ปัญหาระหว่างพี่กับน้องในครอบครัว

author   December 20, 2011   Comments Off on ปัญหาระหว่างพี่กับน้องในครอบครัว

พ่อแม่หลายๆ คนลำเอียง รักลูกไม่เท่ากัน  ถึงแม้ปากจะบอกว่า รักเท่ากัน แต่การแสดงออกกลับไม่เป็นเช่นนั้น  เราต้องยอมรับว่าเรามีความลำเอียง รักลูกไม่เท่ากันจริง  แต่ที่สำคัญต้องไม่แสดงออกให้ลูกเห็นอย่างออกนอกหน้า  ส่วนใหญ่พี่กับน้องทะเลาะกัน มักจะมีสาเหตุมาจากพ่อแม่นั่นเอง

พ่อแม่ที่มีลูกอยู่แล้วคนหนึ่ง เกิดอยากได้ลูกอีกคน ต่างพากันวิตกทุกข์ร้อนว่าอาจเกิดปัญหาไม่ลงรอยระหว่างพี่กับน้อง เกิดอิจฉาริษยากัน และถ้าไม่ควบคุมสถานการณ์ไว้ให้ดีแล้ว ลูกคนโตอาจมีความรู้สึกก้าวร้าว อิจฉาน้องอย่างรุนแรง หรือหันไปมีพฤติกรรมแบบถอยหนี หลบหน้า ไม่ยอมรับน้องที่เกิดใหม่

ขณะที่ลูกคนโตกำลังจะมีน้องนั้น จะเริ่มวิตกว่าพ่อแม่ยังรักและสนใจแกเหมือนเดิมหรือเปล่า เด็กจะมีความสำคัญต่อพ่อแม่อีกหรือเปล่า

พ่อแม่ต้องยืนยันให้ลูกมั่นใจว่า ยังรักและสนใจแกเหมือนเดิม เริ่มต้นด้วยการทำให้ลูกคนโตพร้อมสำหรับลูกคนใหม่  หากอายุระหว่างลูกคนโตกับคนรองลงมาต่างกันสักสามปี ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น

เพราะเด็กได้ผ่านช่วงปีที่สองของชีวิตแรกเกิด  ซึ่งเต็มไปด้วยความยุ่งยากลำบากมาแล้ว  เริ่มรู้จักร่วมมือกับคนอื่น และต้องการความสนใจจากพ่อแม่น้อยลง

ผิดกับเด็กหนึ่งขวบหรือสองขวบ แกจะรู้สึกว่าการมีน้องคนใหม่ทำให้พ่อแม่หันไปสนใจน้องมากกว่าตัวแก  ความรักความเอาใจใส่ที่แกเคยได้รับจะถูกน้องคนใหม่แย่งไป

แต่ถ้าลูกอายุสักสามขวบแล้ว แกก็พอจะเข้าใจคำอธิบายของคุณได้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น แกอาจดีใจด้วยซ้ำที่จะได้มีน้องเป็นเพื่อนเล่น  แกจะเข้าใจได้ว่าเพราะเหตุใดคุณแม่ถึงต้องไปอยู่ที่โรงพยาบาล  เพราะเหตุใดเด็กที่เกิดใหม่ต้องได้รับความเอาใจใส่เป็นพิเศษ  คุณควรอธิบายให้แกรู้เรื่องน้องคนใหม่ย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา สนับสนุนให้แกซักถาม เพื่อให้แกรู้สึกมีส่วนร่วมและมีความสำคัญในครอบครัวเหมือนเดิม

ทางที่ดีคุณควรให้ลูกไปที่โรงพยาบาล  หลังจากที่น้องเกิดแล้ว เพื่อแกจะได้มีส่วนร่วมแสดงความยินดี และรู้สึกมีความสุขกับการเกิดของลูกคนใหม่ร่วมกับคนอื่นๆ

บางที ลูกคนโตอาจไม่ใส่ใจกับน้องนัก หรืออาจมีความรู้สึกในทางลบต่อน้อง  คุณก็ควรอธิบายให้แกเข้าใจว่า แม้ในตอนนี้ แกอาจจะไม่ชอบน้อง แต่เมื่อรู้จักน้องดีขึ้นแล้ว แกอาจชอบก็ได้

อธิบายให้พี่คนโตเข้าใจว่า แกไม่ควรทำให้น้องเจ็บ เพราะน้องยังเล็กมาก  หากแกอยากอุ้มหรือจับต้องน้องนั้น ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าอยากอุ้มก็ขอให้บอกคุณก่อน คุณจะได้ช่วยสอนให้แกรู้จักวิธีอุ้ม จะได้ไม่ทำให้น้องเจ็บหรือหลุดมือไป

แต่ถ้าคุณไม่ยอมให้แกเข้าใกล้น้องเลย  แกอาจคิดเคียดแค้นน้องมากขึ้นก็ได้ เพราะคิดว่าคุณหวงแหนน้อง และกีดกันรังเกียจแก

การที่เด็กหวั่นกลัวและไม่แน่ใจเกี่ยวกับน้องคนใหม่นั้น เป็นเรื่องธรรมดา น้องคนใหม่อาจทำให้อะไรๆเปลี่ยนแปลงไปก็ได้  และอาจเปลี่ยนแปลงไปในทางเลวร้ายด้วย  คุณควรให้ความมั่นใจเขา ให้รู้ว่าคุณยังรักและสนใจเขาอยู่และใช้เวลาอยู่กับลูกคนโตตามลำพังให้มากขึ้น

พ่อแม่ที่มีลูกคนเดียวอาจสงสัยว่า  การไม่มีลูกคนที่สองจะทำให้ลูกคนเดียวขาดเพื่อนหรือเปล่า ไม่มีโอกาสเรียนรู้การแบ่งปันหรือเปล่า โอกาสเช่นนี้จะเกิดขึ้นแน่เมื่อลูกเข้าโรงเรียนแล้ว  เด็กจะรู้จักแบ่งปันกับเพื่อนที่โรงเรียนเอง  เพื่อนจะทำให้แกรู้จักควบคุมตัวเองและอดทนต่อความหงุดหงิดคับข้องใจ ซึ่งประสบการณ์เช่นนี้ไม่จำกัดเฉพาะเด็กที่มีพี่น้องหลายคน ลูกโทนก็มีโอกาสคบเพื่อนได้ รู้จักแบ่งปันกับคนอื่นได้เหมือนกัน

ในครอบครัวที่มีพี่น้องหลายคน ปัญหาที่พบอย่างหนึ่งก็คือลูกคนกลาง ลูกคนโตมักได้รับความสนใจจากพ่อแม่เป็นพิเศษ  เพราะเป็นประสบการณ์แรกของพ่อแม่  ส่วนคนสุดท้องก็เป็นน้องคนเล็กที่พ่อแม่มักจะคอยโอบอุ้ม เอาใจใส่อยู่ตลอดเวลา ลูกคนกลางบางคนจึงรู้สึกสับสน เหมือนไม่มีใครสนใจไยดี ขณะที่ลูกคนโตและคนเล็กสามารถพัฒนาบุคลิกภาพที่เป็นตัวของตัวเองได้  โดยไม่เรียกร้องความสนใจอะไรมากนัก  ลูกคนกลางกลับมักเรียกร้องให้คนอื่นสนใจตัว คบคนง่าย เข้ากับใครก็ได้ ชอบแสดงออก บางครั้งก็ชอบทำเป็นตัวตลกประจำบ้าน หรือมีอารมณ์ขัน พร้อมที่จะทำให้พี่น้องของเขาหัวเราะสนุกสนาน  คุณอาจช่วยลูกคนกลางปรับตัวได้ดีขึ้น  ด้วยการให้ความสนใจพิเศษเฉพาะตัวเขาเป็นครั้งคราว  ในเวลาที่เขาไม่ได้เรียกร้องความสนใจเป็นพิเศษ

ลูกคนสุดท้องมักจะได้รับความเอาใจใส่จากสมาชิกทุกคนในครอบครัว พี่ๆส่วนมากก็มักเอ็นดู ไม่ถือว่าเป็นคู่ปรปักษ์ พ่อแม่ก็มักจะรักลูกคนสุดท้อง จนแทบอยากให้แกเป็นเด็กไปตลอดกาล เอาใจสารพัด พยายามทำให้เขาต้องพึ่งพาพ่อแม่ตลอดเวลา  ซึ่งการรักลูกเช่นนี้ก็ไม่ถูกเหมือนกัน

ถ้าหากพี่น้องทะเลาะกันบ่อยๆ ก็หมายความว่า ลูกแต่ละคนรู้สึกว่าอีกคนหนึ่งแย่งเอาความรักความสนใจจากพ่อแม่ไปจากตัว จนเหลือจะทนได้ จึงเกิดความอิจฉาไม่พอใจกัน หรือถ้าลูกคนไหนชอบฟ้องพ่อแม่เกี่ยวกับพี่หรือน้องเป็นประจำ  ก็หมายความว่าพ่อแม่มัวแต่สนใจลูกคนที่ถูกฟ้อง และไม่ได้สนใจเขาเลย

ปัญหาระหว่างที่กับน้องในครอบครัวสามารถหลีกเลี่ยงได้ ถ้าพ่อแม่แสดงความรักและปฏิบัติต่อลูกแต่ละคนอย่างเท่าเทียม หรือเป็นการเฉพาะตัวมาตั้งแต่ต้น

คุณต้องทำให้ลูกเข้าใจอย่างแจ่มชัดว่า ลูกแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความต้องการก็ไม่เหมือนกัน และตัวพ่อแม่เองก็น่าจะให้ความสนใจเป็นพิเศษแก่ลูกแต่ละคนเป็นครั้งคราว เช่น สัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้ง ทำเหมือนกับว่า ขณะที่กำลังให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษนั้น เขาเป็นลูกเพียงคนเดียวที่มีความสำคัญต่อพ่อแม่และครอบครัว

เวลาที่ให้กับลูกจะนานแค่ไหนไม่ใช่เรื่องสำคัญ  ขอเพียงแต่ในช่วงเวลาที่อยู่กับลูกคนนั้น ให้มุ่งสนใจเฉพาะตัวเขา รับฟังความทุกข์ร้อนหรือปัญหาของเขา นั่นต่างหากที่สำคัญกว่า

นอกจากนี้ พ่อแม่ต้องไม่เอาลูกคนหนึ่งไปเปรียบเทียบกับอีกคนหนึ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำความสะอาดห้อง หรืออะไรก็แล้วแต่  หากเปรียบเทียบกัน ลูกๆก็อาจไม่พอใจ แล้วเกิดปัญหากระทบกระทั่งกันได้ หรือในกรณีที่ลูกคนหนึ่งมาฟ้องหรือกล่าวหาลูกอีกคนหนึ่ง  พ่อแม่ก็ไม่ควรถึงกับถือเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต  ควรหาทางยุติพฤติกรรมช่างฟ้องของลูกคนนั้นเสียจะดีกว่า  หาไม่แล้วจะเกิดการทะเลาะวิวาทในบ้านอยู่ตลอดเวลา ทำให้ครอบครัวไม่สงบสุขเสียเปล่าๆ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments