รูปแบบการเลี้ยงดูที่ทำให้เด็กก้าวร้าว

author   December 8, 2011   Comments Off on รูปแบบการเลี้ยงดูที่ทำให้เด็กก้าวร้าว

ความก้าวร้าวเป็นคนละอย่างกับการกล้าแสดงออก ในปัจจุบันพ่อแม่หลายคนกลัวว่าลูกจะเป็นคนไม่กล้าแสดงออก หรือกลัวว่าถ้าห้ามพฤติกรรมของลูกจะเป็นการชะงักพัฒนาการของเด็กไป ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง

ความก้าวร้าวเป็นพฤติกรรมที่ควรได้รับการขัดเกลาแก้ไขจนถึงขั้นปราบปรามเมื่อมีความรุนแรง เพราะเป็นพฤติกรรมที่จะทำให้ผู้อื่นเดือนร้อน ข้าวของเสียหาย สังคมได้รับการกระทบกระเทือนและที่สำคัญเป็นผลเสียต่อตนเองอย่างมาก

การแสดงความก้าวร้าวของเด็ก หมายถึง พฤติกรรมที่เด็กกำลังละเมิดสิทธิของผู้อื่น เป็นการกระทำให้เกิดความเสียหายไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย ทรัพย์สินหรือการกระทำให้ผู้อื่นได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจ โดยความก้าวร้าวนั้นอาจแสดงทางวาจา หรือกระทำได้ เช่น การพูดหยาบคาย การไม่เคารพผู้อื่น การทุบตี หยิก ผลัก ขว้างปา ทำลายสิ่งของ ฯลฯ และบางครั้งรุนแรงถึงระดับที่เป็นการทารุณกรรมต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ จนบาดเจ็บถึงตายได้

ความก้าวร้าวมีสาเหตุหลายประการดังนี้ คือ

1.  สาเหตุจากชีวภาพ

ซึ่งอาจจะถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้บ้าง เช่น พ่อแม่อารมณ์ร้อน ดุร้าย ภายในครอบครัวมีอารมณ์รุนแรงและปฏิบัติต่อๆกันมา หรือเด็กบางคนมีลักษณะอารมณ์ฉุนเฉียว โกรธง่าย อาละวาดเก่ง รุแรงตั้งแต่เล็กๆ มีการศึกษาที่ผ่านมาไม่นาน พบว่าความก้าวร้าวส่วนหนึ่งเกิดจากความบกพร่องทางสมองได้ เช่น เกี่ยวกับฮอร์โมนหรือสารเคมีในสมอง ดังนั้นถ้าพบว่าเด็กมีความก้าวร้าวมากๆ หรือเป็นบ่อยโดยมีสาเหตุที่กระตุ้นน้อยมาก ควรคำนึงถึงโรคใดโรคหนึ่งที่ทำให้เด็กเกิดความก้าวร้าวง่ายด้วย เช่น สมาธิบกพร่อง ไฮเปอร์แอคทีฟ ปัญญาอ่อน ออทิสติกและสมองพิการ เช่น โรคลมชัก

2.  สาเหตุจากสภาพจิตใจของเด็กเอง

เด็กที่ไม่มีความสุข มีอารมณ์เศร้า ขี้กังวล ตื่นเต้น ตกใจง่าย เด็กที่มีความคับข้องใจบ่อย ๆ มีความกดดันจากสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ เช่น ถูกบังคับมากเกินความสามารถ เด็กบางคนเมื่อรู้สึกว่าตนถูกแย่งของ กลัวถูกทอดทิ้ง น้อยใจผู้ใหญ่ ก็จะแสดงความก้าวร้าวออกไปก่อน เช่น ตีน้อง ผลักเพื่อน เด็กบางคนมีความเครียด เช่น เหนื่อย หิว ง่วงนอน ฯลฯ สภาพเหล่านี้จะทำให้เด็กหงุดหงิด แสดงวาจาไม่ไพเราะ เช่น ตลวด พูดเสียงดัง หรือแสดงกิริยาก้าวร้าวอื่นๆได้

3.  สาเหตุจากครอบครัวและหน้าที่ในการเลี้ยงดูเด็ก

เป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เด็กก้าวร้าว และในทางตรงข้ามการเลี้ยงดูกล่อมเกลาอย่างเหมาะสม สามารถลดความก้าวร้าวในเด็กที่มีสาเหตุความก้าวร้าวจากชีวภาพหรือสภาพจิตได้ง่าย

การเลี้ยงดูที่ทำให้เด็กก้าวร้าวมีหลายรูปแบบคือ

–         การทอดทิ้งไม่เอาใจใส่ดูแลเด็ก

–         การลงโทษเด็กรุนแรง

–         การตามใจเด็กและการยอมตามเด็กอยู่เสมอ

–         ภายในครอบครัวที่มีลักษณะไม่สงบสุข ทะเลาะวิทวาท แสดงความก้าวร้าวให้เด็กเห็นอยู่บ่อยๆ และนำไปเลียนแบบ

–         ภายในครอบครัวมีการยั่วยุอารมณ์เด็ก ชอบแหย่เด็กให้โกรธ

–         การเลี้ยงดูที่ไม่สม่ำเสมอ สื่อความหายต่อเด็กไม่ชัด ทำให้เด็กสับสนกังวล ไม่รู้ผิดถูกแน่นอน

–         การขาดระเบียบวินัยในความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน

–         การที่เด็กทำผิดแล้วผู้ใหญ่ให้ท้าย

4.  สาเหตุจากสภาพสังคมสิ่งแวดล้อม

เด็กที่ถูกปล่อยให้ดูภาพยนตร์ โทรทัศน์ วีดีโอที่มีเรื่องราวก้าวร้าวต่อสู้อยู่เสมอ จะกระตุ้นให้เด็กมีจิตใจฮึกเหิมร้อนรน อยากเลียนแบบพฤติกรรมก้าวร้าวและเด็กกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะไม่มีกิจกรรมอื่นที่เป็นการออกกำลังกายเคลื่อนไหว ซึ่งทำให้ขาดทางออกการคลายเครียด เมื่อถูกเร้าให้เกิดความเครียดก็มักจะแสดงออกพฤติกรรมก้าวร้าวในชีวิตประจำวันได้ง่าย

นอกจากนี้ข่าวสารต่างๆ ปัญหาความเครียดในสังคม ท่าทีทัศนะคติของเพื่อน ครู ฯลฯ ล้วนมีส่วนให้เกิดความเครียดหรือแบบอย่างของความก้าวร้าวได้เช่นกัน

การช่วยเหลือแก้ไขและป้องกัน

1.  การช่วยเหลือแก้ไขตั้งแต่แรกเริ่ม เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันพฤติกรรมก้าวร้าวต่อไปนี้

1.1  ผู้ใหญ่จะต้องหยุดการกระทำก้าวร้าวทันที เช่น เด็กขว้างปา หรือทุบตี ควรจัดการด้วยวิธีสงบ โดยจับมือรวบตัวและบอกสั้นๆว่าตีไม่ได้ เตะไม่ได้ หรือของนี้ไม่ได้มีไว้ปา ผู้ใหญ่จะไม่ตอบโต้รุนแรงเพราะจะเป็นการสอนเด็กให้เลียนแบบ

1.2  ขณะนั้นให้ยอมรับความรู้สึกว่าเขากำลังโกรธ แต่หยุดยั้งการกระทำ เช่น “แม่รู้หนูโกรธ แต่เราไม่อนุญาตให้ตีกัน และแม่จะไม่ให้น้องทำหนูเช่นกัน”

1.3  แนะนำทางออกอื่นให้ เช่น เมื่อโกรธให้บอกผู้ใหญ่ เลิกเล่นกับน้อง ว่ากล่าวน้องได้แต่ไม่ตีกัน ถ้าเด็กรู้สึกว่าต้องตีให้เบี่ยงเบนเป็นตีพื้น หรือหมอนแทน เพื่อไม่ให้ใครเดือดร้อน การปฏิบัติเช่นนี้เด็กจะเรียนรู้ว่าการกระทำก้าวร้าวเป็นสิ่งที่เราไม่ยอมรับ แต่เราเข้าใจความรู้สึกของเขาและมีทางออกอื่นที่เหมาะสม

2.  การรับฟังเด็ก การเบี่ยงเบนทางออกให้เด็กมีการกระทำทดแทน เด็กก็ยังมีอาการได้อีกเป็นครั้งคราว เพราะเด็กเล็กยังเข้าใจไม่หมด ยังระงับอารมณ์ไม่ได้เต็มที่ ซึ่งผู้ใหญ่ต้องให้เวลาในการเรียนรู้

3.  ไม่ควรมีการตกลงหรือต่อรองกัน ขณะที่เด็กมีอารมณ์หรือพฤติกรรมก้าวร้าว เพื่อให้เด็กเรียนรู้ว่าผู้ใหญ่จะตอบสนองความต้องการของเขาในช่วงอารมณ์สงบและพฤติกรรมเหมาะสมเท่านั้น

4.  ผู้ใหญ่ต้องระวังที่จะมีอารมณ์โต้ตอบเด็กหรือเอาชนะกัน

5.  การลงดทษเด็กควรใช้วิธีอื่นที่ไม่ใช้ความรุนแรง เช่น การแยกเด็กอยู่ตามลำพังระยะหนึ่ง(ไม่ควรนานเกินไป) โดยมีการสื่อให้เข้าใจว่าเมื่อสงบแล้วจึงมาพูดจากันใหม่ บางครั้งใช้การงดสิทธิบางอย่าง หรือไม่ให้ความสนใจพฤติกรรมนั้น

6.  การฝึกฝนเด็กให้ควบคุมอารมณ์ทีละน้อย เริ่มได้ตั้งแต่ 3 ขวบ เช่น เมื่อเด็กโกรธให้เด็กแยกตัวไปอยู่อย่างสงบสักครู่ และผู้ใหญ่ก็ใช้วิธีเดียวกัน

7.  การฝึกฝนให้เด็กมีความรับผิดชอบต่อการกระทำไม่เหมาะสมของตัวเอง หลังจากสงบอารมณ์แล้ว เช่น ซ่อมแซมหรือชดใช้ของที่ทำเสียหาย โดยพิจารณาตามความเหมาะสม

8.  ฝึกให้เด็กรู้จักมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีจิตใจโอบอ้อมอารี

9.  การพยายามเข้าใจความคิดความรู้สึกของเด็กและส่งเสริมความดีของเด็กจะช่วยให้เด็กมีความสุข มั่นใจผ่อนคลาย

10.  หลีกเลี่ยงการตำหนิ ว่ากล่าว เปรียบเทียบให้เด็กรู้สึกเป็นปมด้อยหรือการขู่หรือหลอกให้กลัว ตลอดจนการยั่วยุให้เด็กมีอารมณ์โกรธ

11.  เลี้ยงดูด้วยการฝึกระเบียบวินัยในครอบครัว และผู้ใหญ่เป็นตัวอย่างของความปรองดองเป็นมิตรต่อกัน

อ้างอิง: หน่วยจิตเวชเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments