พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจเด็กวัยรุ่น 13-19 ปี

author   February 3, 2012   Comments Off on พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจเด็กวัยรุ่น 13-19 ปี

นับเป็นวัยที่สำคัญที่สุดวัยหนึ่ง เพราะเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างความเป็นเด็กและผู้ใหญ่มีการพัฒนาทั้งทางกายและใจอย่างมาก เป็นวัยที่เด็กจะแยกตัวออกไปเป็นอิสระจากครอบครัวมากยิ่งขึ้นทุกที

ทางกาย เด็กวัยรุ่นมีร่างกายเติบโตขึ้นมาก สูงเร็ว นํ้าหนักขึ้น กินเก่ง ต่อมฮอร์โมนในร่างกายทำงานมากขึ้นโดยเฉพาะฮอร์โมนทางเพศ ร่างกายจึงมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป ลักษณะประจำเพศเช่น อวัยวะสืบพันธุ์จะเริ่มทำหน้าที่ เด็กผู้หญิงจะมีประจำเดือน เต้านมเจริญขึ้น สะโพกผายออก เด็กผู้ชายก็มีการสร้างอสุจิ และมีน้ำกามเคลื่อน เสียงแตก มีหนวดเครา และสิวขึ้น เด็กวัยรุ่นที่ไม่ได้เตรียมตัวในเรื่องเพศศึกษามาก่อน หรือรู้มาผิด ๆ จากเพื่อนหรือ หนังสือ จึงอาจมีความกังวลใจในสิ่งเหล่านี้ได้

พ่อแม่และครูจึงควรเป็นผู้ให้คำแนะนำแก่เด็กในเรื่องพัฒนาการทางเพศ ชี้แจงให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ และให้คำปรึกษาเมื่อมีข้อสงสัย ไม่ใช่ทำให้เด็ก กลัวหรรือเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องหยาบหรืออนาจารที่จะพูดถึงไม่ได้เลย ซึ่งจะกลับทำให้เด็กอยากรู้อยากเห็นและมีกังวลมากขึ้น

ทางด้านอารมฌ์ วัยรุ่นมีอารมณ์ที่หวั่นไหวมากตามธรรมชาติ อาจวู่วาม หรือไม่ก็เก็บตัวเฉยเมยไปก็มี บางครั้งก็ดูเป็นเด็กเจ้าอารมณ์ บางครั้งก็ดูมีเหตุผลเป็นผู้ใหญ่ พ่อแม่ควรให้ความเข้าใจไม่ใช่ทำตัวเจ้าอารมณ์ตามไปด้วย เพราะเป็นระยะที่ลูกกำลงจะเรียนรู้การปรับตัว ให้เข้ากับผู้อื่นได้ พ่อแม่ควรให้คำปรึกษาและแนะนำแต่พอประมาณ ไม่ควรบังคับเคี่ยวเข็ญหรือ ตักเตือนเหมือนลูกเป็นเด็กเล็ก ๆ อีก เพราะจะทำให้เด็กรำคาญ เป็นกังวล หรืออาจมีความ รู้สึกว่าตนไม่ดีก็ได้ แต่ก็มิใช่ปล่อยจนเกินไป จะทำให้ไม่รู้จักขอบเขต

วัยรุ่นมักมีอารมณ์เพ้อฝัน สนใจเพศตรงข้าม สนใจแต่งตัวมากขึ้น ถ้ามีความรักเพื่อน หรือเพศตรงขามจะรู้สึกรุนแรง พ่อแม่ไม่ควรว่ากล่าวแต่ชี้ให้เห็นเหตุผล และเป็นที่ปรึกษา มากกว่า

จะเห็นว่าบทบาทพ่อแน่นั้นต้องเปลี่ยนไปให้เหมาะสมกับความต้องการของเด็กในแต่ละวัย มิฉะนั้นอาจทำให้เกิดปัหาได้ เช่น ถ้าเลี้ยงลูกวัยรุ่นเหมือนเมื่อครั้งลูกยังอายุ 3-4 ขวบ อยู่ก็จะทำให้เด็กไม่รู้จักโต และก่อความกังวลและปัญหาให้ติดตัวเด็กต่อไปได้ ดังนั้นพ่อแม่จึง ควรสนับสนุนให้เด็กมีความคิดอ่านที่มีเหตุผลใกล้ไปทางเป็นผู้ใหญ่ มีความรู้สึกรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคมมากยิ่งขึ้น

ทางด้านสังคม วัยรุ่นจะมีบทบาทในสังคมมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและแรกเข้ามหาวิทยาลัย เด็กวัยรุ่นต้องการให้ผู้อื่นยอมรับและเห็นความสำคัญของตน ต้องการอิสระและเสรีภาพ มากน้อยต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูในวัยก่อน ๆ และสังคมวัฒนธรรมที่แวดล้อมครอบครัวนั้น ๆ อยู่ เขาจะมองหาบุคคลที่เป็นแบบอย่าง คลั่งไคล้บุคคลที่โด่งดังในสังคม เช่น นักร้อง ดาราภาพยนตร์ หรือบุคคลผู้มีชื่อเสียงมีความสามารถในด้านต่าง ๆ มีบุคคลในอุดมคติ นิยมการแต่งตัวตามแฟชั่น และตามแบบกันเอง สนใจและยอมรับในความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ในบางครั้งก็เชื่อเพื่อนมากกว่าพ่อแม่เสียอีก พ่อแม่ควรใจเย็น ๆ และค่อย ๆ ใช้ความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่มีอยู่ในการหยั่งรู้ความคิดเห็นและช่วยเหลือแนะนำไปตามที่จะเห็นควร ถ้าเด็กเหินห่างกับครอบครัวมาก่อน ไม่ทราบจะหันหน้าไปปรึกษาใครก็อาจจะแก้ ปัญหาที่เกิดขึ้นในทางที่ผิดได้ แต่ถ้ามีความใกล้ชิดกันดี เด็กก็จะหันมาเอาแบบอย่างพ่อแม่ของ เขาต่อไปในที่สุด

ในบางครั้งวัยรุ่นมีอารมณ์วู่วามมาก และมีความประพฤติที่ผิดไปจากเด็กทั่วไป ทำให้พ่อแม่วิตกกังวลจนเกือบเป็นโรคประสาท ทางแก้ไขก็คือ พ่อแม่ควรจะให้เวลาพยายามให้ความเข้าใจ สนใจ เห็นใจ และยอมรับฟังความคิดเห็นของลูก ซี่งจะช่วยแก้ปัญหาให้ดีขึ้น ควรสนับสนุนในด้านกิจกรรมต่าง ๆ ช่วยแนะแนวในการเรียนวิชาชีพ (โดยไม่ใช้วิธีบงการ) และ การเลือกคู่ครองเมื่ออายุมากขึ้นหรือเมื่อถึงวัยอันควร ทั้งนี้จะทำให้ลูกมีความเชื่อมั่นในความ เป็นตัวของตัวเอง สามารถปรับตัวได้ดีเมื่อเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ และมีชีวิตที่เป็นสุขและเป็น ประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments