ลักษณะของเด็กวัย 11 เดือน ถึง 1 ขวบ

author   June 9, 2011   Comments Off on ลักษณะของเด็กวัย 11 เดือน ถึง 1 ขวบ

ลักษณะของเด็กวัย 11 เดือน ถึง 1 ขวบ

เด็กวัยใกล้จะหนึ่งขวบนี้ รู้จักแยกแยะความสัมพันธ์ของบุคคลรอบกายแล้ว  ใครเป็นพ่อแม่หรือเป็นคนอื่นคนไหนเคยเห็นหน้าบ่อย คนไหนเป็นคนแปลกหน้า เด็กกำลังก้าวเข้าสู่สังคมของคนรอบ ๆ อย่างเต็มตัว พวกผู้ใหญ่จะรู้สึกว่า เด็กชอบทำอะไรเลียนแบบผู้ใหญ่บ่อย ๆ พอเห็นคุณแม่กำลังเช็ดโต๊ะอาหาร หนูน้อยก็เข้ามาใกล้และเอามือลูบโต๊ะบ้าง เวลาคุณพ่อใช้ค้อนตอกตะปูโป๊ก ๆ หนูก็เอาช้อนเคาะโต๊ะป็อก ๆ บ้าง

เด็กวัยนี้จะดีใจที่สุดเมื่อได้อยู่ในหมู่ของเด็กโตกว่าเล็กน้อยและพวกพี่ ๆ สนใจจะเล่นด้วย ถึงแม้ว่าจะเล่นกันจริง ๆ ยังไม่ได้ แต่ถ้าพี่ ๆ ส่งของเล่นมาให้ถือ หรือโยนลูกบอลมาให้ หรือช่วยเข็นรถที่หนูน้อยนั่ง  หนูจะยิ้มแฉ่งทีเดียว

เวลาได้นั่งรถไฟหรือรถโดยสาร ถ้ามีเด็กอื่นอยู่ใกล้ ๆ  หนูจะทำท่าอยากเล่นกับเด็กด้วยกันมากกว่าที่จะสนใจทิวทัศน์นอกรถ

เด็กชอบได้รับคำชม โดยเฉพาะเวลาคนรอบข้างยุให้แสดง “ท่าเก่ง” อวดคนอื่น เด็กบางคนพอถูกยุก็ชูมือรำแต้ให้ผู้ใหญ่หัวเราะด้วยความเอ็นดู

เมื่อก่อน เด็กจะไม่ยอมส่งของเล่นให้ใครง่าย ๆ แต่พอถึงวัยนี้ ถ้าคุณแม่แบมือบอกว่า “ขอ” หนูจะยอมส่งของให้

เด็กเริ่มเข้าใจว่า คนเราผูกพันกันด้วยภาษาพูด เวลาถูกเรียกหนูจะหันมามอง เมื่อบอกว่า “บ๊าย บาย ไปละนะ” หนูก็โบกมือให้

เด็กเข้าใจภาษาพูดขึ้นมาก ถึงจะยังพูดเองได้เพียงไม่กี่คำ เช่น แม่ ป้อ จ๋าจ๊ะ หม่ำ ไม่ เจ็บ ฯลฯ แต่มีเด็กบางคนซึ่งทั้ง ๆ ที่เข้าใจเรื่องที่ผู้ใหญ่พูดเกือบทุกอย่าง แต่ก็ไม่ยอมพูดสักคำก็มี การที่เด็กพูดได้เร็ว ไม่ได้แปลว่าเป็นเด็กฉลาดกว่าเด็กอื่น และถ้าลูกคุณยังไม่ยอมพูดในวัยนี้ก็ไม่ต้องตกใจ

คุณแม่บางคนเป็นคนทำงานเก่งและเร็ว  แต่เวลาทำงานไม่ยอมพูดสักคำ เวลาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ลูก ป้อนข้าวลูก ได้แต่ทำให้เฉย ๆ โดยไม่คุยด้วย ถ้าคุณแม่ขยับแต่มือโดยไม่ขยับปากเลย ลูกก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้เรียนรู้ภาษา คุณแม่ควรคุยกับลูกอยู่เสมอ  และคุณแม่ส่วนใหญ่ก็ชอบคุยกับลูกโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

เด็กวัยนี้เคลื่อนไหวไปไหน ๆ ได้เองมากแล้ว บางคนก็เดินได้แล้ว แต่บางคนยังเกาะเดินอยู่ เวลาเด็กเริ่มหัดเดิน มักจะเดินตุปัดตุเป๋  คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงกลัวว่าลูกจะเป็นโรคกระดูกต้นขาหลุดจากข้อต่อสะโพกมาแต่กำเนิด เด็กที่เป็นโรคนี้ อาการเดินจะเป๋เอามาก ๆ และส่วนใหญ่คุณพ่อคุณแม่จะรู้สึกถึงความผิดปกติตั้งแต่ก่อนถึงวัยหัดเดินเสียอีก

เก้าอี้หัดเดินไม่เหมาะสำหรับเด็กวัยนี้ เพราะไม่ปลอดภัย ไม่ควรใช้แต่ถ้าจะใช้คุณแม่ควรระวังให้ดี

เด็กใช้มือได้คล่องแล้ว สามารถเปิดฝาขวดได้เอง ดึงปลั๊กไฟออกเองได้ บางครั้งจะหมุนปุ่มเปิดปิดเตาแก๊สหุงต้มเล่น คุณแม่เผลอไม่ได้เลย

เด็กวัยหนึ่งขวบนี้มีความอยากรู้อยากเห็นมาก  เห็นบันไดก็อยากจะขึ้นและสามารถปีนขึ้นไปชั้นบนได้ ทั้ง ๆ ที่ยังเดินไม่ได้ เวลาเห็นกล่อง เจ้าหนูก็อยากมุดลงไป ถ้ามีถุงพลาสติกก็จะเอามาครอบหัวเล่น  เห็นปากกาตกอยู่จะจับขีดเขียนเล่นบนพื้น และถ้าเจอกระติกน้ำร้อน ก็อยากจะเทน้ำร้อนออกมา

เวลาเห็นเด็กทำท่าจะทำอะไรที่เป็นอันตราย คุณแม่ต้องดุทันที ห้ามไม่ให้เด็กทำ

การดุเด็กในวัยนี้ ไม่ใช่เป็นการสอนศีลธรรม เพราะเด็กอายุเท่านี้ ยังไม่สามารถเข้าใจว่าการทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่ดี จะต้องจำใส่ใจไว้เพื่อจะได้ไม่ทำอีกในวันหน้า  ถ้าเด็กประสบอุบัติเหตุเมื่อใด ก็เป็นความผิดของพ่อแม่อย่างเต็มประตูที่ไม่ระมัดระวังลูกให้ดีพอ จะมาโทษลูกว่าแม่สอนแล้วลูกอยากไม่จำเองไม่ได้

คุณแม่ต้องฝึกให้ลูกหยุดการกระทำที่จะก่อให้เกิดอันตรายทันทีที่ได้ยินเสียงคุณแม่ร้องห้ามว่า “ไม่ได้นะ!” และถ้าเด็กหยุดทำ คุณแม่ต้องชมเชยแกทุกครั้ง เป็นการสอนให้ลูกรู้ว่า ถ้าทำตามที่คุณแม่ห้าม ลูกจะได้รับคำชมเชย

ในเรื่องการนอน เด็กซน ๆ จะนอนกลางวันเพียงครั้งเดียว เวลานอนก็ต่าง ๆ กัน เด็กที่ตื่นแต่เช้ามืดมักนอนกลางวันในช่วงเช้า  แต่เด็กส่วนใหญ่จะนอนตอนบ่ายประมาณ 2-3 ชั่วโมง มีเด็กบางคนซึ่งนอนเก่ง นอนตอนเช้า 2 ชั่วโมง และยังนอนตอนบ่ายอีก 2 ชั่วโมง

เด็กบางคนตื่นนอนขึ้นมาก็ยิ้มแย้มอารมณ์ดี บางคนตื่นขึ้นมาจะโยเยอยู่ 20-30 นาที  และก่อนนอนก็ต้องร้องกวนสักพักหนึ่งก่อนจึงจะยอมนอน

ตอนกลางคืน เด็กส่วนใหญ่นอนตั้งแต่ 3 ทุ่มจนถึงโมงเช้า แต่ก็มีมากเหมือนกันที่เลย 4 ทุ่มแล้วยังไม่ยอมนอน เด็กพวกนี้จึงเป็นเด็กตื่นสายไปด้วย

ก่อนที่คุณแม่จะนอน มักจะดูว่าลูกฉี่เปียกหรือไม่ ถ้าไม่เปียกก็จับให้ลูกฉี่ และตอนกลางดึกจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้อีกครั้งหนึ่ง แต่ก็มีเด็กจำนวนมากที่ไม่ฉี่เลยจนกระทั่งถึงเช้า  ส่วนเด็กที่ฉี่บ่อยนั้น คงยังต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมให้คืนละ 3-4 ครั้ง คุณแม่บางคนไม่สนใจลูกจะนอนแฉะหรือไม่  พอเข้านอนก็หลับสนิททั้งแม่และลูกจนถึงเช้า ระหว่างนั้นลูกจะฉี่สักกี่ครั้งก็ไม่ตื่นทั้งคู่  แบบนี้ถ้าก้นไม่แดง ก็ไม่เป็นไร แต่เด็กบางคนทนไม่ได้เมื่อก้นเปียกแฉะ แกจะร้องทุกครั้งจนกว่าคุณแม่จะเปลี่ยนให้ เรื่องอย่างนี้เป็นนิสัยของเด็กแต่ละคน ไม่ใช่เป็นเพราะการฝึก

เด็กวัยนี้มีฟันบนฟันล่างรวม 4 ซี่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ให้กินข้าวสวยเหมือนผู้ใหญ่  แต่มีเด็กบางคนที่ไม่ชอบกินข้าว เด็กที่เคยกินเก่งมาตั้งแต่วัย 4 เดือน พอถึงวัยนี้จะกินข้าวเก่งด้วย ส่วนเด็กที่กินน้อยมาตลอด จะกินข้าวได้ไม่ถึงครึ่งถ้วย กับข้าวก็กินน้อย

ตามปกติเราจะให้เด็กหย่านมแม่และกินข้าวเป็นหลักเหมือนผู้ใหญ่ในวัย 1 ขวบนี้  แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้เด็กดื่มนมเลย  เด็กยังควรได้รับนมวันละไม่ต่ำกว่า 500 ซีซี.  โดยเฉพาะเด็กที่ไม่ชอบกินข้าว  คุณแม่ควรให้เด็กได้กับข้าวพวกโปรตีน(ปลา ไข่ เนื้อ หมู่ ไก่ ถั่ว)  อย่างเพียงพอ แต่ถ้ากับข้าวก็ไม่ค่อยยอมกินเหมือนกัน ก็เห็นจะต้องให้นมเหมือนเดิมไปก่อน

อย่างไรก็ตาม ถ้าเด็กได้เล่นออกกำลังกายอย่างพอเพียง  เด็กจะกินอาหารได้มากโดยคุณแม่ไม่ต้องบังคับเลย เพราะฉะนั้น แทนที่คุณแม่จะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องอาหารของลูก ควรพาลูกออกไปเที่ยวเล่น ออกกำลังกายดีกว่า

มีบางบ้านซึ่งคุณแม่อยู่ในฐานะลูกสะใภ้ ต้องทำงานรับใช้คนทั้งบ้านตามธรรมเนียมเก่า ๆ ถ้าพาลูกออกนอกบ้านบ่อย ๆ จะถูกค้อนเอา หาว่าแม่นี่ขี้เกียจเอาแต่เที่ยว แถมยังหัดให้ลูกเที่ยวเก่งตั้งแต่อ้อนแต่ออก แบบนี้คงต้องเป็นหน้าที่ของคุณพ่อที่จะอธิบายให้ญาติผู้ใหญ่เข้าใจ

เด็กแต่ละคนชอบขนมไม่เหมือนกัน บางคนชอบขนมหวาน บางคนชอบขนมเค็ม ข้อสำคัญในการให้ขนมเด็ก คือ อย่าให้พร่ำเพรื่อไม่เป็นเวลา จนขนมกลายเป็นอาหารหลักข้าวเป็นอาหารรอง

การขับถ่ายของเด็กวัยนี้ บางคนอึวันละครั้ง บางคนวันเว้นวันครั้ง บางคนวันละ 2 ครั้ง เด็กยังบอกคุณแม่ไม่ได้ว่า “ปวดอึ” หรือ “ปวดฉี่” คุณแม่ต้องสังเกตเอาเอง  เด็กที่ร้องไห้อาละวาดไม่ยอมนั่งกระโถน คุณแม่ไม่ควรบังคับให้นั่ง

เด็กที่ไม่เคยเป็นไข้ตัวร้อนมาก่อนเลย  ถ้าเกิดมีไข้สูงขึ้นมา ให้นึกถึงโรคส่าไข้ก่อนอื่น เมื่ออายุเกิน 1 ขวบ โอกาสที่จะเป็นโรคส่าไข้มีน้อยลงแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เป็นเสียเลย นอกจากนั้นเมื่อเด็กมีไข้สูง คุณแม่ควรนึกถึงโรคอื่น ๆ ด้วย เช่น ไข้หวัด ไข้เลือดออก สมองอักเสบ ควรพาลูกไปให้หมอตรวจดูอาการเพื่อวินิจฉัยโรคทุกครั้งที่เด็กตัวร้อน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments