ฝากลูกให้คนอื่นเลี้ยงดีหรือไม่

author   December 14, 2011   Comments Off on ฝากลูกให้คนอื่นเลี้ยงดีหรือไม่

คนที่เป็นพ่อแม่ต่างก็รู้ดีว่า ไม่มีใครในโลกนี้จะรักลูกเราเท่ากับตัวเราเอง และไม่มีใครเลี้ยงลูกเราได้ดีเท่ากับเราเลี้ยงเอง แม้กระนั้นพ่อแม่สมัยใหม่จำนวนมากก็จำเป็นต้องเอาลูกไปฝากให้คนอื่นเลี้ยง วันละ 8-9 ชั่วโมงหรือกว่านั้น สัปดาห์ละห้าวันเต็มๆ เสาร์อาทิตย์ยังมีฝากพิเศษอีกด้วย ในบางราย เพราะฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมบังคับ หากเป็นเช่นนี้ พ่อแม่ก็ควรจะหาพี่เลี้ยงเด็กที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้

โดยปกติแล้ว พ่อแม่ไม่ควรปล่อยให้ลูกที่มีอายุต่ำกว่าสามขวบ เล่นกับเด็กอื่นๆ ตามลำพัง ถึงจะอยู่ในสถานที่ที่มีการจัดเตรียมไว้แล้วก็เถอะ เพราะเด็กที่วัยต่ำกว่าสามขวบ จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้ใหญ่ตลอดเวลา ส่วนใหญ่เด็กวัยนี้ยังไม่พร้อมที่จะเล่นกับเด็กอื่นๆ อย่างต่อเนื่องได้ มักชอบเล่นตามลำพังคนเดียว โดยมีเด็กอื่นๆอยู่ใกล้ๆ ต่างคนต่างเล่น ส่วนใหญ่มักจะหยิบฉวยทุกอย่างที่ต้องการมาเป็นของตน ไม่สนใจว่าใครจะว่าอย่างไร

เด็กวัยนี้ชอบเลียนแบบคนข้างเคียง จึงมักจะมีนิสัยก้าวร้าว และแสดงออกในทางทำลายมากสักหน่อย หากคุณปล่อยให้อยู่กับเด็กอื่นๆ ที่มีอายุราวสองขวบเป็นเวลานานเกินไปมักจะมีเรื่องยุ่ง

แต่ไม่ได้หมายความว่า เด็กที่มีอายุเกินสามขวบไปแล้ว จะกลายเป็นเด็กที่ให้ความร่วมมือกับคนอื่นเป็นอย่างดี หรือไว้วางใจได้ขึ้นมาทันที

โดยทั่วไป เด็กอายุสามขวบสามารถเรียนรู้การร่วมมือกับคนอื่นได้มากขึ้นเล่นกับเด็กคนอื่นเป็นกลุ่มๆ ได้ เช่น ในโรงเรียนเตรียมอนุบาล เป็นต้น

การให้เด็กอายุเกินสามขวบแล้วนั้น เข้าไปอยู่ในโรงเรียนเตรียมอนุบาลนับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเด็ก ช่วยให้เขารู้จักติดต่อสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ซึ่งมีนิสัยแตกต่างกันออกไปได้ดีขึ้น

ไม่ว่าจะฝากเด็กของคุณให้ใครเลี้ยงที่ไหนก็ตาม อาจจะเป็นในโรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือในบ้านของใครสักคน หากพ่อแม่หาโอกาสอยู่กับลูกในช่วงพักทานอาหารกลางวันได้ก็จะเป็นการดีมาก ไม่เพียงแต่ทำให้พ่อแม่กับลูกได้ติดต่อใกล้ชิดเท่านั้น ยังทำให้ลูกรู้สึกว่าพ่อแม่มีความสำคัญต่อชีวิตของเขาด้วย

หากลูกมีเวลาอยู่กับพ่อแม่น้อย ความสำคัญของพ่อแม่ในความรู้สึกของลูกก็จะลดน้อยลงไปมาก จริงอยู่ พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องเฝ้าเกาะอยู่กับลูกตลอด 24 ชั่วโมง แต่ลูกจำเป็นต้องรู้สึกถึงการอยู่ด้วยกัน และรู้สึกถึงความรักใคร่ใส่ใจของพ่อแม่อย่างเสมอต้นเสมอปลายในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เด็กยังเล็กมาก ต้องการความมั่นคง ต้องการความรู้สึกที่ว่าพ่อแม่มีความสำคัญสำหรับเขาและเขาเองก็มีความสำคัญสำหรับชีวิตพ่อแม่ด้วย

หากพ่อแม่ต้องไปทำงานเพียงครั้งละ 3 หรือ 4 ชั่วโมง แล้วกลับมาอยู่กับลูกสัก 1-2 ชั่วโมงได้ ลูกก็จะรู้สึกถึงความสำคัญของพ่อแม่มากขึ้นมากกว่าการที่พ่อแม่ต้องไปทำงานนอกบ้านติดต่อกันนาน ครั้งละ 8-9 ชั่วโมง โดยไม่ได้เห็นหน้ากันเลย

หากพ่อแม่ไม่สามารถกลับมาหาลูกในช่วงทานอาหารกลางวันได้ ทางที่ดีพี่เลี้ยงน่าจะพาแกไปทานอาหารกลางวันร่วมกับพ่อแม่ในที่ทำงานถ้าเป็นไปได้

เมื่อเด็กโตขึ้นและไปเรียนหนังสือทั้งวัน เวลาลูกกลับจากโรงเรียน ก็ควรจะมีพ่อหรือแม่อยู่ที่บ้านด้วย เด็กอาจดูแลตัวเองได้แล้วก็จริง แต่ยังอยากให้พ่อแม่หรือมีผู้ใหญ่สักคนรออยู่ที่บ้าน เพื่อให้เขารู้สึกว่ามีคนสนใจเอาใจใส่เขา และพร้อมที่จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆให้แก่เขาได้

เด็กที่กลับมาถึงบ้าน แล้วพบบ้านที่ว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลย จะรู้สึกเสียใจ ขุ่นเคือง บางคนโกรธมากถึงขนาดแสดงพฤติกรรมในทางทำลายก็มี

เด็กบางคนไม่เพียงแต่สามารถดูแลตัวเองได้เท่านั้น หลังจากเลิกเรียนแล้วยังอาจช่วยทำงานบ้านได้ด้วย การที่เขามีโอกาสช่วยงานบ้าน จะทำให้เขารู้สึกภูมิใจในตัวเอง และรู้สึกว่าได้ทำอะไรที่เป็นความสำเร็จอย่างแท้จริง นอกจากนั้นยังทำให้เขามีความรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญต่อครอบครัว โดยเฉพาะเมื่อพ่อแม่แสดงทีท่าให้เขาเห็นว่า พอใจกับการช่วยเหลือของเขา

พ่อแม่ของเด็กที่อยู่ในวัยเรียน ควรจะพูดคุยกัน ทำความเข้าใจกันในเรื่องที่ว่า ควรจะมีผู้ใหญ่สักคนอยู่ในบ้านหลังจากที่ลูกเลิกเรียนกลับมาหรือไม่ พ่อแม่อาจอธิบายให้ลูกเข้าใจว่า เขาโตพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีใครอยู่ด้วยในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากโรงเรียนเลิก และก่อนหน้าที่พ่อแม่จะกลับถึงบ้าน อย่างไรก็ดี พ่อแม่ไม่ควรสร้างบรรยากาศกดดันให้เขารู้สึกผิด คิดว่าการที่ต้องมีผู้ใหญ่สักคนอยู่ด้วยในบ้านตลอดเวลานั้น แสดงให้เห็นว่าเขายังไม่โตพอ

ควรปล่อยให้เขาตัดสินใจเองด้วย เพราะการพูดคุยกันในครอบครัวเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับสมาชิกทุกคน การแบ่งความรับผิดชอบร่วมกัน การตัดสินใจร่วมกัน เคารพความเป็นตัวของตัวเอง และรู้ใจรู้ความต้องการของแต่ละคน ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของชีวิตครอบครัว ทำให้ครอบครัวเป็นครอบครัวจริงๆ ไม่ใช่เป็นเพียงกลุ่มคนที่แตกต่างกัน บังเอิญเข้ามาสัมพันธ์และอยู่ด้วยกันทั้งที่ลึกลงไปแล้ว เหมือนเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่มีอะไรจะพูดคุยกัน หากเป็นเช่นนี้ครอบครัวจะมีความสุขได้อย่างไร

ถ้าหากพ่อแม่ต้องการทำงานนอกบ้านตลอดวันทั้งคู่ เมื่อกลับถึงบ้านแล้วก็สามารถมีกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ดังที่กล่าวมาข้างต้นได้ จะทำให้ชีวิตครอบครัวมีความสุข มีคุณค่าเป็นพิเศษยิ่งขึ้น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments