สุขภาพจิตหญิงตั้งครรภ์อย่ามองข้ามการนอน

author   December 12, 2011   Comments Off on สุขภาพจิตหญิงตั้งครรภ์อย่ามองข้ามการนอน

พญ.อัมพร  เบญจพลพิทักษ์

การนอนที่ดีของแม่ระหว่างที่ตั้งครรภ์จะส่งผลต่อภาวะการนอนของลูกในครรภ์ การนอนที่ดีของลูกมีผลต่อการเจริญเติบโตต่อร่างกายและสมอง ถ้าร่างกายแม่มีความอ่อนล้าก็จะส่งผลกระทบต่อลูกมากไปกว่านั้น คือ มีผลกระทบทางด้านจิตใจ พญ.อัมพร  เบญจพลพิทักษ์ ผอ.สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า การนอนไม่หลับหรือหลับตื้นทำให้แม่ขาดการพักผ่อน ถ้าร่างกายเกิดภาวะอ่อนเพลียจะทำให้การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงลูกในครรภ์มีประสิทธิภาพต่ำ เมื่อเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ เด็กที่คลอดออกมาจะน้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน การเจริญเติบโตช้ากว่าที่ควรจะเป็นตามอายุไข และฮอร์โมนบางชนิดอาจทำให้เกิดการบีบตัวของมดลูกมากขึ้น อาจทำให้เด็กมีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ไม่แข็งแรง มีผลทางอารมณ์เป็นเด็กที่เลี้ยงยาก ขี้หงุดหงิด ปรับตัวยาก และอีกหลายกรณีซึ่งสัมพันธ์กับความเครียดของเด็กเมื่อเติบโตขึ้นด้วย

“มีงานวิจัยพบว่าผู้หญิงในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์หลายคนจะนอนเก่งมาก เนื่องจากมีอาการอ่อนเพลีย และช่วงจังหวะแพ้ท้องจะเป็นช่วงที่ง่ายต่อการนอนหลับ ซึ่งเป็นการฟ้องว่าร่างกายต้องการประคบประหงมลูกในท้อง ดังนั้นช่วงกลางวันหากรู้สึกว่าอ่อนเพลียควรจะพักผ่อนด้วยการนั่งพักเฉยๆ ทำให้จิตใจผ่อนคลาย ทำงานอดิเรกหรือดีที่สุดคือการนอนหลับ ซึ่งการนอนกลางวันของแม่ที่ตั้งครรภ์ถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นข้อแนะนำหลักที่ควรจะทำ ไม่ควรฝืนเพราะคนท้องไม่เหมือนคนปกติทั่วไป แม่ที่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจกับการนอนของตัวเองด้วย”

สำหรับคุณแม่บางคนที่กิจวัตรประจำวันไม่เอื้อต่อธรรมชาติที่ต้องการให้พักผ่อนหรือนอนกลางวัน พญ.อัมพร  มีข้อแนะนำว่า แม่จำนวนไม่น้อยที่มีภาระในเรื่องงานไม่สามารถพักผ่อนได้ ในกรณี

ข้อแรก ที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ควรคำนึงถึงคือ ต้องบริหารจัดการเวลาให้ดีขึ้น ถ้ารู้ว่าช่วงกลางวันมีโอกาสพักผ่อนไม่สูงนัก หรือบางช่วงมีความจำเป็นไม่สามารถพักผ่อนได้ ต้องมีการบริหารเวลาช่วงอื่นให้เกิดเป็นความผ่อนคลาย หรือทำให้ตัวเองอ่อนล้าน้อยที่สุด เช่น อาจจะเข้านอนให้เร็วขึ้น และตื่นสายกว่าเดิมนิดหน่อย หรือใช้เวลาช่วงพักกลางวันให้เร็วขึ้นและเจียดเวลามางีบหลับซัก 15-30 นาทีตามสมควร

ข้อสอง การแสวงหาความช่วยเหลือ ในบรรยากาศของคนไทยให้ความสำคัญกับความช่วยเหลือผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ การขอความช่วยเหลือก็เป็นอีกวิธีที่สามารถทำได้โดยอาจขอความช่วยเหลือจากคนที่เราไว้วางใจและรักเรา เช่น หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน หรือสมาชิกในครอบครัว ถ้ารู้ว่าเรามีข้อจำกัดในการทำงานให้ชี้แจงกับหัวหน้างานว่าขณะนี้สภาพร่างกายเป็นอย่างไร ต้องการการผ่อนปรนจากกฎเกณฑ์อย่างไรบ้าง อาจจะขอแลกเวร หรือขอให้เพื่อนช่วยดูแลงานให้ก่อน ซึ่งการขอความช่วยเหลือบางครั้งอาจทำให้ความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานดีขึ้นด้วยซ้ำ บางคนไม่กล้าหลับกลางวันเพราะเกรงใจหัวหน้างาน แทนที่จะกลัวและอดทนทำงาน เราก็เดินไปหาเจ้านายแล้วบอกถึงความจำเป็นของตัวเองและขออนุญาตอาจจะกลายเป็นโอกาสให้หัวหน้าเข้าใจตัวเรามากขึ้น และเราก็จะได้เห็นน้ำใจหัวหน้ากลายเป็นความผูกพันกันมากขึ้นได้

ข้อสาม การแสวงหาวิธีแก้ไขปัญหารูปแบบอื่นๆ เช่น การทำงานทดแทน การเปลี่ยนงาน การย้ายจุดของความรับผิดชอบ ซึ่งต้องอาศัยความเป็นคนช่างคิดช่างสังเกตและมีข้อมูลเพียงพอต่อการวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้

“ส่วนพฤติกรรมที่มักจะตื่นช่วงรุ่งสางและหลับตื้นหรือหลับลึกในช่วงสาย สิ่งนี้เป็นข้อจำกัดในการปรับเปลี่ยน เพราะรูปแบบการนอนของผู้หญิงเปลี่ยนไป ถ้าสังเกตว่าตัวเองมีพฤติกรรมดังกล่าว ภารกิจที่ต้องทำในช่วงสายอาจจะใช้เวลาทำในช่วงที่ตื่นเช้าก่อน หรือใช้วิธีพลิกตัวและผ่อนคลายอิริยาบถอยู่บนที่นอนต่อซักพัก แม้จะไม่ได้หลับสนิทเลยก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียมากในช่วงสายและพบว่าบางคนที่ออกกำลังกายในลักษณะที่เหมาะสม ไม่หักโหม จะทำให้คุณภาพการนอนดีขึ้นได้ นอนหลับลึกขึ้น นานขึ้น แก้ปัญหาการง่วงในช่วงสายได้ด้วย”

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments