ผลกระทบทางอารมณ์ของโรคเบาหวานต่อเด็ก

author   May 30, 2014   Comments Off on ผลกระทบทางอารมณ์ของโรคเบาหวานต่อเด็ก

เบาหวาน
ถาม  เราเพิ่งจะพบว่าลูกชายอายุ ๑๗ ของเราเป็นโรคเบาหวานและเราทราบว่าโอกาสที่เขาจะมีปัญหาสารพัดซึ่งจะทำให้ชีวิตเขาสั้นลง (นับตั้งแต่โรคเกี่ยวกับหัวใจและการหมุนเวียนของโลหิตไปจนถึงการตาบอดและโรคไต) จะเพิ่มขึ้นอีกมาก เด็กที่เป็นโรคร้ายแรงอย่างนี้จะได้รับความกระทบกระเทือนทางอารมณ์จากอาการของเขาหรือเปล่า เราควรจะพูดเรื่องนี้กับลูกชายของเรามากน้อยเพียงใด?

ตอบ เด็กที่เป็นโรคเบาหวานจะได้ความกระทบกระเทือนทางอารมณ์แน่นอนเช่นเดียวกับที่เขาจะได้รับความกระทบกระเทือนจากสภาพที่ทำให้เขาถูกแยกออกจากเด็กคนอื่นๆ เนื่องจากเขาต้องการความเอาใจใส่ในการรักษาพยาบาลเป็นพิเศษ พ่อแม่ก็อาจจะปกป้องเขามากเกินไป  เพื่อนฝูงของเขาอาจจะให้ความเห็นอกเห็นใจหรือล้อเลียนและได้รับความรู้สึกอิจฉาหรือโกรธเคืองจากพี่น้องของเขา และในขณะที่เขาอาจจะไม่อยากถูกแบ่งแยกออกไป การที่พ่อแม่และครูของเขาจะต้องระมัดระวังก็เป็นสิ่งจำเป็น อีกไม่นานเด็กก็จะรู้เรื่องนี้และบางรายก็จะใช้สถานการณ์นี้บงการผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เขามีปัญหาทางอารมณ์ หรือไม่ได้รับเวลาและความเอาใจใส่จากพ่อแม่อย่างเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาทางอารมณ์เหล่านี้ก็ยังเป็นรองตัวโรคนั้น ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่าโรคเบาหวานสามารถจะส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของเด็กได้โดยตรง  โดยพื้นฐานแล้วการรักษาโรคเบาหวานจะต้องฉีดอินซูลินทุกวันพร้อมๆ กับการกำหนดอาหารให้รับประทานและรายการออกกำลังกาย  ถ้าส่วนประกอบทั้งสามอย่างนี้ไม่สมดุลย์กันเด็กอาจจะมีปฏิกิริยาทางร่างกายและอารมณ์นับตั้งแต่เวียนศรีษะไปจนถึงเลอะเลือนและร้องไห้ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้เด็กเดือดร้อนเท่านั้นแต่ยังเห็นได้ชัดว่าอาจจะก่อความยุ่งยากในโรงเรียน ในสนามกีฬาและก่อความกังวลให้พ่อแม่ได้ด้วย

ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพ่อแม่ก็คือการซื่อสัตย์กับลูกของตนเกี่ยวกับอาการของแก เช่นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กที่เป็นโรคเบาหวานก็คือแกต้องทราบว่าถ้าแกหงุดหงิดและมีปัญหาที่โรงเรียนมันไม่ได้เป็นเพราะแก “เลว”หรือ“โง่” ขณะเดียวกันถ้าพ่อแม่พยายามปิดบังความจริง ลูกก็จะต้องหมดความเชื่อถือในพ่อแม่เมื่อแกรู้เรื่องโรคของแกในบั้นปลาย เด็กที่ได้รับการบอกกล่าวจะเป็นเด็กที่ดูแลได้ง่ายกว่ามากและสามารถจะปรับตัวได้ดีกว่าเด็กที่รู้สึกว่าตัวเอง “แตกต่าง” จากเด็กคนอื่นๆ และไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร สัมพันธภาพที่จริงใจและไว้วางใจกันจะทำให้เด็กสามารถถามพ่อแม่ได้และทำให้พ่อแม่สามารถให้คำบอกกล่าวที่มีประโยชน์ในขณะที่ให้การสนับสนุนทางอารมณ์ได้ด้วย

เด็กส่วนมากอยากทราบคำอธิบายเฉพาะหน้าเกี่ยวกับความเจ็บป่วยของตนและจะไม่ถามถึงคำอธิบายในระยาวเสมอไป อย่างไรก็ตามเป็นที่เข้าใจได้ว่าแกอาจจะอยากทราบว่าความเจ็บป่วยจะทำให้แกเสียชีวิตหรือไม่ ในขณะที่คุณคงไม่อยากพูดถึงตัวเลขสถิติทางการแพทย์คุณก็สามารถจะมั่นใจได้ว่าขณะที่แกโตขึ้น แกก็จะไปที่ห้องสมุดและหาข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อ่านด้วยตัวเอง นั่นคือเหตุที่ว่าเพราะอะไรผมจึงเห็นว่าเป็นการดีที่จะบอกลูกชายคุณเสียแต่บัดนี้ว่าอาการ ของแกเป็น “อาการร้ายแรง” ที่อาจจะทำให้แก “ป่วยหนัก” ได้ คุณไม่จำเป็นต้องยกเอาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคไต โรคเกี่ยวกับการหมุนเวียนของโลหิตหรือการตาบอดที่อาจจะเกิดขึ้นกับแกได้นั้นมาบอก แต่ถ้าแกถามถึงเรื่องแบบนี้โดยเฉพาะก็จงบอกแกว่าคนที่เป็นโรคเบาหวานอาจจะเป็นโรคเหล่านี้ได้ถ้าพวกเขาไม่รักษาตัวให้ดี จงอธิบายต่อไปว่า “เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญมากก็คือการดูแลตัวเองและการทำตามที่หมอบอก”

ความเข้าใจและการให้การสนับสนุนทางอารมณ์เป็นอย่างมากมีความจำเป็นในการช่วยเหลือเด็กที่อยู่ในสถานการณ์อย่างนี้

ที่มา:ดร.ลี  ซอลค์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments