คำแนะนำการเลี้ยงดูเด็กอายุ 2-3 ปี

author   August 17, 2011   Comments Off on คำแนะนำการเลี้ยงดูเด็กอายุ 2-3 ปี

การให้นม

นมเป็นอาหารที่มีประโยชน์สำหรับเด็กวัยนี้ ควรให้เด็กดื่มนมวัวธรรมดา UHT พาสเจอไรซ์ หรือนมถั่วเหลือง เป็นประจำทุกวัน วันละ 6-8 ออนซ์

อาหารตามวัย

อาหาร 3 มื้อเหมือนผู้ใหญ่ กับข้าวแต่ละมื้อควรมีเนื้อสัตว์ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ ไข่ น้ำมันพืชและผัก นม 2-3 แก้วต่อวัน อาหารว่าง 1 มื้อ เป็นผลไม้ เช่น มะละกอ ส้ม กล้วย เป็นต้น ฝึกให้เด็กตักอาหารกินเอง

การเติบโตโดยประมาณ

อายุ 2 ปี  หนัก 11.8 กก. สูงประมาณ 85 ซม.

อายุ 2 ปีครึ่ง  หนัก 12.8 กก. สูงประมาณ 88 ซม.

อายุ 3 ปี  หนัก 13.8 กก. สูงประมาณ 92 ซม.

พัฒนาการ

การทรงตัวและเคลื่อนไหว เตะลูกบอลและขว้างลูกบอลไปข้างหน้า กระโดดอยู่กับที่ เดินขึ้นบันไดสลับเท้า ขี่จักรยานสามล้อได้เมื่ออายุ 3 ปี

การใช้ตาและมือ/สติปัญญา  ปิดหนังสือทีละแผ่น ต่อชั่นไม้สูง 8 ชั้น เขียนกากบาทและวงกลมได้ตามตัวอย่าง

การสื่อสารความหมายและภาษา อายุ 2 ปีพูดได้ 2-3 คำต่อกัน ต่อมาพูดเป็นประโยคและโต้ตอบได้ตรงเรื่อง ร้องเพลงง่าย ๆ บอกชื่อตัวเองได้ อาจพูดบางคำยังไม่ชัด

อารมณ์และสังคม  บอกเวลาจะถ่ายอุจจาระ ถอดเสื้อผ้าได้และใส่เองได้ อายุ 3 ปีบอกเพศของตัวเองได้ เล่นเข้ากลุ่มและรู้จักขอและแบ่งปันได้ รู้สึกมั่นใจในตนเองมากขึ้น เล่นเองได้นานขึ้น จะแยกจากแม่ได้ จึงเป็นช่วงเหมาะที่จะเริ่มเข้าอนุบาล

การตรวจสุขภาพและรับวัคซีน

พาไปตรวจสุขภาพ รับคำแนะนำการเลี้ยงดู และรับวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรคเป็นระยะ

อายุ 2 ปี  ตรวจสุขภาพ ติดตามการเติบโต และพัฒนาการ

อายุ 2 ปีครึ่ง  วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ

อายุ 3 ปี  ตรวจสุขภาพ ติดตามการเติบโตและพัฒนาการ

ข้อเสนอแนะ

1.  ฝึกการช่วยเหลือตัวเอง เช่น กินข้าว แปรงฟัน แต่งตัว โดยให้เด็กลองทำเอง ชี้แนะช่วยเหลือเท่าที่จำเป็น

2.  เปิดโอกาสให้เล่นกับเด็กอื่นในวัยเดียวกันและเล่นกลางแจ้ง โดยคอยดูแลใกล้ชิด

3.  พูดคุยและรับฟังเด็กพยายามอธิบาย โดยใช้เหตุผลและเลือกรายการโทรทัศน์ที่เหมาะสมกับเด็กให้ดูไม่เกินวันละ 1-2 ชม.

4.  อายุ 3 ปี  เริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล ซึ่งไม่ควรเน้นเรื่องการเรียนอย่างท่องจำหรืออ่านเขียนแต่ควรเตรียมความพร้อม เสริมพัฒนาการทุกด้านได้แก่ การเคลื่อนไหว สติปัญญา การสื่อภาษาด้านอารมณ์และสังคม

5.  ระวังอุบัติเหตุ พลัดตกจากที่สูง สารพิษ ของมีคม จมน้ำ ใช้เข็มขัดนิรภัยเวลานั่งรถยนต์หลีกเลี่ยงการเอาเด็กนั่งมอเตอร์ไซค์

6.  พาไปตรวจสุขภาพและพบทันตแพทย์เพื่อเคลือบฟลูออไรด์

7.  บันทึกน้ำหนัก ความยาว และพัฒนาการของเด็กลงในสมุดสุขภาพและนำติดตัวไปเมื่อพาเด็กไปรับการตรวจสุขภาพครั้งต่อไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments