ลูกของคุณต้องการอะไรอีกบ้างนอกจากปัจจัยสี่

author   January 31, 2012   Comments Off on ลูกของคุณต้องการอะไรอีกบ้างนอกจากปัจจัยสี่

ปัจจัยที่ห้า

ความต้องการพื้นฐานของเด็กทุกคนนอกเหนือไปจากวัตถุซึ่งเป็นปัจจัยสี่อย่างแล้ว ไม่ว่าจะยากดีมีจน ตระกูลสูงหรือต่ำอย่างไรก็หนีไม่พ้นไปจากปัจจัยที่ห้าซึ่งประกอบด้วยความสำคัญสี่ประการนี้

1.  ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย รู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวหรือสังคมย่อยที่แวดล้อมตัวเด็ก

2.  ความสามารถปรับตัวและเรียนรู้ที่จะอยู่ในโลกได้โดยยอมรับสภาพความเป็นจริงต่าง ๆ

3.  มีอิสรภาพที่จะแสดงความรู้สึกของตนได้ และมีโอกาสที่จะแสวงหาประสบการณ์ในชีวิต

4.  ความภูมิใจที่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้สำเร็จด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นงานใหญ่หรืองานเล็ก คำชมเชยจากพ่อแม่และครูจะมีค่าและช่วยสนับสนุนเด็ก แต่คำยกยอจะทำให้เด็กหลงผิด

ถ้าพ่อแม่ให้สิ่งเหล่านี้ต่อลูกได้ ก็หวังได้ว่าลูกจะเติบโตขึ้นเป็นคนที่มีค่าต่อตัวเอง และสังคมอย่างแน่นอน

เวลาสำหรับลูก

คุณมีเวลาให้ลูกบ้างไหม

ในโลกปัจจุบันอันวุ่นวายนี้ พ่อแม่ส่วนใหญ่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน และกระหืดกระหอบกลับมาเวลาเย็น บางคนอาจจะถึงค่ำและดึก และบางครั้งโดยเฉพาะคุณพ่อก็อาจจะมีรายการต่อไปอีกจนดึกดื่น ทำให้มีโอกาสที่จะพบหน้าลูกได้น้อย แม้แต่ในวันหยุดในบางครอบครัวก็ยังจะหาเวลาอยู่พร้อมหน้ากันยาก

โดยทั่ว ๆ ไป ส่วนใหญ่คุณพ่อมักจะทำงานมากและมีเวลาอยู่บ้านน้อย แต่ถ้าคุณรักและสนใจลูกคุณก็ควรจะทราบว่าลูก ๆ ต้องการคุณพ่อเท่า ๆ กับคุณแม่เหมือนกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกชาย เพราะคุณพ่อจะต้องเป็นวีรบุรุษที่รักเป็นแบบฉบับให้ลูกเจริญรอยตาม ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่มีธุรกิจมากมาย หรือยากจนต้องหากินตัวเป็นเกลียวก็ขอให้แบ่งเวลาให้ลูกบ้าง วันละ 10-20 นาที ก็ยังดี เล่นกับลูก สอนให้ลูกรู้จักมีเหตุผล เป็นตัวของตัวเอง แต่อย่าเข้มงวด และหวังว่าลูกจะต้องทำอะไรถูกใจคุณอยู่ทุกนาที

ถ้าคุณเล่นเตะฟุตบอลกับลูก ก็อย่าหวงว่าลูกจะต้องเตะเก่งเหมือนคุณพ่อ และคอย ตำหนิอยู่ตลอดเวลาจนลูกท้อใจ และไม่แน่ใจว่าคุณพ่อรักและสนุกที่จะเล่นกับลูก หรือกำลังให้ ลูก “เรียน” เรื่องการเตะฟุตบอลอย่างเป็นงานเป็นการกันแน่ ถ้าคุณพ่อเป็นคนเช่นนั้น ลูกจะค่อยถอยห่างออกและคลายความสนิทสนมลง ผลที่สุดก็จะหมดความใกล้ชิดไว้วางใจต่อกัน คง เหลือแต่ความเกรงกลัว

ของเล่น

ของเล่นเด็กควรมีลักษณะอย่างไร ?

ถ้าคุณยากจน หรือไม่อยู่ในฐานะที่จะฟุ่มเฟือยได้ ก็จงอย่าเสียใจไปเลยว่าคุณไม่อาจซื้อของเล่นราคาแพงโก้หรูให้ลูกได้ เพราะของเล่นที่เด็กชอบไม่จำเป็นว่าจะต้องมีราคาแพงเสมอไป แต่ควรจะเป็นสิ่งยังความเพลิดเพลินสนุกสนานก่อให้เกิดปัญญา การสสร้างสรรค์ และความ ชำนาญในการใช้มือ เท้า และร่างกายส่วนอื่น ๆ ของเด็ก

ของเล่นที่ทำให้สวยงามเหมือนของจริง ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นของที่เด็กชอบมาก กว่าของเล่นธรรมดา ราคาถูก เพราะเด็กอยู่ในโลกของความฝันและการสมมุติ

กล่องไม้เล็ก ๆ ธรรมดาเมื่อเอาเชือกผูกเข้าด้านหนึ่งแล้วใช้ลาก ก็จะกลายเป็นรถกะบะ รถยนต์ ได้อย่างดี บิดามารดาที่ฐานะร่ำรวยบางคน แสดงความแปลกใจเมื่อลูกเกิดติดอกติดใจของเล่นราคาถูกในห้องตรวจ และกลับแสดงความพอใจมากกว่าของเล่นราคาแพงที่เด็กมีอยู่เสียอีก

การเลือกของเล่นที่เหมาะแก่วัยของเด็กนั้น อาจจะให้ความเห็นได้คร่าว ๆ ดังนี้ ในระยะเดือนแรก ๆ ทารกต้องการฝึกการมอง การได้ยิน เด็กจะเฝ้ามองของเล่นที่มีสีสดใสและมีการเคลื่อนไหวได้ซึ่งคุณอาจจะแขวนไว้ที่บริเวณใกล้ ๆ ที่เด็กจะมองเห็นได้ เป็นสิ่งให้ความเพลิดเพลินเวลาที่อยู่คนเดียว

เมื่อลูกโตขึ้น อายุประมาณ 5-0 เดือนไปแล้ว เด็กมักจะชอบของเล่นที่มีเสียง เช่น ลูกกลมพลาสติคที่เขย่าเป็นเสียงกรุ๋งกริ๋ง หรือตุ๊กตายางที่บีบแล้วมีเสียงประหลาดต่าง ๆ เป็นต้น และเมื่อคว้าได้ก็จะเอาเข้าปาก จึงควรเลือกของเล่นที่ไม่มีคมและไม่มีสารที่มีพิษ เช่น ตะกั่วปนอยู่ในส่วนประกอบของ ๆ เล่นนั้น ควรตรวจดูอยู่เสมอว่ามีส่วนที่แตกหักที่อาจจะขาด หรือหลุดเขาคอได้หรือไม่ ของเล่นที่เป็นยางหรือพลาสติคชนิดอ่อน อาจให้เด็กกัดได้ แต่ต้องคอยหมั่นล้างน้ำฟอกสบู่ให้สะอาดอยู่เสมอเพราะอาจเป็นทางนำเชื้อโรคเชื้อรา หรือไข่พยาธิบางชนิด เข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ๆ

เมื่อย่างเข้าสู่ปีที่ 2 เด็กเริ่มยืน เดิน และใช้มือได้ถนัดขึ้น ของเล่นประเภทแท่ง สี่เหลี่ยมพลาสติคหรือไม้ที่นำมาต่อกันเป็นชั้นเป็นรูปต่าง ๆ ได้ หรือประเภทล้อเลื่อนที่มีเสียง มีคันถือให้เด็กเดินไถไปข้างหน้าจะเป็นสิ่งที่เด็กมักสนใจ ของเล่นอีกชนิดหนึ่งที่พบว่าเด็กเกือบทุกวัยชอบมาก ก็คือ ของเล่นที่เป็นโทรศัพท์ ชนิดที่หมุนได้และมีเสียงกรุ๋งกริ๋งซึ่งราคาไม่แพง ตุ๊กตาประเภทที่เหมือนเด็ก หรือตุ๊กตาสัตว์ต่าง ๆ ก็เป็นที่สนใจของเด็กวัยนี้แต่มีบางคนที่ไม่ชอบและหวาดกลัว

เด็กวัย 3-6 ขวบ จะมีความอยากรู้อยากเห็น ของเล่นที่ถอดออกเป็นชิ้น ๆ แล้ว ประกอบเข้าใหม่ได้จะช่วยให้เด็กเพลิดเพลินได้มาก

การปีนป่ายเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น จะช่วยให้เด็กรู้จักใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รู้จักกะระยะความสูงต่ำ และรู้จักระวังตัวทีละน้อย

เมื่อเด็กเริ่มมีอายุมากขึ้น จะเริ่มเล่นของที่สมมุติเหมือนของจริงเป็นการเลียนแบบ ผู้ใหญ่และของเล่นที่มีการเคลื่อนไหวได้ เช่น รถยนต์ เรือ รถไฟ รถถีบสามล้อ  และของ เล่นประเภทหม้อข้าวหม้อแกง ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ให้ความสนุกสนานได้มาก

การเล่นตามกติกาต่าง ๆ เช่น เล่นซ่อนหา วิ่งเปี้ยว จะช่วยฝึกให้เด็กรู้จักเข้ากับคน อื่นและปฎิบัติตามข้อบังคับได้ดี

คุณพ่อคุณแม่จึงควรหาซื้อของเล่นให้อนุโลมตามความต้องการของเด็กด้วย

งานอดิเรกและกิจกรรมสำหรับเด็ก

เด็ก ๆ ควรจะได้รับการสนบสนุนให้มีกิจกรรมที่นำความเพลิดเพลินมาสู่ตน โดย สังเกตจากสิ่งที่เด็กชอบ ส่วนมากเด็ก ๆ จะสนใจในสิ่งที่พ่อแม่และคนในบ้านสนใจอยู่แล้ว (ถ้าความสัมพันธ์ในครอบครัวดีและใกล้ชิดกันเพียงพอ)

งานอดิเรกนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นการสะสมของแพง ๆ เสมอไป แต่ควรจะเป็นสิ่งที่ส่งเสริมความคิดริเริ่ม ความมีระเบียบและความอดทนให้แก่เด็ก เช่นการสะสมรูปภาพ แสตมป์ หินจากแหล่งต่าง ๆ อ่านหนังสือที่เหมาะกับวัย ประดิษฐ์เครื่องเล่นเอง ปลูกต้นไม้ เป็นต้น ความสำคัญอยู่ที่การแนะนำวิธีการโดยพ่อแม่ซึ่งควรกระทำให้ถูกทางและประหยัดและอาจส่ง เสริมให้เข้ากลุ่มกับเพื่อน ๆ ที่มีความสนใจคล้าย ๆ กันด้วย

กิจกรรมต่าง ๆ เช่นการกีฬา การดนตรี การไปเข้ากลุ่ม หรือค่ายพักแรมของเด็ก และเยาวชน การพาไปชมสวนสัตว์ สถานที่สำคัญ หรือการแสดงต่าง ๆ บ้างแล้วแต่โอกาสและสถานการณ์จะอำนวยจะเป็นการช่วยให้เด็กสนใจในสิ่งอื่น นอกไปจากการเรียน และเป็นการ เปิดหูเปิดตา ได้ความรู้รอบตัวซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเข้าสังคม และปรับตัวในชีวิตของ เขาด้วย การช่วยงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามอายุของเด็กก็เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความรับผิดชอบและรู้จักช่วยตนเอง ทั้งจะได้รู้จักเห็นใจผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบอยู่ด้วย

การดูภาพยนตร์และโทรทัศน์

มีพ่อแม่หลายคนที่เคยมาปรึกษาเรื่องลูก โดยมีความเห็นว่าไม่ควรให้เด็กดู ภาพยนตร์หรือโทรทัศน์เลยเพราะเสียเวลาทำการบ้านและมีแต่โทษ ความคิดเห็นเช่นนี้ ไม่ถูกต้องนัก

ภาพยนตร์และโทรทัศน์ หรือหนังสือต่าง ๆ เบ็นสื่อมวลชนที่จะให้ทั้งความรู้ ความ บันเทิง และกระตุ้นความคิดอ่านตลอดจนการรู้จักปรับตัวของเด็กและผู้ใหญ่เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการรู้จักเลือกดูในสิ่งที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ด้วย ผู้ใหญ่จึงควรทำตัวใกล้ชิดกับ เด็กให้มากพอที่จะเข้าใจและรู้ถึงความคิดอ่านและความสนใจของเด็ก เพื่อจะได้เสนอแนะหรือ

สั่งสอนโดยพูดคุยกับเด็กให้เข้าใจ ควรจะทราบรายการทางโทรทัศน์และภาพยนตร์และเลือกให้เด็กได้มีโอกาสได้ดูในสิ่งที่มีประโยชน์โดยคำนึงถึงอายุของเด็กด้วย

เด็กเล็ก ๆ ที่อายุระหว่าง 3-6 ขวบ มักจะชอบดูหนังการ์ตูน รายการตลกสำหรับ เด็กๆ รายการเกี่ยวกับสัตว์ และภาพยนตร์อภินิหารต่างๆ ซึ่งพ่อแม่ควรจะชี้แจงว่าเป็นเรื่องไม่จริง เป็นนิทาน เพื่อให้เด็กได้รู้จักความจริงทีละน้อย (เคยมีเด็กดูหนังที่พระเอกเหาะได้ และกระโดด ลงมาจากหน้าต่างเพราะไม่เข้าใจว่าเป็นเรื่องไม่จริง เนื่องจากไม่มีโอกาสใกล้ชิดกับผู้ใหญ่)

สำหรับเด็กวัย 7-10 ขวบ ควรได้ส่งเสริมให้ดูภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับสัตว์ ธรรมชาติ ข่าวสั้น ๆ เรื่องของชีวิตจริง หรือการผจญภัยต่าง ๆ และเมื่อใกล้วัยรุ่นเด็กก็จะสนใจรายการคล้าย ๆ กับผู้ใหญ่ เช่นรายการดนตรี ภาพยนตร์ กีฬา เป็นต้น และไม่ควรจะสนใจภาพยนตร์ ประเภทมนุษย์กายสิทธิ์อีกต่อไป

การจัดเวลาควรดูให้เหมาะสม เช่นหลังทำการบ้านแล้ว หรือในวันหยุด การที่เด็ก ได้เห็นสิ่งที่ไม่ดีในบางครั้งก็มีความจำเป็น เพราะจะได้ชี้ให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี และสอนให้ ควบคุมตนเองที่จะละเว้นการกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือพ่อแม่ควรจะอยู่ใกล้ชิดกับเด็กให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือถ้า พ่อแม่ต้องกลับบ้านค่ำ ๆ  ก็ควรจะมีพี่เลี้ยงที่เข้าใจและไว้ใจได้ช่วยดูแลเท่านั้น

เด็กกับสัตว์เลี้ยง

เด็กๆส่วนมากมักจะชอบธรรมชาติและสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะถ้าพ่อแม่สนใจ การสนับสนุนให้เด็กรับผิดชอบเลี้ยงสัตว์ในบ้าน (ถ้าทำได้) จะทำให้เด็กเข้าใจถึงสิ่งที่มีชีวิต ได้ศึกษาธรรมชาติของการเลี้ยงดู การให้อาหาร อาจได้เรียนรู้ด้านเพศศึกษาไปในตัว และจะเข้าใจถึงการจากไปเมื่อสัตว์ตาย

การเลี้ยงสัตว์จึงเป็นการปลูกฝังความสัมพันธ์และความรับผิดชอบไปโดยไม่รู้ตัวทำให้ เด็ก ๆ รู้จักมีความเมตตากรุณา และมีจิตใจอ่อนโยน นอกเหนือไปจากความเพลิดเพลินที่จะได้รับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments