เด็กที่ไม่แข็งแรง หรือมีโรคบางอย่างอยู่ แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาบาง ชนิดให้ เพื่อพยายามไม่ให้เชื้อเข้าไปทำให้เกิดโรค หรือลดความรุนแรงของโรคลง

ยานี้ไม่ใช่วัคซีน และจะได้ผลเฉพาะช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เนื่องจากยามีราคาแพง ในเมืองไทยทางด้านปฏิบัติจึงไม่ได้ใช้กันมากนัก

วัคซีน มี และได้ผลคุ้มกันโรคได้ตลอดชีวิตเพื่อหลีกเลี่ยงโรคแทรกซึ่งมีอันตรายมาก

และเพื่อแก้ความเข้าใจผิดของคนอีกจำนวนมาก ที่คิดว่าจำเป็นต้องให้เด็กออกหัดเอง จึงขอชี้แจงว่า การฉีดวัคซีนก็คล้าย ๆ กับการทำให้เด็กออกหัดแล้ว โดยไม่มีอาการนั่นเอง

ข้อที่ไม่ดีก็คือราคาของวัคซีนค่อนข้างสูงสำหรับรายได้ของคนไทย (ส่วนใหญ่-ที่อยู่ในเมืองไทย)

การดูแลรักษา

1.  พาไปตรวจและให้ยาตามแพทย์ส่ง

2.  ให้ยาลดไข้ หรือเช็ดตัว

ยาเขียว ไม่จำเป็นต้องให้ เพราะได้มีผู้วิจัยแล้ว พบว่าตัวยาในยาเขียวนั้น ฤทธิ์ส่วนใหญ่เป็นยาขับปัสสาวะ และยาระบาย ซึ่งไม่มีผลดีแต่อย่างใด แต่จะยิ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น

3.  ของแสลง ไม่มี นอกจากในระยะที่เด็กไอมาก อาหารมันจัด เช่น อาหาร ประเภททอด อาจทำให้ระคายคอและไอมากขึ้นได้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องกวดขันอะไรกันนักหนา

4.  พาไปตรวจซ้ำ ถ้าสงสัย เช่นมีไข้นานกว่าที่ควร (เมื่อผื่นขึ้นแล้วไข้จะค่อย ๆ ลดลงในเวลา 2-3 วัน) หรือไอมากผิดปกติ หรือกลับมีไข้ขึ้นอีก ปวดหู ซึม มีกิริยาหรือพูดจาผิดปกติไป เป็นต้น

หัดหลบใน

เข้าใจว่า คำนี้เกิดจากความสังเกตของคนในสมัยก่อน เมื่อเด็กเกิดมีโรค แทรกขึ้น ในระยะที่ผื่นยังไม่ขึ้นดีหรือยุบลงแล้ว จึงเข้าใจผิดว่าผื่นนั้นหลบเข้าข้างในและทำให้เด็กป่วยมาก ดังนั้นเมื่อลูกหลานเป็นหัด ผู้เฒ่าผู้แก่ส่วนมากจึงพยายามที่จะ “กระทุ้ง” ให้ผื่นออก มากๆ (ด้วยยาเขียว ?) ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดดังกล่าวแล้ว

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments