ทำอย่างไรคุณจึงจะทราบว่าตั้งครรภ์

author   December 29, 2011   Comments Off on ทำอย่างไรคุณจึงจะทราบว่าตั้งครรภ์

คุณอาจจะตั้งครรภ์ถ้าคุณมีอาการต่อไปนี้

1. ประจำเดือนขาด

เป็นอาการแรกของการตั้งครรภ์ สำหรบผู้ที่เคยมีประจำเดือนตรงเวลา ถ้าประจำเดือนเลยกำหนดมากกว่าสองสัปดาห์ ก็น่าจะนึกถึงการตั้งครรภ์ไว้ก่อน

ประจำเดือนอาจจะขาดได้ด้วยเหตุอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งความวิตกกังวล ความ กลัวการตั้งครรภ์ ความอยากมีครรภ์มาก โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ คุณควรจำวันตั้งต้นของประจำเดือนครั้งสุดท้ายที่มาไว้ให้ดี เพราะจะมีประโยชน์แก่แพทย์ในการคำนวณวันคลอด และการดูแลครรภ์ของคุณว่าปกติหรือไม่ถ้าประจำเดือนขาดและมีเลือดผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีปวดท้องร่วมด้วย ควรพบแพทย์ทันที เพราะอาจมีอันตรายจากการแท้ง การตั้งครรภ์นอกมดลกหรือครรภ์ไข่ปลาอุก

2) การเปลี่ยนแปลงของเต้านม

ตามปกติก่อนหน้าประจำเดือนจะมาเล็กน้อย จะรู้สึกว่าเต้านมคัดตึงกดเจ็บ เมื่อมีการตั้งครรภ์ อาการเหล่านี้จะมากกว่าที่เคยเป็น บริเวณรอบ ๆ หัวนม และหัวนมจะมีสีคลํ้าขึ้น

3) แพ้ท้อง

ประมาณหนึ่งในสามของผู้ตั้งครรภ์จะไม่มีอาการแพ้เลย หนึ่งในสามอาจมีเพียงอาการคลื่นไส้ มีเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน อาการแพ้ท้องมักจะเกิดเมื่อประจำเดือนเกินกำหนดไปแล้วประมาณสองสัปดาห์ มีบางรายที่แพ้ได้เร็วกว่านี้

อาการแพ้ท้องอาจเหมือนกับอาการของโรคทางระบบทางเดินอาหาร การแพ้ท้อง ในการตั้งครรภ์แต่ละครั้งอาจไม่เหมือนกัน เช่น ครรภ์ที่แล้วแพ้มาก ครรภ์นี้อาจไม่แพ้เลย หรือ ในทางตรงกันข้ามผู้ที่ไม่เคยแพ้มาในครรภ์ก่อน ๆ อาจแพ้ในครรภ์นี้ก็ได้

4) ปัสสาวะบ่อย

จะพบในระยะตั้งครรภ์ 3-4 เดือนแรก เนื่องจากมดลูกเบียดกระเพาะปัสสาวะ และจะพบอีกครั้งเมื่อใกล้คลอดซึ่งเกิดจากศีรษะเด็กกด

5) เด็กดิ้น

ประมาณ 20 สัปดาห์ในผู้ตั้งครรภ์ครั้งแรก หรือประมาณ 18 สัปดาห์ในผู้ที่เคยมีบุตรมาแล้ว คุณจะรู้สึกเด็กดิ้นเป็นครั้งแรก

เมื่อเริ่ รู้สึกเด็กดิ้น แน่นอนควรจำวันไว้ด้วยเพื่อประโยชน์แก่แพทย์ในกา คำนวณวันคลอด เด็กดิ้นนั้นจะรู้สึกได้วันละหลาย ๆ ครั้ง โดยเริ่มรู้สึกครั้งแรกบริเวณเหนือหัวเหน่า ตั้งต้นเพียงเบา ๆ และค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อครรภ์แก่ และมีอยู่ตลอดไปจนกระทั่งคลอด คุณจะไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างไร จะมีมากขึ้นถ้าคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ

ในกรณีทีเด็กของคุณไม่ดิ้นอีกหลังจากที่เคยดิ้นมาแล้ว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

แพทย์จะช่วยคุณได้อย่างไร

แพทย์จะบอกได้ว่าคุณตั้งครรภ์หรือไม่โดยการถามประวัติประจำเดือนและอาการ ผิดปกติต่างๆ ต่อไปแพทย์จะทำการตรวจภายในเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของช่องคลอดและมดลูก มดลูกจะโตขึ้นและเมื่อคุณตั้งครรภ์มากกว่าสามเดือนจะโตขึ้นจนสามารถคลำได้ทางหน้าท้อง

การตรวจภายในนอกจากจะช่วยวินิจฉัยว่าคุณตั้งครรภ์หรือไม่แล้ว ยังบอกได้ว่า การตั้งครรภ์นั้นปกติ หรือผิดปกติ นอกจากนี้เนื้องอกของรังไข่หรือมดลูก มะเร็งปากมดลูก ความผิดปกติของทางช่องคลอดมาแต่กำเนิด ซึ่งคุณอาจจะมีอยู่โดยไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างไร แพทย์ก็จะตรวจพบได้ และให้การรักษาที่ถูกต้องต่อไป เพื่อช่วยให้การตั้งครรภ์และการคลอด เป็นไปด้วยความปลอดภัย

เมื่อตั้งครรภ์ได้กว่า 20 สัปดาห์ แพทย์จะสามารถฟังเสียงหัวใจเด็ก และคลำเด็กได้ ทางหน้าท้องของคุณ ในบางครั้งแพทย์อาจใช้เอกซเรย์ช่วยถ้าสงสัยว่าคุณตั้งครรภ์ผิดปกติ

ในระยะตั้งครรภ์อ่อน ๆ เมื่อตรวจแล้วยังได้ผลไม่แน่นอน การตรวจปัสสาวะซึ่งถ่ายครั้งแรกในตอนเช้าจะช่วยบอกได้ว่าคุณตั้งครรภ์หรือไม่ การตรวจปัสสาวะนี้จะได้ผลเชื่อถือได้ ต่อเมื่อประจำเดือนของคุณเลยกำหนดอย่างน้อยสองสัปดาห์

แพทย์อาจจะใช้ยาเพื่อช่วยการวินิจฉัย โดยให้ยารับประทานหรือฉีดยาให้คุณ ยานี้ คือฮอร์โมนเพศหญิง เมื่อรับประทานหรือฉีดแล้ว 7-14 วัน ถ้าไม่มีครรภ์ประจำเดือนจะมา ถ้าตั้งครรภ์ยานี้ก็จะไม่มีอันตรายต่อทารก

ยาที่ใช้เพื่อการวินิจฉัยนี้คนทั่วๆ ไปมักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นยาขับ เมื่อไม่อยากตั้ง ครรภ์ก็ซื้อยาประเภทนี้รับประทาน ซึ่งก็จะไม่ได้ผลดังกล่าวแล้ว บางคนรับประทานยาประเภทนี้หลายชุดติดต่อกันไป เพราะคิดว่าผลจะดีขึ้น กลับจะทำให้คุณเข้าใจผิดเสียอีก เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไม่ตั้งครรภ์ แต่ถ้ารับประทานยาประเภทนี้อยู่ตลอดเวลาโดยไม่หยุดผล 7-14 วัน ดังกล่าวแล้ว ประจำเดือนของคุณก็จะไม่มา

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments