การเล่นในร่มกลางแจ้งของเด็ก

author   January 28, 2013   Comments Off on การเล่นในร่มกลางแจ้งของเด็ก

เด็กทุกคนไม่ชอบอยู่นิ่ง ชอบเคลื่อนไหวอยากรู้อยากเห็น ชอบเล่น การเล่นคือยาอายุวัฒนะของเด็ก เด็กจะได้ประสบการณ์ต่างๆ จากการเล่นเป็นส่วนใหญ่ โอกาสสำหรับเล่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็ก เด็กต้องการโอกาสที่จะได้เล่นอย่างร่าเริงแจ่มใส การเล่นที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อของเด็กเจริญเต็มที่ การได้เล่นกับเพื่อนๆ ด้วยกันเพื่อเป็นการประคับประคองส่งเสริมความเจริญด้านสังคมและอารมณ์ เป็นหลักประกันความเจริญเติบโตของเด็กให้เป็นไปอย่างอิสระทั้งยังช่วยประคับประคองจินตนาการ ความคิด ดังนั้นการเล่นนอกจากจะช่วยพัฒนาทางด้านสังคมและอารมณ์แล้ว ยังจะช่วยพัฒนาการทางด้านสมองด้วย

ความหมายของการเล่น

ในการวิจัยเกี่ยวกับพัฒนาการทางด้านพฤติกรรมของเด็กแสดงให้เห็นว่า

1. การเล่นคือการใช้กำลังเหลือให้เป็นประโยชน์

2. การเล่นเป็นการพักผ่อน ขณะที่เด็กเล่นเด็กได้ผ่อนคลายความตึงเครียด ได้พักผ่อนไปในตัวด้วย

3. การเล่นเป็นการเตรียมเด็กสำหรับชีวิตในอนาคต เพื่องานเพื่อฝึกให้เด็กรู้จักหน้าที่ที่จะต้องกระทำในอนาคต

ความต้องการเกี่ยวกิบกิจกรรมในการเล่นของเด็ก

เด็กอายระหว่าง 3 ขวบ ชอบกิจกรรมที่จบด้วยตัวเอง

เด็กอายระหว่าง 5 ขวบ ชอบกิจกรรมที่เห็นผลงาน

เด็กอายุระหว่าง 5-8 ขวบ มีความคิดคำนึงสูงขึ้น

เกณฑ์เฉลี่ยระยะความตั้งใจสนใจของเด็กเป็นดังนื้

เด็ก 2 ขวบ มีระยะความตั้งใจสนใจอยู่ได้ 7 นาที

เด็ก 3 ขวบ มีระยะความตั้งใจสนใจอยู่ได้ 8.9 นาที

เด็ก 4 ขวบ มีระยะความตั้งใจสนใจอยู่ได้ 12.3 นาที

เด็ก 5 ขวบ มีระยะความตั้งใจสนใจอยู่ได้ 13.6 นาที

การเล่นของเด็กในระยะนี้จะไม่คำนึงถึงเรื่องเพศ เด็กจะเล่นด้วยกันได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง นอกจากจะถูกแกว่าให้เล่นกับเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายมาก่อน

สิ่งแรกที่เด็กอายุ 3-4 ขวบ เลือกเล่น คือ ทรายและบล็อค เด็กอายุ 5 ขวบ ชอบเล่นตุ๊กตา การเล่นเป็นหนทางเดียวที่เด็กจะเรียนรู้สิ่งที่ไม่มีใครสอนเด็กได้เลย เป็นวิธีเดียวที่เด็กจะได้ค้นคว้าได้ฝึกให้รู้โลกและสิ่งแวดล้อมตัวเด็กได้ดีขึ้น ได้รู้เวลา รู้จักสิ่งของ รู้จักคน สัตว์ พืช

การเล่น คือการทำงานของเด็ก การเล่นสามารถทำให้เด็กได้รับความเพลิดเพลิน และเกิดความพึงพอใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับเด็ก

การเล่น คือกระบวนการเรียนของเด็ก เด็กจะเล่นตามวิถีทางของเด็ก เพื่อค้นคว้าเพื่อทดลองด้วยตนเอง ในขณะที่เด็กเล่นนั้น คือเด็กกำลังเรียนรู้สิ่งที่เด็กจะเรียน เด็กจะค้นพบสิ่งต่างๆ จากการเล่นนั้น ซึ่งเด็กจะต้องเผชิญกับหน้าที่ต่างๆ ในอนาคต เพื่อก่อให้เกิดทักษะ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และได้พบสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ด้วยตนเอง

การทำซ้ำซาก หรือการเล่นอะไรซ้ำๆ เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน การทำซ้ำๆ ซากๆ ทำให้เกิดสะสมความรู้มีทักษะเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความชำนาญมากยิ่งขึ้น

การเล่นจะช่วยให้เด็กฝึกแก้ปัญหา เด็กมักจะเลือกของเล่นแทนของจริงเป็นการเล่นเลียนแบบของจริง การเล่นจะทำให้เกิดการทดแทนสิ่งที่เด็กต้องการ เช่นเด็กอยากจะเป็นเด็กอ่อนเหมือนน้อง อยากเป็นแพทย์ เป็นพยาบาล เป็นทหาร เด็กก็จะเล่นสมมุติเป็นแพทย์ เป็นพยาบาล เป็นทหาร

จากการเล่นนี้เด็กจะเรียนรู้อะไรต่างๆ หลายอย่างทีเดียว เช่น ช่วยให้เด็กพัฒนาทางด้านสังคมและทักษะ เด็กได้เรียนรู้วิธีเล่นเครื่องเล่นกับผู้อื่น รู้จักการผลัดเปลี่ยนการรอคอย การเป็นผู้นำและผู้ตาม รู้ถึงความต้องการและความจำเป็น รู้ถึงหน้าที่ของแม่ พ่อ หมอ เด็ก นอกจากนั้นการเล่นยังเป็นดรรชนีที่จะชี่ให้เห็นถึงความเติบโตทางด้านสังคมของเด็กและแสดงให้เป็นบุคลิกลักษณะของเด็กมากกว่ากิจกรรมอย่างอื่น

การเล่นแบบเสรี

ทางศูนย์ควรจะได้จัดเวลาไว้สำหรับให้เด็กเล่นอย่างเสรี เพื่อเด็กจะได้มีโอกาสได้ทำสิ่งต่อไปนี้ คือ

1. เลือกกิจกรรมของเด็กเองตามใจชอบ

2. ได้ทดลองใช้วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ อย่างอิสระ

3. ได้เล่นหรือแสดงตามความคิดฝันของเด็กเอง

4. ได้แก้ปัญหาทางด้านสังคมด้วยตนเอง

5. ได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนอย่างอิสระ

6. ได้ทำงานเป็นกลุ่มตามลำพัง บอกแผนที่จัดไว้

7. ได้ร่วมทำงานและเล่นกับเพื่อนอย่างอิสระ

8. ได้ประสบการณ์และสนุกสนานจากการเล่นและทำงานโดยเสรี

ระยะเวลาสำหรับการเล่นโดยเสรีนี้ ควรจะเป็นเวลาที่ให้เด็กได้เล่นโดยเสรีจริงๆ เหมือนกับชื่อที่ว่า “การเล่นแบบเสรี” ทั้งนี้มิได้หมายความว่าปล่อยเด็กเลยทีเดียวแต่ครูจะต้องเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ไว้ให้พร้อมตามความสนใจและความต้องการของเด็ก แต่จะต้องจัดให้มีสิ่งจูงใจให้เด็กอยากจะเล่นในสิ่งที่ครูจัดไว้ให้ เพราะเด็กบางคนอาจจะร้องว่าอยากเล่นแต่ไม่อยากเล่น อันนี้ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วชั่วโมงการเล่นแบบเสรีก็ไม่มีความหมาย เพราะเด็กไม่มีเสรีในการที่จะเลือกเล่น

เวลาสำหรับการเล่นโดยเสรีนี้ ควรจะจัดในชั่วโมงแรกตอนเช้า ก่อนที่เด็กจะเข้าห้องเรียน ตามแผนการจัดกิจกรรมที่วางไว้ เพื่อให้เด็กได้มีเวลาได้พูดคุยกันตามข่าวคราวแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อให้เด็กสนิทสนมกันก่อนที่จะเข้ากลุ่มร่วมกันในกิจกรรมที่จัดไว้ บางครั้งการจัดเวลาสำหรับการเล่นแบบเสรีก็อาจจะจัดในตอนกลางวัน เพื่อเด็กจะได้พักผ่อนและหย่อนอารมณ์ แต่จะต้องไม่ให้เด็กเข้าใจสับสนกันระหว่างการเล่นโดยเสรีและการทำงาน การทำกิจกรรมตามแผน

การจัดเวลาสำหรับการเล่นแบบเสรีในภาคเช้า ควรจะใช้เวลานานกว่าในภาคบ่าย แต่ถึงอย่างไรก็ดีในช่วงใดช่วงหนึ่งควรจะใช้เวลาประมาณ 10-30 นาที หรือมากกว่านั้นสักเล็กน้อย

การจัดสถานที่สำหรับการเล่นแบบเสรี บางแห่งก็จัดในห้อง บางแห่งก็จัดที่สนามหญ้า บางแห่งก็จัดเป็นห้องเฉพาะ แต่ถ้าห้องของศูนย์คับแคบเกินไปสำหรับจะให้เด็กเคลื่อนไหวหรือเล่นอย่างอิสระ ก็อาจจะไปเล่นในห้องหนึ่งที่กว้างกว่าก็ใช้ได้ หรือจะใช้สนามหญ้าตามร่มไม้ก็ได้

การเล่นกลางแจ้ง

การเล่นกลางแจ้งได้ประโยชน์มาก ทำให้สุขภาพดี เล่นได้เต็มที่เด็กจะได้สังเกตก้อนเมฆ บนท้องฟ้า เงาของต้นไม้ที่ทอดตามแสงแดดในเวลาต่างๆ กัน เช่น เวลาเที่ยงเงาจะเป็นอย่างไร ตอนเช้า ตอนบ่าย เงาทอดไปทางไหน นอกจากนั้นเด็กยังจะได้เห็นสิ่งต่างๆ ได้ประสบการณ์ แปลกๆ ซึ่งเด็กอยากรู้อยากเห็นและเป็นพื้นฐานเบื้องต้นในการเรียนรู้

สถานที่

พื้นที่สนามจะต้องกว้าง น่าสนใจ สวยงาม และปลอดภัย ควรปลูกต้นไม้ใหญ่เป็นร่มเงา เพราะเด็กยังเล็กทนต่อแสงแดดจัดไม่ได้

วัสดุอุปกรณ์

ปัจจุบันวัสดุเครื่องเล่นสำหรับรูปมีมาก ได้แก่ กระดานหก ไม้ลื่น ชิงช้า ราวโหน ราวไต่ เรือโยก ม้าหมุน เครื่องเล่นสนามสำเร็จรูปนี้จะต้องเลือกชนิดที่มีคุณลักษณะมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัย ในขณะที่เด็กเล่นเครื่องเล่นสนาม จะต้องคอยดูแลแนะนำวิธีเล่นที่ถูกต้องและคอยควบคุมดูแลป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ อันอาจเกิดขึ้นได้ในขณะที่เด็กเล่น

นอกจากเครื่องเล่นสำเร็จรูปแล้ว วัสดุต่างๆ ที่ไม่ใช้แล้ว เช่น เบาะรถยนต์ ยางรถยนต์ รถยนต์เก่าๆ เสื่อ ลังไม้ ท่อซีเมนต์ ต้นไม้ใหญ่ที่ตายแล้วเลื่อยเป็นท่อนกับกิ่งไม้ในสนามของศูนย์ ที่ใหญ่แข็งแรงพอที่จะรับนํ้าหน้กเด็กได้ การเล่นกลางแจ้งนอกจากจะให้เด็กเล่นเครื่องเล่นสนามแล้ว อาจจะนำเกมส์มาให้เด็กเล่น เพื่อฝึกทักษะในการฟังการพูด ฝึกความคล่องแคล่วว่องไว ฝึกสมอง ฝึกความสังเกต ความจำ ฝึกการเป็นผู้นำ ผู้ตาม ฝึกการเล่นเป็นหมู่ไปด้วย

การเล่นซึ่งจัดเป็นกิจกรรมพอที่จะประมวลได้ดังนี้

1. การเล่นสมมุติ

-การเล่นแต่งตัว

-การเล่นหม้อข้าวหม้อแกง

-การเล่นที่เป็นการทำงานจริงๆ อย่างผู้ใหญ่

-การทำตุ๊กตาเล่นแบบง่ายๆ

-การเล่นเกี่ยวกับโรงพยาบาล หมอ พยาบาล

-การเล่นเป็นคนงาน พนักงาน เจ้าหน้าที่

2. การเล่นที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์และค้นคว้า

-ศิลปะ

-การเล่นกับนํ้า

-การเล่นกับทราย

-การเล่นกับเครื่องเล่นเกี่ยวกับการชั่งตวง

-การเล่นกับเครื่องเล่นที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง

-การเล่นกับเครื่องเล่นที่เกี่ยวกับการส่งเสริมความเจริญของกล้ามเนื้อมือ

-การเล่นเพื่อส่งเสริมประสาทสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา

-การเล่นกับเครื่องเล่นที่ช่วยให้เด็กได้ออกกำลังทั้งในร่มและกลางแจ้ง ฯลฯ

3. การเล่นกับเครื่องเล่นที่ช่วยส่งเสริมด้านการค้นคว้า

-การเล่นที่เกี่ยวกับธรรมชาติ

-การเล่นที่เกี่ยวกับเรื่องเสียง

-การดูหนังสือภาพ

-การเล่นขายของ ฯลฯ

4. การเล่นกับเครื่องเล่นที่จัดขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับอารมณ์เด็กในบางขณะ

-เกมส์ต่างๆ

-การเล่นกับเครื่องโสตทัศนวัสดุ เช่นหีบเสียง เทปบันทึกเสียง

-การเล่นกับเครื่องดนตรี

-การเล่นละคอน ฯลฯ

ที่มา:บุญเยี่ยม  จิตรดอน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments