เทคนิคการหลีกเลี่ยงการต่อสู้แสดงอำนาจในบ้านกับลูก

author   October 1, 2013   Comments Off on เทคนิคการหลีกเลี่ยงการต่อสู้แสดงอำนาจในบ้านกับลูก

child
การต่อสู้เพื่อแสดงอำนาจในหลายๆ เรื่องเป็นสิ่งที่ผิดและไม่อาจช่วยให้ทำอะไรให้สัมฤทธิผลได้  นอกจากนี้กลับสร้างความรู้สึกที่เลวลงในบ้านอีก กล่าวคือทำให้สถานะของพ่อแม่อ่อนปวกเปียกลงในสายตาของเด็ก และเด็กๆ ในบ้านก็รู้สึกมีค่าน้อยลงๆ ทุกที
การหลีกเลี่ยงการต่อสู้เพื่อแสดงอำนาจในบ้าน จะช่วยสร้างความภาคภูมิใจในตนเองให้กับลูก เพราะการต่อสู้เป็นเครื่องแสดงถึงอำนาจ มิใช่การเน้นความรู้สึกของตน
ลองนึกถึงการใช้กำลังหรืออำนาจดูให้ดี จะเห็นว่าเหมือนกับการใช้พลกำลังเข้าทุบตีก้อนหินที่อยู่นิ่งเฉย ผลปรากฎว่าไม่มีฝ่ายใดชนะ มีแต่สะบักสะบอมกันไปทั้งสองฝ่าย ในการต่อสู้เพื่อช่วงชิงอำนาจ คุณกำลังฝืนให้ลูกทำในสิ่งที่เขาไม่ต้องการ และไม่มีทางที่จะบังคับให้ลูกทำตามความต้องการของคุณได้โดยที่แกไม่รู้สึกเสียหน้าและรู้สึกลดคุณค่าในตัวเอง หรือในทางกลับกันคือเขาต้องการจะทำสิ่งที่คุณห้ามอย่างเด็ดขาด  ซึ่งผลก็เหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น เบิร์ตมาที่โต๊ะอาหารด้วยมือสกปรกทั้งสองข้าง “ไปล้างมือเดี๋ยวนี้” คุณพ่อสั่งเฉียบขาด
“ผมไม่อยากล้างนี่” เบิร์ตแย้ง “ผมหิว”
คุณพ่อของเบิร์ตเริ่มมองเห็นปัญหาที่ต่อตัวขึ้น แต่ต้องการตัดไฟแต่ต้นลม “พ่อบอกให้ไปล้างมือ ไปเดี๋ยวนี้”
เบิร์ตเอื้อมมือไปที่มันฝรั่ง “ไม่ครับ”
คุณพ่อกรามขบกันด้วยความโมโห “ลุกขึ้นไปล้างมือเดี๋ยวนี้” เสียงเป็นตะโกน
นี่คือการต่อสู้เพื่อแสดงอำนาจแบบลายคราม มีผลเพียงสองประการใหญ่ๆ เท่านั้น ประการแรก ได้แก่คุณพ่อกลับเป็นฝ่ายยอม ซึ่งจะแสดงให้เบิร์ตเห็นว่า
๑.บางครั้งคุณพ่อใช้อำนาจออกคำสั่งใดๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจจะยืนยันให้คนอื่นต้องทำตามจริงจัง
๒. คุณพ่อกระทำต่อเบิร์ตราวกับเป็นวัตถุรองรับคำสั่ง
๓. อำนาจของเบิร์ตมากกว่าของคุณพ่อ
ไม่ว่าจะเป็นข้อใดข้อหนึ่ง ผลลัพธ์ล้วนแต่ไม่สร้างสรรค์ทั้งสิ้น
ประการที่สอง ได้แก่เบิร์ตเป็นฝ่ายยอม แล้วจะรู้สึกว่า
๑. เขาไม่มีความสำคัญในครอบครัวนี้เหมือนคุณพ่อ
๒. เขาไม่ได้เป็นบุคคลที่มีค่าเนื่องจากสามารถถูกบงการได้จากการใช้อำนาจ
คำตอบสำหรับเรื่องนี้ที่ถูกต้องคือจงหลีกเลี่ยงการต่อสู้เพื่อแสดงอำนาจแต่เริ่มแรก ร่วมมือกันหาข้อสรุปที่มีเหตุผลดีกว่า บ้านอาจไม่ใช่ที่ที่ประชาธิปไตยเบ่งบาน แต่ควรเป็นสถานที่แห่งความร่วมมือ และบรรยากาศแห่งความร่วมมือกันสามารถสร้างความภาคภูมิใจในตนเองแก่ลูกๆ ได้
ที่มา:นายแพทย์ อัลวิน เอช. ไพรซ์ และ เจย์ เอ. แพร์รี่

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments