พัฒนาการเด็กวัยอนุบาลหรือก่อนเข้าเรียน 3-6 ปี

author   February 3, 2012   Comments Off on พัฒนาการเด็กวัยอนุบาลหรือก่อนเข้าเรียน 3-6 ปี

เมื่อเข้าสู่วัยนี้เด็กควรจะควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้มากขึ้น.พูดจาโต้ตอบได้ดี ทำตามคำสั่งง่าย ๆ ได้ พอใจที่จะวิ่งเล่นด้วยตนเอง ซุกซนอยากรู้อยากเห็น เริ่มมีความคิดริเริ่ม และเริ่มหัดช่วยตัวเอง จะมีการตั้งคำถามสารพัดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวโดยจะเริ่มจากในครอบครัวก่อน รู้จักชื่อคนและสิ่งของ สนใจเรื่องเพศหญิง เพศชาย ชอบเลียนแบบ ผู้ใหญ่

เด็กควรได้รับการสนับสนุนให้สนใจเล่นกับพี่น้องหรือเด็กอื่นนอกครอบครัว เด็กชายจะชอบเล่นแรง ๆ แบบใช้กำลงหรือเล่นของเล่นที่มีการบังคับการเคลื่อนไหว เช่น เล่นรถยนต์ เรือบิน เป็นต้น เด็กหญิงชอบแต่งตัวเลียนแบบแม่ เล่นขายของ ตุ๊กตา แต่บางคนก็ชอบทั้งสองอย่าง หรือชอบเล่นในทางกลับกัน การเล่นยังไม่จำเป็นต้องแยกเพศนัก แต่เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะสร้างเสริมลักษณะพฤติกรรมประจำเพศให้แก่ลูก โดยให้เหมาะสมกับสังคม และวัฒนธรรมที่เด็กจะเติบโตขึ้นมาใช้ชีวิตอยู่ต่อไป พ่อแม่จึงควรเป็นแบบให้เด็กทั้งในด้านความรู้สึกนึกคิด อารมณ์และความประพฤติ รวมทั้งสนับสนุนการเล่นและความอยากรู้อยากเห็น ของเด็กให้เหมาะสม

ความสมพันธ์กับพ่อแม่ และบุคคลอื่น ๆ ในครอบครัวสำหรับเด็กวัยนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง บ้านที่มีบรรยากาศของความรัก ความเข้าใจและร่วมมือกันแก้ไขข้อขัดแย้งได้ด้วยเหตุผล ลูกก็จะเรียนรู้และดำเนินชีวิตแบบนั้น จะเห็นว่าความรักความไว้ใจในผู้เลี้ยงดูจากวัยทารก รวมกับความสามารถในการควบคุมตนเองในวัยต่อมา จะเสริมส่งให้เด็กเริ่มสนใจในการพัฒนา ตนเองต่อไป บุคลิกลักษณะ อารมณ์ และจริยภาพประจำตัวเด็กจะก่อตัวขึ้นจากการเลี้ยงดูในวัยเด็กเป็นส่วนใหญ่

พ่อของลูกในวัยนี้จะเริ่มมีบทบาทมากขึ้นกว่าเดิม และมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเด็กเจริญ เติบโตขึ้น พ่อมีความสำคัญสำหรับลูกหญิงเท่า ๆ กับลูกชาย แม้พ่อจะต้องเป็นแบบอย่างแก่ความเป็นลูกผู้ชายของเด็กชายก็ตาม ลูกควรมีความใกล้ชิดพ่อตามสมควร เพราะโดยปกติพ่อ เป็นผู้ชายคนแรกที่ลูกรู้จัก แม้ว่าบางคนอาจจะเข้าใจกันผิดว่าบทบาทของพ่อไม่สำคัญ แต่เด็กทั้ง ชายและหญิงจะเริ่มคุ้นเคยกับความรู้สึกและพฤติกรรมประจำเพศจากพ่อแม่ของเขาไปทีละน้อย พ่อที่ห่างเหินเด็กไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุใดก็ตาม หรือพ่อที่ดุเกินไป จะทำให้เด็กไม่ใกล้ชิดพ่อ ถ้าเป็นลูกชายก็จะหันมาสนิทกับแม่มากกว่า ทำให้ขาดโอกาสที่จะเลียนแบบความเป็นชาย เลย เติบโตเป็นชายไม่สมบูรณ์ ส่วนลูกหญิงก็อาจขาดการเรียนรู้จิตใจผู้ชายซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในการสมาคมหรือหาคู่ครองในอนาคต

ในทางกลับกันถ้าแม่แม่ห่างเหินกับเด็ก การสร้างเสริมมนุษยสัมพันธ์ในครอบครัวก็บกพร่องไป ลูกสาวอาจบกพร่องในความเป็นหญิง และลูกชายก็อาจจะเกรงกลัวเพศหญิงเพราะไม่เคยได้ใกล้ชิด ถ้ามีความบกพร่องมากก็อาจเป็นปัญหาต่อการพัฒนาทางด้านเพศได้ เช่น เป็นกะเทย หรือมีปัญหาในการคบเพศตรงข้าม เป็นต้น

ในสังคมไทยเราส่วนใหญ่คนยังรับว่าพ่อทำหน้าที่เป็นผู้นำของครอบครัว ส่วนแม่รับหน้าที่ในการดูแลครอบครัว แต่อาจช่วยกันหรือกลับกันในบางครอบครัวก็ได้แล้วแต่ภูมิหลังและ บุคลิกของพ่อแม่ ในบางครอบครัวที่พ่ออ่อนแอไม่ได้ทำหน้าที่พ่อ เด็กก็อาจมีความกังวลหรือไม่ก็อาจเลียนแบบพ่อได้ แต่ทั้งนี้ไม่เป็นความจริงเสมอไป เพราะบุคคลผู้ที่เด็กจะถือเป็นแบบอย่าง

ในการพัฒนาตนนั้นมีหลายคน อาจเป็นญาติพี่น้อง ครู หรือผู้ที่ครอบครัวให้ความเคารพนับถือก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการอบรมเลี้ยงดูที่ทำให้เด็กเข้าใจเหตุผล ความจำเป็นต่าง ๆ และมีเสรีภาพในการใช้ความนึกคิดของตนเองได้ตามควร ในรายเช่นนี้เด็กอาจเลียนแบบผู้อื่นที่ตนนิยมชมชอบได้

นอกจากนี้เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนี่งที่เด็กวัยนี้มีความสนใจมากก็คือเรื่องเพศ เด็กอยากรู้อยากเห็น สนใจในความแตกต่างของอวัยวะเพศของเด็กหญิงและชาย โดยเฉพาะระหว่างพี่น้องหรือเพื่อนเล่น พ่อแม่ควรเข้าใจก่อนว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องที่เด็กสนใจตามธรรมชาติ ไม่ควรตกใจหรือกังวลจนเกินไปว่าเด็กมีความสนใจในเรื่องไม่ดี แต่ควรตอบสนองความสนใจของ เด็กในทำนองเดียวกับเรื่องอื่น ๆ ด้วยการตอบคำถามเด็กทุกครั้งด้วยท่าที่ปกติ ตอบสั้น ๆ ในความหมายที่เด็กพอเข้าใจได้ไม่จำเป็นต้องให้รายละเอียดจนเกินไปนัก คำถามที่พบบ่อย ๆ มีเช่น

“น้องอยู่ในท้องแม่หรือเปล่า ?”

“น้องออกมาทางไหน”

……………..ฯ เป็นต้น

เด็กอายุ 2-3 ขวบ บางคนชอบเล่นอวัยวะเพศของตนเอง ซึ่งพบได้เป็นเรื่องปกติ พ่อแม่ควรจะให้ความสนใจและเบนความสนใจของเด็กไปในเรื่องอื่น เช่นโดยการเล่น การพูด คุยกับพ่อแม่ ต่อเมื่อเด็กกระทำมากเกินไปจึงควรหาทางช่วยเหลือโดยหาสาเหตุ เช่นอาจเป็น เพราะเด็กว้าเหว่หรือเหงา  ถูกทอดทิ้ง หรือถูกดุมากเกินไปหรือเปล่า  แล้วแก้ที่สาเหตุนั้น ๆ

สมัยนี้พ่อแม่นิยมส่งลูกเข้าโรงเรียนอนุบาลตั้งแต่อายุได้ 3-4 ขวบ โรงเรียนอนุบาลที่ดีจะเป็นสถานส่งเสริมการพัฒนาเด็กทั้งทางกายและใจ ฉะนั้นการจัดสถานที่ การจัดการเรียนการสอน ควรทำให้เหมาะสมกับความต้องการของเด็กวัยนี้ ครูจะต้องได้รับการอบรมโดยเฉพาะทางด้านความเข้าใจและความสนใจของเด็ก ไม่ควรมุ่งการสอนหนังสือแต่ควรมุ่งในการส่งเสริม การช่วยตัวเองของเด็ก และการสร้างมนุษยสัมพนธ์กับเด็กอื่นและครูซึ่งเป็นผู้อยู่นอกครอบครัว

ครูอนุบาลจะช่วยให้เด็กแสดงออกถึงความรู้สึก ความคิดเห็น และกิริยาความสามารถ เต็มที่ภายในขอบเขต โดยการให้เด็กได้เล่นออกกำลังกับเพื่อน ๆ อย่างมีกติกา มีการร้องเพลง เคาะจังหวะ ฟังนิทาน ขณะเดียวกันก็ให้ฝึกฝนในการปฎิบัติตัวประจำวัน ได้แก่ การรับประทาน การนอน การล้างหน้า แปรงฟัน ทั้งนี้เพี่อให้เด็กได้ฝึกฝนตนเองต่อไป

จึงเห็นได้ว่าโรงเรียนอนุบาลที่ดีจะเป็นสถานที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนา และแก้ปัญหา ที่อาจมีที่บ้านได้ โดยเฉพาะในเด็กที่เป็นลูกคนเดียว หรือมีปัญหาในการเข้ากับคนอื่น นับว่าเป็นการช่วยพ่อแม่อีกแรงหนึ่งในการเตรียมตัวเตรียมใจเด็กที่จะเข้าเรียนชั้นประถมในวัยต่อไป

ผลของการเลี้ยงดูที่ถูกต้องของเด็กวัยนี้ ควรจะปรากฏโดยการที่เด็กสามารถช่วยตนเองได้ เข้ากับผู้อื่นได้ มีความสุขในการได้รับการตอบสนองในความอยากรู้อยากเห็นของเขาจากผู้ ที่อยู่แวดล้อม กลายเป็นผู้มีความคิดริเริ่ม เริ่มรู้จัก ผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี บ้าง มีอารมณ์โกรธ รัก และเสียใจ แต่ก็พอจะหัดควบคุมได้ และมีลักษณะนิสัยประจำเพศหญิงหรือชายเกิดขึ้น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments