การสอนให้ลูกรู้ค่าของเงิน

author   May 15, 2014   Comments Off on การสอนให้ลูกรู้ค่าของเงิน

ออมเงิน
ถาม ลูกดิฉันอายุได้ ๕ ขวบ และ ๗ ขวบ ดิฉันไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรในเรื่องการให้เงินพวกแก เด็กๆ ควรจะเริ่มรับเงินค่าใช้จ่ายของตัวเองได้ตอนอายุเท่าไหร่คะ? และพ่อแม่ควรจะบอกเรื่องค่าของเงินและวิธีใช้เงินกับลูกว่าอย่างไรคะ?

ตอบ  ผมไม่สามารถจะแนะนำอายุของเด็กที่จะเริ่มรับเงินค่าใช้จ่ายให้เฉพาะเจาะจงลงไปได้เพราะมีปัจจัยอื่นๆ มาเกี่ยวข้องอีกมาก เพื่อที่จะทำให้เงินค่าใช้จ่ายมีความหมายสำหรับเด็ก แกก็ควรจะเข้าใจว่าการใช้เงินนั้นใช้เพื่ออะไร ให้แกเข้าใจว่าการมีเงินนั้นได้จากการหาเงิน และเมื่อใช้เงินไปแล้วการที่จะได้เงินคืนมาใหม่ไม่ใช่ของง่าย

เด็กๆ มักจะมีความคิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงว่าเงินมาจากไหนและวิธีที่จะได้เงินให้มากขึ้นนั้นทำอย่างไร เด็กบางคนคิดแค่เพียงว่าพอไปถึงธนาคารแล้วก็มีคนเอาเงินให้คุณเท่านั้นเอง ส่วนเด็กบางคนก็คิดว่าเงินจริงๆ นั้นไม่มีความจำเป็นเลยเพราะบัตรเครดิตทำให้คุณได้ทุกอย่างที่ต้องการ

ถ้าจะให้ดีแล้วควรจะสอนเด็กว่า การทำงาน การลงทุนลงแรงและความคิดสร้างสรรค์ที่สุจริตทำให้คนได้เงินมา ไม่ว่าแหล่งที่มาของเงินของคุณจะเป็นอะไรก็จงอธิบายให้ลูกคุณทราบว่าคุณและครอบครัวคุณหามันได้มาอย่างไร จงอธิบายให้เป็นรูปธรรมและง่ายที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ จากนั้นก็ชี้ให้แกเห็นว่าสมาชิกแต่ละคนในครอบครัวซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนั้น ได้รับประโยชน์จากเงินที่เข้ามาในครอบครัวคุณ แม้ว่าทุกคนในครอบครัวจะไม่ได้ทำงานเพื่อให้ได้เงินนั้นมาโดยตรงก็จริง แต่ทุกคนก็ต้องมีส่วนในการทำงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ รักษาครอบครัวนั้นไว้ การทำอย่างนั้นจะทำให้ทุกคนในครอบครัวมีส่วนเป็นเจ้าของเงินที่หามาได้ การทำให้เข้าใจความคิดที่ว่าทุกคนมีสิทธิ์ได้บางส่วนของเงินที่ครอบครัวได้มา แต่สมาชิกในครอบครัวแต่ละคนก็จะต้องมีส่วนทำงานบางอย่างเท่ากับคุณช่วยเพิ่มความสำคัญให้แก่ความสามัคคีในครอบครัว และความรับผิดชอบร่วมกัน

เมื่อคุณให้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวแก่ลูกๆ ก็จงบอกให้แกทราบว่ามันเป็นเงินของแกซึ่งแกจะเอาไปใช้ หรือจะเก็บออมไว้ก็ได้ แต่คุณต้องให้คำแนะนำวิธีใช้บางอย่างในลักษณะที่เป็นที่น่าพอใจและรอบคอบ จงอธิบายว่าผู้ใหญ่มักจะไปขอคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้เงินจากคนอื่นบ่อยๆ ในขณะที่จำเป็นต้องย้ำความสำคัญของเงินนั้นก็จำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงการย้ำคุณค่าของมันให้มากเกินไปจนทำให้ลูกคุณรู้สึกว่าแกจะต้องกักตุนเงินไว้และไม่เต็มใจที่จะจ่ายเงินเลย

ที่มา:ดร.ลี  ซอลค์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments