พัฒนาการด้านภาษาของเด็กวัยประถมศึกษา

author   August 23, 2011   Comments Off on พัฒนาการด้านภาษาของเด็กวัยประถมศึกษา

วัยนี้ควรจะพูดชัด รู้จักความหมายและใช้คำอย่างถูกต้องมากขึ้น ฟังเรื่องราวแล้วจับใจความมาถ่ายทอดได้ หัดสะกด อ่านและเขียนจนคล่องขึ้นตามลำดับ โดยช่วงแรกอ่านออกเสียง ต่อมาอ่านในใจได้ รู้จักเปรียบเทียบ เข้าใจและอธิบายเหตุผลตั้งแต่ง่าย ๆ ไปจนถึงสิ่งที่ซับซ้อนได้ และเมื่อสิ้นสุดวัยประถมศึกษา ลูกควรจะสามารถใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์เรื่องที่ได้ฟังหรืออ่านมาใช้ประโยชน์ได้ ควรเขียนตัวสะกดได้ถูกต้อง เป็นระเบียบ และจดบันทึกได้ รู้จักพูดจาด้วยถ้อยคำสุภาพเหมาะกับกาลเทศะ สามารถพูดแสดงความคิดเห็นและเล่าเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ พ่อแม่ควรสนใจการใช้ภาษาและติดตามการเรียนรู้ภาษาของลูกเพื่อจะได้ส่งเสริมให้ลูกเข้าใจและใช้ภาษาได้ถูกต้องสอดคล้องกับการเรียนที่โรงเรียน

ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2

การฟัง

สามารถแยกเสียง พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ คำ วรรคตอน เป็นต้น ฝึกให้มีมารยาทในการฟัง สามารถตอบคำถามได้ถูกต้อง ปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนำได้ถูกต้อง มีสมาธิและเข้าใจในการฟังคำอธิบายต่าง ๆ รวมทั้งฟังเรื่องราวหรือนิทานและติดตามเนื้อเรื่องตามลำดับ

การพูด

สามารถพูดเป็นกลุ่มคำ เป็นประโยค เป็นเรื่องและตอบคำถามเป็น มีมารยาทในการพูด เล่าประสบการณ์และพูดจากจินตนาการได้ พูดเกี่ยวกับบทบาทสมมติ เรื่องสมมติ พูดคำคล้องจ้อง เป็นต้น

การอ่าน

รู้จักอ่านออกเสียง และสะกดคำ วลี ประโยคได้ถูกต้อง รู้จักเครื่องหมายวรรคตอน รู้จักความหมายของคำเมื่อนำไปใช้ในรูปวลีและประโยค สามารถอ่านในใจและอ่านออกเสียงคำพื้นฐานที่เด็กวัยนี้ควรทราบได้ถูกต้องเข้าใจความหมายของเรื่องที่อ่าน

การเขียน

สามารถคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด อ่านง่ายเป็นระเบียบ สะอาด สามารถเขียนตามคำบอก และสะกดคำได้ถูกต้อง รวมทั้งแต่งความแสดงความรู้ความคิดเป็นตัวหนังสือให้ผู้อื่นรู้ได้

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-4

การฟัง

ฟังแล้วจับใจความสำคัญได้ ถ่ายทอดได้ สามารถชี้แจงเหตุผลประกอบ ตอบคำถาม และแสดงความคิดเห็นได้ นอกจากนี้ต้องรู้จักใช้ความคิด ทราบความต้องการของผู้พูด แยกข้อเท็จจริงออกจากกันได้ ตัดสินใจว่าจะปฏิบัตาอย่างไรได้ ตลอดจนสามารถอธิบายความหมายตามนัยของผู้พูดได้ และควรมีมารยาทในการฟังไปพร้อม ๆ กันด้วย

การพูด

รู้จักพูดด้วยน้ำเสียงถ้อยคำสุภาพ เหมาะสมกับสถานการณ์ มีมารยาทและรู้ระเบียบ ปฏิบัติในการพูด มีบุคลิกภาพทที่ดีในการพูด สามารถเริ่มต้นและดำเนินการสนทนาง่าย ๆ ได้ ใช้เหตุผลในการรับฟัง และแสดงความคิดเห็น ตลอดจนเล่าเรื่องประเภทต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและคล่องแคล่ว

การอ่าน

อ่านได้ชัดเจนถูกต้องตามจังหวะลีลา คล่องแคล่วและรวดเร็ว อ่านแล้วจับใจความได้ดี สามารถอ่านทำนองเสนาะได้ อ่านแล้วตอบคำถาม วิจารณ์เรื่องทำรายงานและเขียนบันทึกสรุปได้

การเขียน

เขียนได้ถูกต้องตามรูปแบบและทันตามกำหนดเวลา เน้นการเขียนตัวบรรจงครึ่งบรรทัด เขียนหวัดแกมบรรจงครึ่งบรรทัด เขียนประโยคที่มีส่วนขยายได้ เรียงประโยคได้เรื่องราว ค้นคว้าทำรายงานได้ บันทึกหัวข้อความรู้ที่เรียนได้ และยังเน้นการเขียนแบบสร้างสรรค์ รวมทั้งการแสดงความคิดอย่างเสรีด้วย

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6

การฟัง

ฟังแล้วสามารถเก็บใจความสำคัญได้แล้วเล่าเรื่องที่ฟังได้ถูกต้อง รวมทั้งสามารถแสดงความคิดเห็น สนับสนุน หรือขัดแย้งอย่างถูกกาลเทศะและสุภาพ มีมารยาทในการฟัง นอกจากนี้เน้นการฝึกใช้ความคิด รู้จักวินิจฉัยเรื่องที่น่าฟัง ทราบถึงเจตนาของผู้พูด ตลอดจนสามารถนำสิ่งที่ฟังไปใช้ประโยชน์ได้และมีนิสัยที่ดีในการฟังคือมีความกระตือรือร้นที่จะฟังเรื่องที่มีประโยชน์

การพูด

รู้จักพูดด้วยน้ำเสียงและถ้อยคำที่สุภาพชัดเจน เหมาะสมกับสถานการณ์และบุคคล มีมารยาทและรู้ระเบียบในการพูด เน้นบุคลิกภาพที่ดีในการพูด สามารถพูดแสดงความคิดและให้เหตุผลได้ ตลอดจนเล่าเรื่องต่าง ๆ และร่วมกิจกรรมการพูดได้อย่างถูกต้องคล่องแคล่ว มีความมั่นใจในตนเองและสนุกสนาน

การอ่าน

สามารถอ่านได้ชัดเจน ถูกต้องรวดเร็วและคล่องแคล่ว อ่านแล้วสามารถจะจับใจความ และรู้รสไพเราะของข้อความที่อ่านรวมทั้งอ่านทำนองเสนาะได้ นอกจากนี้ยังมีนิสัยรักการอ่าน รู้จักแหล่งวิทยาการเพื่อค้นหาความรู้ และความสามารถเลือกหนังสืออ่านที่เหมาะสม สามารถใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์เรื่องที่อ่านได้ นำเรื่องจากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเขียน

สามารถเขียนสะกดคำได้ถูกต้องรวดเร็ว อ่านง่าย มีระเบียบ เน้นการเขียนตัวหวัดแกมบรรจง โดยฝึกให้เขียนแสดงความรู้สึกนึกคิด ความคิดเห็นและสื่อความในรูปแบบต่าง ๆ เช่น คำขวัญ คำโฆษณา จดหมาย การบันทึกรายงานจากการอ่าน การค้นคว้า เรียงความ ย่อความ เขียนเชิงสร้างสรรค์ทั้งในรูปร้อยแก้ว และร้อนกรอง ให้มีนิสัยชอบรวบรวมจดบันทึกเพื่อเตือนความจำและเป็นหลักฐานในการค้นคว้าภายหลัง ตลอดจนสามารถนำความรู้และทักษะการเขียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments