ชนิดของนมสำหรับทารก

จากประสบการณ์ พบว่าคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายส่วนใหญ่ยังไม่ใคร่เข้าใจเรื่องนมดีพอ ดังนั้นจะขอแยกแยะชนิดของนมให้พอเข้าใจดังนี้

ก. นมคน (นมมารดา)

ข. นมวัว

ก. นมมารดา

นมมารดาได้รับคำแนะนำและยกย่องอย่างสูง จากแพทย์แลโภชนาการโลกให้ ครองอันดับหนึ่งตลอดมา เพราะคุณสมบัติอันล้ำค่าต่อไปนี้

1.  ฟรี

2.  เอาติดตัวไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องถือ

3.  ไม่ต้องผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อ เพราะสะอาดบริสุทธิ์อยู่แล้ว นอกจากในรายที่มารดา เจ็บป่วยเป็นโรคติดเชื้อ ซึ่งในกรณีเช่นนี้ไม่ควรให้ลูกดูดนม (คำว่าโรคติดเชื้อนี้ไม่ได้หมาย ความเฉพาะกามโรคอย่างที่เข้าใจกัน แต่หมายถึงโรคมากมายหลายโรคที่เกิดการอักสบจากเชื้อโรค เช่นแบคทีเรีย ไวรัส หรือรา ได้แก่เมื่อมารดาเป็นฝี เป็นวัณโรค เป็นไข้รากสาด เป็นต้น)

4.  มีความต้านทานโรคหลาย ๆ โรค ซึ่งจะถ่ายทอดไปยังลูกทำให้ลูกเล็ก ๆ ได้รับ ความต้านทานโรคเหล่านั้นไว้บ้าง

5.  ส่วนประกอบต่าง ๆ ในนํ้านม (ไขมัน โปรทีน คาร์โบไฮเดรท) และคุณค่าทาง อาหารตลอดจนจำนวนแคลอรี่เหมาะสมกับทารกมากที่สุด ในฐานะที่สร้างขึ้นมาโดยธรรมชาติ

6.  ไม่ต้องซื้อขวดและหัวนม

7.  ความร้อนเย็นเหมาะสมพอดี

8.  หลีกเลี่ยงโอกาสที่จะแพ้นมวัว

9.  พบว่ามีอาการแหวะนมหรืออาเจียนน้อยกว่าในรายที่เลี้ยงด้วยนมขวด

10. ประโยชน์ต่อมารดา คือช่วยกระตุ้นให้มดลูกเข้าอู่เร็ว

และประโยชน์ทางอ้อมที่สำคัญยิ่งก็คือทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกแน่นแฟ้น ลูกได้รับความอบอุ่นจากแม่ ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโต ทั้งทางกายและทางสมองของลูก นอกจากนั้นในโอกาสที่ให้นมลูกนี่เอง แม่มักจะได้ลูบคลำ หรือสังเกตเห็นความผิดปกติของลูก ที่อาจเกิดมีได้

ข้อเสีย

ออกไปนอกบ้านนาน ๆ หรือไปทำงานไม่ได้ (นอกจากจะให้นมผสมด้วย) ข้อขัดข้องที่ไม่อาจให้นมลูกได้

1.  แม่ป่วยมีโรคติดเชื้อบางชนิด  หรือเป็นโรคที่ต้องกินยาซึ่งผ่าน มาทางน้ำนมและอาจเป็นอันตรายต่อเด็ก ในกรณีเช่นนี้แพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำว่าจะให้ลูกดูดนมแม่ได้หรือไม่

2.  แม่ที่ไม่ปกติบางราย เช่นวิกลจริต

3.  หัวนมแตกหรือเป็นแผล

4.  หัวนมแบนหรือกลับเข้าข้างใน (ควรปรึกษาสูติแพทย์ตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ เพราะการนวดที่ถูกวิธีอาจช่วยแก้ไขได้)

ข้อขัดข้องที่ไม่อยากให้นมลูก

1.  กลัวเสียสวย หน้าอกจะหย่อนยาน ซึ่งไม่เป็นความจริง

2.  มารดาจำเป็นต้องทำงานนอกบ้าน ในภาวะเช่นนี้อย่างน้อยควรให้นมแม่จนใกล้วันลาคลอด และบางรายเมื่อกลับเข้าทำงานแล้วก็ยังอาจพยายามที่จะให้นมแม่ในเวลากลาง คืนด้วย แต่ก็มีปัญหาที่น่าเห็นใจ คือน้ำนมหลั่งในเวลากลางวันเปรอะเปื้อนเสื้อ

สรุปก็คือ ผู้มีความรู้ในเรื่องเหล่านี้ทั้งหลาย ยังแนะนำกันเป็นเสียงเดียวให้แม่ทุก คนในโลกนพยายามเลี้ยงลุกด้วยนมของตนเอง นอกจากจะมีปัญหาขัดข้องต่าง ๆ จริง ๆดังกล่าว และการให้นมลูกก็ควรเริ่มตั้งเแต่ในระยะวันสองวันหลังคลอด (ถึงแม้จะยังไม่มีน้ำนมออกก็ตาม เพราะการที่เด็กดูดนั้นจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้น้ำนมไหล) เมื่อเด็กไม่ได้น้ำนมแม่จึงค่อยให้นมขวดช่วย จนกว่าจะเริ่มมีน้ำนมหลั่ง ซึ่งมักจะเป็นในราววันที่ 3 หลังคลอด

มารดาที่อยู่ในระยะให้นมลูกหรืออาทิตย์แรกหลังเลิกให้นมจะพบปัญหามีน้ำนมหลั่งอยู่ ตลอดเวลา และซึมเปื้อนออกมานอกเสื้อ คุณอาจใช้ยกทรงชนิดพิเศษที่มีห่วงผ้าข้างในสำหรับสอดแผ่นสำลีชุบน้ำซึ่งมีแผ่นพลาสติครองกันซึมอีกชั้นหนึ่ง แผ่นสำลีนี้เป็นชนิดใช้ครั้งเดียว แล้วทิ้งมีจำหน่ายเป็นกล่อง และซึ่งคุณก็อาจดัดแปลงทำใช้เองได้

ข. นมวัว

แบ่งเป็นหลายประเภท จะกล่าวถึงชื่อทางการค้าเฉพาะที่มีขายในเมืองเรา

  1. 1. นมวัวผงคล้ายนมมารดา (humanized milk)

คือนมวัวที่นำมาทำให้คล้ายคลึงกับนมมารดา

ก. ประเภทราคาแพงกว่า ได้แก่

แนน      (Nan)

เอส 26 (S26)

เอส เอม เอ (SMA)

ชิมิแลค (ชนิดธรรมดา และชนิดเติมธาตุเหล็ก) (Similac e Similac with iron)

เลแทรมา (Letrama)

เอนฟามิล ชนิดธรรมดา และชนิดเติมธาตุเหล็ก (Enfamil £ Enfamil with iron)

ข.  ประเกทราคาแพงน้อยกว่า ได้แก่

แลคโตเจน    (Lactogen)

นมผงตราหมีชนิดหวาน (Bear Brand Standard infant formular)

บอร์เดน         (Borden)

ดูเม็กซ์            (Dumex)

มาเม็กซ์          (Mamex)

สโนว์มิลค์     (Snow milk)

สูตรที่ใช้ผสมนมชนิดนี้

ใช้นม 1 ช้อน ต่อน้ำ 2 ออนซ์ (ช้อนตวงขนาดใหญ่)

หรือนม 1 ช้อน ต่อน้ำ 1 ออนซ์ (ช้อนตวงขนาดเล็ก)

ขอ 2,3 และ 4 ที่จะพูดถึงต่อไปนี้ก็คือนมวัวธรรมดา มีชนิดผง ชนิดระเหยน้ำ (ชนิดนํ้าอย่างข้น) และนมสด

2.  ชนิดผง หรือนมวัวผงครบส่วน (powdered whole milk)

ก. ชนิดราคาพอสมควร บรรจุมาในถุงอาลูมินัมฟอย หรือพลาสติก เชื่อถือได้ ได้แก่ สวนดุสิต

ดูมิลค์ (Dumilk)

มอลลี่ (Molly)

ข. ราคาสูงกว่าในข้อ ก. (บรรจุกระป๋อง) ได้แก่

สวนดุสิต

เนสเปร          (Nespray)

คลิม    (Klim)

ดูมิลค์ (Dumilk)

ตราหมีชนิดจืด (Bear Brand Instant 8 Bear Brand full cream powdered milk)

สูตรที่ใช้ผสมนมชนิดนี้

สำหรับทารกแรกเกิดถึง 4-6 เดือน

ใช้นม 1 ช้อนตวงขนาดใหญ่ (หรือช้อนโต๊ะ)

น้ำตาล 1 ช้อนชา (หรือน้ำเชื่อม 50 % 2 ช้อนชา น้ำเชื่อม 50 % ทำโดยผสม น้ำตาล 1 ส่วน ในน้ำประมาณ 2 ส่วน)

เติมน้ำสุกให้ครบเป็น 3 ออนซ์

สำหรับเด็กอายุ 4-6 เดือนขึ้นไป

ใช้นม 1 ช้อนตวงขนาดใหญ่ (หรือช้อนโต๊ะ)

น้ำสุก 2 ออนซ์

3. นมระเหยน้ำ (Evaporated milk)

ได้แก่ ดัทช์เบบี้ (Dutch Baby)

คาร์เนชั่น (Carnation)

กลอเรีย (Gloria)

ข้อเสีย เมื่อเปิดกระป๋องแล้วต้องใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง

สูตรการผสม

สำหรับทารกแรกเกิดถึงอายุ 4-6 เดือน

นม 1 ออนซ์

น้ำตาล 1 ช้อนชา (หรือน้ำเชื่อม 50 % 2 ช้อนชา)

เติมน้ำสุกให้ครบ (รวมทั้งนม) เป็น 3 ออนซ์

สำหรับทารกอายุ 4-6 เดือนขึ้นไป

นม 1 ออนซ์

น้ำสุก 1 ออนซ์

4.  นมสด

ชนิดที่ผลิตในประเทศไทย และผ่านการฆ่าเชื้อโรคแล้วได้แก่

ไทย – เดนมาร์ค

บางโพ

เกษตร

สวนดุสิต

ในการเตรียมนมชนิดนี้ควรต้มนมให้เดือด แล้วเติมน้ำสุกแทนน้ำที่ระเหยไป (ให้ เท่ากับระดับนมก่อนต้ม) การที่แนะนำให้ต้มก็เพื่อช่วยให้ย่อยง่าย และฆ่าเชื้อโรคอีกครั้งหนึ่ง

สูตรการผสม

ทารกแรกเกิดถึงอายุ 4-6 เดือน

ใช้นมที่ต้มแล้ว (และเติมน้ำสุกเท่าระดับก่อนต้มแล้ว ) 2 ออนซ์

น้ำตาล 1 ช้อนชา (หรือน้ำเชื่อม 50 %  2 ช้อนชา)

เติมน้ำสุกอีกให้ครบ (รวมทั้งนม) เป็น 3 ออนซ์

ทารกอายุ  4-6 เดือนขึ้นไป

ไม่ต้องผสม ให้ดื่มได้เลย

การเลือกชนิดของนมและข้อสังเกต

1.  ในทารกแรกเกิดถึงอายุ 4-6 เดือน มักแนะนำให้ใช้นมชนิดที่ 1 คือนมวัวผง คล้ายนมมารดา นมชนิดนี้จะมีราคาสูงกว่าชนิดที่ 2,3 และ 4 เล็กน้อย

สำหรับนมชนิดที่ 2,3,4 คือนมวัวชนิดผง ชนิดระเหยน้ำ และนมสด จะใช้กับทารก วัยนี้ก็ได้เช่นกัน ราคาของทั้งสามชนิดที่กล่าวนี้ใกล้เคียงกัน

2.  ประเภทนมสดและนมระเหยนํ้า เมื่อเปิดกระป๋องหรือเมื่อเตรียมแล้วต้องใช้ภาย ใน 24 ช.ม. ถ้ามีเหลือไม่ควรนำมาให้ทารกกิน เพราะอาจจะเกิดท้องเดินได้ เนื่องจากมีโอกาส ที่เชื้อโรคจะเจริญเติบโตในนมนั้น

3.  ในทารกวัยเกินกว่ากว่า 4-6 เดือนขึ้นไป ต้องการโปรทีนมากขึ้น จึงแนะนำให้ใช้นมชนิดที่ 2,3 หรือ 4 มากกว่า แต่ก็เช่นเดียวกันถ้ามีเหตุผลอื่น จะใช้ประเภทที่ 1 ก็ได้ และ พยายามเพิ่มโปรทีนในอาหารเสริม เช่น ไข่ เนื้อสัตว์ เป็นต้น

4.  สูตรการผสมนมที่ให้ไว้นี้ เป็นสูตรหลัก ไม่ได้หมายความว่าในเด็กอายุแรกเกิดจะ ให้นมเพียง 3 ออนซ์ แต่ให้ชงเพิ่มได้ตามความต้องการของเด็ก โดยเพิ่มส่วนประกอบทุกอย่าง ขึ้นไปตามอัตราส่วนเท่า ๆ กัน

5.  จะสังเกตสูตรการผสมนมว่า สำหรับทารกอายุ 4-8 เดีอนขึ้นไป ไม่มีน้ำตาลผสมอยู่ทั้งนี้เพื่อให้จำนวนแคลอรี่คงเดิม คือ 20 แคลอรี่ ต่อนม 1 ออนซ์ และได้สัดส่วนของ โปรทีนและไขมนเพิ่มขึ้น แต่ในทางปฎิบัติเด็กที่เคยกินนมที่ออกรสหวานมาก่อนอาจจะไม่ยอมดื่มถ้านมมีรสจืด ดังนั้นถ้าคุณแม่จะเติมนํ้าตาลทรายหรือน้ำเชื่อมลงไปเล็กน้อยก็ไม่ห้ามอะไร

6.  นมแม่และนมวัว โดยปกติจะขาดธาตุเหล็กนอกจากบางยี่ห้อเติมธาตุเหล็กไว้ด้วย ธาตุเหล็กมีความสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ดั้งนั้นในการให้นมแม่จึงควรคำนึงถึงข้อนี้ และในการเลือกนมวัวจึงควรเลือกชนิดที่มีเหล็กผสมอยู่ด้วย

7.  มีนมพิเศษอีกหลายชนิดที่แพทย์เลือกใช้กับทารกที่มีโรคหรือมีปัญหาบางราย เช่น ทารกที่แพ้นมวัว ท้องเดินเรื้อรัง การย่อยไม่ปกติเป็นต้น ซึ่งราคาก็สูงเป็นพิเศษไปด้วยนมประเภทนี้จะไม่กล่าวถึง เพราะมีที่ใช้น้อยและถ้าลูกของคุณจำเป็นต้องใช ้แพทย์ที่ดูแลลูกจะเป็นผู้อธิบายให้คุณฟังเอง

8.  นมผงประเภทโปรทีนสูง

ได้แก่ แลคโตเจนโปรทีนสูง (Lactogen Full Protein)

ตราหมีโปรทีนสูง (Bear Brand Full Protein)

โอแลค           (Olac)

นมประเภทนี้มีราคาแพงกว่า และโปรทีนต่ำกว่านมวัวผงครบส่วน

9.  นมข้นหวาน (Sweetened condensed milk) เป็นนมวัวที่เติมน้ำตาลทรายจนมีรสหวานจัด ใช้จิ้มปาท่องโก๋อร่อยดี แต่ไม่ใช้เลี้ยงลูกเป็นอันขาด เพราะในการชงต้องเติมน้ำจำนวนมากเพื่อให้ได้รสหวานกำลังดี จึงทำให้ได้สัดส่วนของโปรทีนและไขมันน้อยมากไม่พอแก่การเจริญเติบโตของเด็ก นอกจากนี้ยังขาดแร่ธาตุและวิตามิน เพราะฉะนั้นถ้านำมาใช้เลี้ยง ลูกผลที่จะได้ก็คือเด็กที่เป็นโรคขาดอาหารคนหนี่ง

หวังว่ารายละเอียดเท่าที่เล่ามา จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยกันตัดสินใจได้แล้วว่าจะให้ลูกกินนมแม่หรือสลับนมแม่กับนมผสม (มื้อต่อมื้อ หรือสลับกลางวัน กลางคืน) หรือจะให้นมผสมอย่างเดียว และถ้าใช้นมผสมควรใช้ชนิดใด ทางที่ดีควรจะตัดสินใจไว้ตั้งแต่ก่อนคลอด หรือถ้ามีปัญหาตามมาหลังคลอดก็อาจปรึกษาสูติแพทย์หรือกุมารแพทย์ได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments