วัณโรค:แตกต่างกันตามความรุนแรงของโรค

author   February 17, 2012   Comments Off on วัณโรค:แตกต่างกันตามความรุนแรงของโรค

วัณโรค (Tuberculosis)

สาเหตุ เชื้อแบคทีเรีย

อาการ

แตกต่างกันตามความรุนแรงของโรค มีไม่น้อยที่พบว่าเด็กเป็นวัณโรคโดยที่ไม่มีอาการอะไรเลย (ตรวจพบโดยบังเอิญ เช่นในการตรวจสุขภาพทั่วไป)

อาการที่มีอาจจะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ดังนี้

1.  ไข้ตํ่า ๆ และมักเป็นเวลาบ่าย หรือกลางคืน อาจมีเหงื่อออกมากผิดปกติร่วมด้วย

2.  ไอเรื้อรัง

3.  น้ำหนักลด หรือไม่ขึ้น หรือขึ้นช้า

ถ้าเป็นวัณโรคที่อวัยวะอื่นนอกเหนือจากปอด ก็อาจจะมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ร่วมด้วย เช่นถ้าเป็นที่เยื่อหุ้มสมองหรือเนื้อสมองเด็กก็อาจจะชัก ถ้าเป็นที่ลำไส้ก็มีอาการท้องเดินเรื้อรัง ปวดท้อง หรือเป็นที่กระดูกก็มีอาการเจ็บปวด ข้อบวม เป็นต้น

โรคนี้ถ้าเป็นในเด็ก จะรักษาให้หายได้ไม่ยาก แต่ต้องใช้ความอดทนในการกินยาเป็นระยะนาน (ไม่ต่ำกว่าหนึ่งปี) ในทางตรงกันข้ามถ้าทิ้งไว้ โรคก็อาจจะลุกลามเป็นมาก ทำให้เกิดความพิการหรือตายได้

การติดต่อและป้องกัน

เชื้อแพร่กระจายไปโดยทางเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย

การป้องกัน จึงทำได้โดย

1. ให้คนที่เป็นโรค บ้วนเสมหะลงกระโถนหรือกระป๋องที่มีฝาปิด เมื่อเททิ้งต้องราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น ไลซอล (หาซื้อได้ตามโรงพยาบาลหรือร้านขายยา) หรือเผา หรือเทลงส้วมราดน้ำให้หมด

2.  อย่าเข้าใกล้คนที่เป็น อย่ากินอาหารร่วมสำรับ นอกจากจะใช้ช้อนกลางตักแบ่ง

3.  คนที่เป็นโรค อย่าไอหรือจามใกล้คนอื่น และควรหาผ้าหรือกระดาษปิดปาก เวลาไอหรือจาม

4.  แม่ที่เป็นวัณโรค อย่าให้ลูกดูดนม พยายามอย่ากอดจูบลูก (หักใจไว้ให้พ้น ระยะอันตรายเสียก่อน) ทางที่ดีถ้าทำได้ควรแยกอยู่กับแม่จนกว่าแม่จะรักษาสักระยะหนึ่งแล้ว (ปรึกษาแพทย์)

วัคซีน มีใช้มานานแล้ว และได้ผลดีมาก สำหรับเมืองไทย ควรให้เด็กทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนเสียตั้งแต่แรกเกิด (ปัจจุบันนี้ โรงพยาบาลส่วนใหญ่ในกรุงเทพ ๆ จะฉีดให้แก่ลูกของคุณตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาลแล้ว ควรสอบถามแพทย์หรือพยาบาลให้แน่ใจด้วย)

การดูแลรักษา

1.  ให้ยาอย่างเคร่งครัด จนครบกำหนดที่จะต้องกิน และพาไปตรวจตามนัดทุก ครั้งอย่าให้ขาดยาได้

2.  ถ้าไม่เป็นมาก ไม่จำเป็นต้องพักเรียน เพราะโดยปกติเด็กที่เป็นวัณโรคจะไม่ แพร่เชื้อ (นอกจากจะเป็นแบบผู้ใหญ่ซึ่งควรถามแพทย์ดูให้แน่ใจ)

3.  บำรุงร่างกายด้วยอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

4.  นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ที่สำคัญ คือควรสืบหาแหล่งที่มาของโรค เพื่อระงับการแพร่เชื้อต่อไปและรักษาคนที่เป็นต้นเหตุทุกคนที่อยู่ร่วมบ้านหรือติดต่อกับเด็ก ก็ควรจะได้รับการตรวจและฉายเอกซเรย์ดูด้วยว่าตนเองเป็นหรือไม่ (ถึงแม้จะไม่มีอาการก็ตาม) เพราะอาจจะเป็นตัวคุณเองก็ได้ที่ปล่อยเชื้อให้กับเด็ก

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments