ปริมาณตะกั่วจากของเด็กเล่นที่ทำด้วยพลาสติก

author   January 28, 2013   Comments Off on ปริมาณตะกั่วจากของเด็กเล่นที่ทำด้วยพลาสติก

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

ปริมาณตะกั่วจากของเด็กเล่นที่ทำด้วยพลาสติก

เนื่องจากปรากฏว่า ของเด็กเล่นที่ทำด้วยพลาสติกบางอย่างมีตะกั่วผสมอยู่ด้วย เมื่อเด็กเอาไปอมหรือเล่น ตะกั่วอาจละลายออกมาเป็นพิษหรือเป็นอันตรายแก่เด็ก จึงเห็นสมควรกำหนด เกณฑ์ปริมาณตะกั่วจากของเด็กเล่นที่ทำด้วยพลาสติก เพื่อความปลอดภัยแก่เด็ก

เอกสารอ้างอิง

CGBS111-GP-1, 1970 Standard for safety of toys and playthings. Canadian Government Specification Board.

B.S. 3443 : 1968    Code of safety requirements for children’s toys and playthings. British Standards Institution.

9, 60-64, June 1971 A routine screening procedure for the determination of toxic metals in toys by T. Hodson and D.W. Lord, Journal of the association of public analysis.

คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้พิจารณามาตรฐานนี้แล้วเห็นสมควร เสนอรัฐมนตรีประกาศกำหนดไว้เป็นมาตรฐานได้

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 92 ตอนที่ 120 วันที่ 26 มิถุนายน พุทธศักราช 2518

1. ขอบข่าย

1.1 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ กำหนดเกณฑ์ปริมาณและวิธีการวิเคราะห์หาปริมาณตะกั่วที่มีอยู่ในของเด็กเล่นที่ทำด้วยพลาสติก

2. บทนิยาม

ความหมายของคำที่ใช้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ มีดังต่อไปนี้

2.1 ของเด็กเล่นที่ทำด้วยพลาสติก หมายถึง วัตถุที่ทำด้วยพลาสติกเพื่อให้เด็กเล่น

3. คุณลักษณะที่ต้องการ

เกณฑ์ปริมาณของตะกั่วที่มีอยู่ในของเด็กเล่นที่ทำด้วยพลาสติก

3.1 ของเด็กเล่นที่ทำด้วยพลาสติกที่มีสีติดอยู่บนพื้นผิว ต้องไม่ใช้สี ซึ่งมีปริมาณของตะกั่วเกินร้อยละ 0.5 ของน้ำหนักของสีที่ติดอยู่บนพื้นผิวของพลาสติกนั้น

3.2 ของเด็กเล่นที่ทำด้วยปลาสติกที่มีสีผสมอยู่ในเนื้อ ต้องไม่มีปริมาณของตะกั่วเกินกว่าร้อยละ 0.5 ของน้ำหนักต่อปริมาตรของของเล่นชิ้นนั้น

3.3 ของเด็กเล่นที่ทำด้วยพลาสติกที่มีสีผสมอยู่ในเนื้อและนำมาแต่งสีที่พื้นผิว จะมีปริมาณตะกั่ว ได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ 3.1 หรือข้อ 3.2

4. วิธีวิเคราะห์ปริมาณตะกั่ว

4.1 เครื่องมือ

4.1.1 อะตอมิก แอบซอร์บชัน สเปกโตรโฟโตมิเตอร์ (atomic absorption spectro­photometer)

4.2 วิธีเตรียมตัวอย่าง

4.2.1 ตัวอย่างของเด็กเล่นที่ทำด้วยพลาสติกที่มีสีติดอยู่บนพื้นผิว ให้ขูดสีที่ติดอยู่บนผิวนอก โดยระวังอย่าให้ติดเนื้อพลาสติกออกมาด้วย แล้วนำสีที่ขูดได้ไปวิเคราะห์ตามข้อ 4.5

4.2.2 ตัวอย่างของเด็กเล่นที่ทำด้วยพลาสติกที่มีสีผสมอยู่ในเนื้อ ชั่งนํ้าหนัก และหาปริมาตรของตัวอย่างทั้งชิ้นตามวิธีการที่เหมาะสมแล้วตัดตัวอย่างนั้นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้ละเอียดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วนำไปวิเคราะห์ตามข้อ 4.5

4.2.3 ตัวอย่างของเด็กเล่นที่ทำด้วยพลาสติกที่มีสีผสมอยู่ในเนื้อและนำมาแต่งสีที่พื้นผิว ส่วนที่มีสีติดอยู่ที่พื้นผิวของพลาสติก ให้ขูดออกตามข้อ 4.2.1 ส่วนที่ผสมสีในเนื้อพลาสติกให้ตัดเป็นชิ้นตามข้อ 4.2.2 แล้วนำสีและเนื้อพลาสติกไปแยกวิเคราะห์ ตามข้อ 4.5

4.3 สารละลายที่ใช้และวิธีเตรียม

4.3. สารละลายมาตรฐานตะกั่ว (standard lead solution) ซึ่งมีปริมาณตะกั่ว 1 มิลลิกรัม ใน 1 มิลลิลิตร

ละลายตะกั่วไนเตรต (lead nitrate) 0.160 กรัม ในกรดไนตริก (nitric acid) 1.0 นอร์มัล และเติมกรดไนตริกนั้จนครบ 100 มิลลิลิตร กรดไนตริก 1.0 นอร์มัลนี้เตรียมได้โดยการเติมกรดไนตริกเข้มข้น (ที่มีตะกั่วอยู่ไม่เกิน 0.005 ส่วนในล้านส่วน) 15.6 มิลลิลิตร ลงไปในน้ำกลั่นที่ไม่มีตะกั่ว แล้วเติมน้ำกลั่นนี้จนครบ 250 มิลลิลิตร

จากสารละลายมาตรฐานนี้ นำมาเจือจางด้วยน้ำกลั่นที่ปราศจากตะกั่วให้ได้สารละลายมาตรฐานตะกั่ว ซึ่งมีตะกั่ว 2, 5, 10, 20 และ 30 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร

4.4 วิธีเตรียมกราฟมาตรฐาน

เขียนกราฟมาตรฐานโดยลงแผนระหว่างค่าความเข้มข้นของตะกั่วเป็นไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรของสารละลายมาตรฐานในข้อ 4.3.1 กับค่าแอบซอร์แบนซ์

4.5 วิธีวิเคราะห์

4.5.1 ชั่งตัวอย่างที่เตรียมตามข้อ 4.2.1 หรือข้อ 4.2.2 หรือข้อ 4.2.3 แล้วแต่กรณี จำนวน 50 มิลลิกรัม หลอมกับโซเดียมคาร์บอเนต 50 มิลลิกรัม ในเบ้าหลอม ค่อยๆ ให้ความร้อนจนถึง 450 องศาเซลเซียส แล้วหลอมต่อไปอีก 30 นาที ที่อุณหภูมินี้

4.5.2 เมื่อสิ่งที่หลอมเย็นแล้ว เติมกรดไนตริกเข้มข้น 1 มิลลิลิตร และกรดไฮโดรคลอริก เข้มข้น 1 มิลลิลิตร นำไประเหยบนเครื่องอังน้ำเดือด (boiling water bath) จนแห้ง

4.5.3 ละลายส่วนที่เหลือจากการระเหยด้วยกรดไฮโดรคลอริก ที่มีความเข้มข้นร้อยละ 1 ที่ต้มเดือด ถ่ายสารละลายลงในขวดแก้ว ปริมาตรซึ่งมีขนาด 25 มิลลิลิตร และปรับปริมาตรสุดท้ายเป็น 25 มิลลิลิตร โดยใช้กรดไฮโดรคลอริกที่มีความเข้มข้นดังกล่าว นำสารละลายที่ได้นี้ไปวัดค่าแอบซอร์แบนซ์โดยใช้เครื่องอะตอมิกแอบซอร์บชัน สเปกโตรโฟโตมิเตอร์และเทียบอ่านค่าปริมาณตะกั่วจากกราฟมาตรฐาน (ข้อ 4.4) แล้วคำนวณออกมาเป็นปริมาตรของตะกั่ว โดยคิดเป็นร้อยละของน้ำหนัก ในกรณีที่ต้องรายงานเป็นค่านํ้าหนักต่อปริมาตร ตามข้อ 3.2 และ 3.3 ให้ถือน้ำหนักของตัวอย่างเป็นปฏิภาคโดยตรงกับปริมาตร

ที่มา:สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments