พ่อแม่ทะเลาะกันกับการเรียนรู้ของเด็ก

author   December 16, 2011   Comments Off on พ่อแม่ทะเลาะกันกับการเรียนรู้ของเด็ก

หากพ่อแม่ทะเลาะกัน ตบตีกันรุนแรง ขว้างปาข้าวของเสียหาย หรือทำร้ายกันจนหัวร้างข้างแตก ย่อมเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีสำหรับเด็ก จะฝังใจเขาไปจนโต เด็กอาจแก้ปัญหาชีวิตของตัวเองด้วยการทำสิ่งที่เขาจดจำมาจากอดีต แต่ถ้าพ่อแม่ถกเถียงกันเพียงวาจา ไม่ถึงกับลงมือลงไม้ อย่างนี้ก็ไม่มีอะไรเสียหาย

ปกติแล้ว เด็กจะฝังใจกับประสบการณ์ที่ได้รับในขณะที่กำลังเติบโตขึ้นมา และจะนำเอาประสบการณ์เหล่านั้นมาแก้ปัญหาชีวิตของตัวเอง เป็นการเรียนรู้ชีวิตจากคนที่รักและปกป้องแกมากที่สุด

เด็กอาจเคยเห็นพ่อแม่หรือคนที่ใกล้ชิดโต้เถียงกันด้วยความไม่พอใจ เพราะฉะนั้นควรควบคุมการโต้เถียงให้เป็นเพียงความพยายามที่จะขจัดความขัดแย้งทางความคิดเห็นด้วยคำพูด ด้วยการเจรจาอย่างสันติ ไม่ใช่การตัดสินปัญหาด้วยกำลัง

ทางที่ดีที่สุด พ่อแม่จะต้องทำให้ลูกเห็นว่า แม้พ่อกับแม่จะโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อน แต่ก็ยังรักกันเหมือนเดิม การโต้เถียงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะหาทางออกให้กับปัญหาที่เผชิญอยู่ และการเถียงกันแบบนี้ไม่ได้หมายถึงการลงมือลงไม้ หรือด่าสาดเสียเทเสีย หรือประทุษร้ายทางร่างกายแต่อย่างใด หากคนที่รักและปกป้องแกควบคุมตัวเองไม่ได้ แสดงออกในทางรุนแรงหรือใช้กำลังเข้าต่อสู้กันต่อหน้าเด็ก จะทำให้แกตื่นกลัวและเป็นการทำร้ายจิตใจน้อยๆ ของเด็กด้วย

ส่วนพ่อแม่ที่พยายามปิดบังความขัดแย้งที่ไม่ลงรอยกัน ไม่ให้ลูกรู้ ด้วยการปิดห้องทะเลาะกันนั้น ทำให้ลูกไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ความจริงว่า บางครั้งพ่อกับแม่ก็โกรธกันได้ คนรักกันย่อมโกรธกันได้ และคนที่รักแกก็อาจถกเถียงกันได้เช่นกัน ความโกรธไม่ได้หมายถึงการทำลายล้างอีกฝ่ายให้สิ้นไป คนเราสามารถแก้ไขความขัดแย้งต่างๆ ได้ด้วยการพูดจา ด้วยการถกเถียงกัน

ที่สำคัญ พ่อแม่ที่ปิดบังไม่ให้ลูกรู้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างกันนั้น ปกติมักจะแก้ไขความไม่ลงรอยกันได้น้อยมาก เพราะไม่สามารถแสดงอารมณ์ออกมาอย่างเปิดเผย

เด็กมักมีความรู้สึกไวมาก และรู้ได้ทันทีเลยว่าเมื่อไรพ่อแม่โกรธกันหรือไม่พอใจกัน เด็กรู้ดีนะว่าพ่อแม่กำลังอยู่ในอารมณ์แบบไหน

หากลูกไม่เคยได้รู้ได้เห็นการโต้เถียงของพ่อแม่มาก่อนเลย และถูกสอนให้ควบคุมตัวเองมากเกินไป เมื่อแกโกรธหรือรำคาญหงุดหงิดคนที่แกรักขึ้นมา แกก็อาจเกิดความรู้สึกผิดขึ้นในใจได้ คนที่ไม่สามารถจัดการกับอารมณ์โกรธของตัวเอง หรือกลัวความรู้สึกในทางลบของตัวเอง มักจะมาจากครอบครัวที่เขาไม่เคยเห็น หรือได้ยินพ่อแม่โต้เถียงกันมาก่อนในชีวิต

คนพวกนี้ไม่เคยเรียนรู้การแสดงออกซึ่งอารมณ์ขุ่นข้อง ไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกไม่แน่ใจ โกรธ หรือความก้าวร้าวของตัวเองได้อย่างไร

เวลาที่มีความสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม ก็เลยมักจะกลัวการเอาอารมณ์ของตัวเองเข้าไปผูกพัน เวลาโกรธใครขึ้นมา ก็จะตอบสนองอารมณ์โกรธด้วยการยุติความสัมพันธ์กับคนคนนั้นทันที เพราะรู้สึกทนไม่ได้ที่ต้องโกรธคนที่เขารัก เพราะมีความคิดฝังหัวมาว่า คนรักกันจะต้องไม่โกรธกัน อันเป็นประสบการณ์จากการที่ไม่เคยเห็นพ่อแม่ถกเถียงหรือแสดงอารมณ์โกรธต่อกันเลย

สิ่งสำคัญก็คือ พ่อแม่จะต้องช่วยให้ลูกเผชิญกับความรู้สึกในทางลบของตัวเอง รู้จักแก้ไขความขัดแย้งกับคนที่เขารัก ในลักษณะที่สามารถรักษาความสัมพันธ์อันดีต่อกันได้ต่อไป ไม่ใช่โกรธใครขึ้นมา ก็ต้องเลิกคบกันทันที

แทนที่พ่อแม่จะปิดบังไม่ให้ลูกรู้ถึงความไม่ลงรอยกัน ควรจะยอมรับความจริงกับลูกว่า ความขัดแย้งทางความคิดเห็นอย่างรุนแรง อาจเกิดขึ้นได้บ้างในบางครั้ง ลูกจะได้เรียนรู้แบบอย่างของการแก้ไขความขัดแย้งทางความคิดเห็นกับคนอื่น ด้วยการถกเถียงกันอย่างมีเหตุผล ด้วยคำพูด ไม่ใช่ด้วยการใช้กำลังเข้าประหัตประหารกัน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments