คำแนะนำการเลี้ยงดูเด็กอายุ 9-12 เดือน

การให้นม

-         นมแม่ในระยะนี้จะมีปริมาณลดลงแต่คุณภาพยังดีอยู่ จึงควรจะให้ทารกกินนมแม่ต่อไป

-         สำหรับทารกที่กินนมผสมนั้นให้ใช้นมวัวดัดแปลง สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 3 ปี (follow-up) หรือนมดัดแปลงสำหรับทารก (Infant formula) ในปริมาณไม่เกินวันละ 32 ออนซ์ และระยะนี้ทารกควรจะหลับตลอดคืนโดยไม่ตื่นขึ้นมากินนมมื้อดึก

-         เพื่อให้เด็กกินอาหารได้ตามวัย ควรลดมื้อนมลง เพื่อทดแทนด้วยอาหารรวมทั้งนมและอาหารควรเป็นประมาณ 6 มื้อ ใน 24 ชั่วโมง เช่น ถ้าให้อาหาร 2 มื้อ ควรให้นมอีก 4 มื้อ

-         ห้ามใช้นมข้นหวานหรือนมวัวธรรมดา เลี้ยงทารกตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 1 ปี

อาหารตามวัย

-         อายุ 9 เดือนทารกในวัยนี้ควรจะได้อาหารมื้อหลัก 2 มื้อ มื้อละ 1 ถ้วย โดยเตรียมจากข้าวบดผสมไข่แดงทั้งฟอง ตับ หรือเนื้อสัตว์ ถั่วต้มเปื่อย กับผักใบเขียว นอกจากนี้อาจจะเริ่มให้ไข่ทั้งฟองที่ต้มสุกและบดละเอียดแก่ทารกได้ยกเว้นเด็กที่มีประวัติภูมิแพ้

-         อายุ 10-12 เดือน ทารกควรได้อาหารมื้อหลัก 3 มื้อ และให้อาหารว่างวันละ 1 มื้อ เช่น กล้วยสุกครูด มะละกอสุก ฟักทองนึ่งในปริมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ

การเติบโตโดยประมาณ

อายุ 9 เดือน  หนัก 8 กก. ตัวยาวประมาณ 72 ซม.

อายุ 10 เดือน หนัก 8.5 กก. ตัวยาวประมาณ 73 ซม.

อายุ 11 เดือน หนัก 8.8 กก.ตัวยาวประมาณ 74 ซม.

อายุ 12 เดือน หนัก 9 กก. ตัวยาวประมาณ 75 ซม.

พัฒนาการ

การทรงตัวและเคลื่อนไหว นั่งได้มั่นคง คลาน เกาะยืน หัดตั้งไข่ ยืนเองได้ชั่วครู่ เมื่ออายุ 12 เดือน และจูงเดินได้

การใช้ตาและมือ ใช้นิ้วหยิบของได้ เริ่มหยิบของเล็กโดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ได้ มองตามของที่ตกจากมือเปิดหาของที่ซ้อนไว้ได้

การสื่อความหมายและภาษา ฟังรู้ภาษา และเข้าใจสีหน้าท่าทางได้ ยื่นของให้เวลาพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงขอ เปล่งเสียงเลียนแบบพยัญชนะแต่ไม่มีความหมาย

อารมณ์และสังคม เล่นจ๊ะเอ๋ได้ ตามเก็บของที่ตก รู้จักคนแปลกหน้าและร้องตามแม่เมื่อแม่จะออกไปจากห้อง หยิบอาหารกินได้

การตรวจสุขภาพและรับวัคซีน

พาไปตรวจสุขภาพ รับคำแนะนำการเลี้ยงดู และรับวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรคเป็นระยะ

อายุ 9 เดือน  วัคซีนป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม หรือหัดอย่างเดียว ถ้าไม่มีวัคซีนรวม อาจมีไข้และผื่นขึ้นได้ 5-7 วันหลังได้วัคซีน

อายุ 12 เดือน  ตรวจสุขภาพ ติดตามการเติบโตและพัฒนาการ

ข้อเสนอแนะ

1.  ให้อาหารเพิ่มเป็น 3 มื้อ และบดอาหารให้หยาบขึ้นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ที่อ่อนนุ่ม เพื่อให้เด็กหัดเคี้ยวและกลืน

2.  เริ่มให้เด็กถือช้อนหัดตักของข้น ๆ บ้าง และให้หัดดื่มจากถ้วย

3.  ให้หยิบจับของเล่นสิ่งของในบ้านที่ไม่มีอันตราย

4.  พ่อแม่และผู้เลี้ยงดูควรเล่นกับเด็กบ่อย ๆ พูดคุยด้วยและทำท่าทางเล่นกับเด็ก เช่น จ๊ะเอ๋ จับปูดำ แมงมุม จ้ำจี้ ตบมือ

5.  ให้เด็กมีส่วนร่วมกิจกรรมครอบครัวบ้าง และให้โอกาสเด็กเล่นเองบ้าง แต่ต้องมีผู้ดูแลตลอดเวลา

6.  ระวังอุบัติเหตุในบ้าน เช่น พลัดตกจากบันได ปลั๊กไฟ การสำลักเมล็ดผลไม้ ถั่ว และเม็ดยา

7.  สอนเด็กให้รู้ว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ โดยบอกหรือทำท่าทางให้เด็กรู้ เช่น เมื่อเด็กทำสิ่งที่ไม่สมควร ควรจับตัวไว้มองหน้าหรือห้าม แต่เมื่อเด็กทำสิ่งที่ดีควรจะยิ้มกล่าวชมหรือกอด

8.  การเว้นช่วงการมีลูกคนต่อไปประมาณ 2-3 ปี เพื่อให้แม่มีสุขภาพดี และลูกแต่ละคนได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างเต็มที่ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

9.  บันทึกน้ำหนัก ความยาวและพัฒนาการของเด็กลงในสมุดสุขภาพและนำติดตัวไปเมื่อพาเด็กไปรับการตรวจสุขภาพครั้งต่อไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments