คำแนะนำการเลี้ยงดูเด็กอายุ 6-9 เดือน

author   August 3, 2011   Comments Off on คำแนะนำการเลี้ยงดูเด็กอายุ 6-9 เดือน

การให้นม

–         ทารกที่กินนมแม่ ควรจะให้นมแม่ต่อไป

–         ทารกที่กินนมผสม อาจจะใช้นมดัดแปลงสำหรับทารก(Infant formula) ต่อไปก็ได้ หรือจะเปลี่ยนเป็นนมสูตรต่อเนื่อง (Follow-up formula) ซึ่งเป็นนมวัวดัดแปลงสำหรับเด็ก 6 เดือน ถึง 3 ปี ก็ได้ผสมให้ถูกต้อง มื้อละ 6-8 ออนซ์ ให้นมวันละ 4-5 มื้อ เมื่อรวมทั้งวัน 24 ชม. แล้วทารกไม่ควรได้รับนมวัวดัดแปลงเกิน 32 ออนซ์ ในระยะนี้ทารกส่วนใหญ่จะหลับตลอดคืน ควรงดดื่มนมมื้อดึกได้

อาหารตามวัย

–         ทารกอายุ 6 เดือน ควรได้อาหารมื้อหลัก 1 มื้อ ซึ่งเป็นข้าวบดใส่ไข่แดง เนื้อปลา ตับ ถั่วต้มเปื่อยหรือเต้าหู้ขาวอย่างใดอย่างหนึ่งผสมผักใบเขียว รวมหนึ่งถ้วยเล็ก ก็จะทำให้ทารกอิ่มพอดี ควรให้ช้อนเล็ก ๆ ขอบมนตักป้อนให้ช้า ๆ

–         เมื่อทารกอายุได้ 7 เดือน เริ่มให้เนื้อสัตว์ เช่น ไก่ หมู หรือเนื้อ บดหรือสับละเอียดต้มสุกประมาณ 1 ช้อนผสมกับข้าว และผักใบเขียว นอกจากจะได้อาหารมื้อหลัก 1 มื้อ แล้วอาจให้อาหารว่างแก่ทารกได้อีก 1 มื้อ แล้วอาจให้อาหารว่างแก่ทารกได้อีก 1 มื้อ เช่น กล้วยสุกครูด มะละกอสุก หรือฟักทองในปริมาณ 2-4 ช้อนโต๊ะ

–         ทารกอายุ 8 เดือน ควรได้อาหารมื้อหลัก 2 มื้อและนมอีก 4 มื้อใน 24 ชั่วโมง

การเติบโตโดยประมาณ

อายุ 6 เดือน หนัก 7 กก. ตัวยาวประมาณ 66 ซม.

อายุ 7 เดือน หนัก 7.5 กก. ตัวยาวประมาณ 68 ซม.

อายุ 8 เดือน หนัก 8.5 กก.ตัวยาวประมาณ 70 ซม.

พัฒนาการ

การทรงตัวและการเคลื่อนไหว คว่ำและหงายได้เองในท่าคว่ำ ใช้ข้อมือยันตัวขึ้นได้ นั่งได้ชั่วครู่ ตอนแรกอาจต้องเอามือพยุงตัวไว้ ต่อมาราวอายุ 8 เดือนจะนั่งเองได้มั่นคง ท่าจับยืนเริ่มลง น้ำหนักที่เท้าได้ ต่อมาจะซอยเท้า

การใช้ตาและมือ คว้าของด้วยฝ่ามือ เอื้อมหยิบสิ่งของด้วยมือข้างเดียวและเปลี่ยนมือถือาของได้ อายุ 8-9 เดือนเริ่มใช้หัวแม่มือาและนิ้วชี้หยิบสิ่งของ มองเห็นทั้งใกล้และไกลใช้ทั้งสองตาประสานกันได้ดี

การสื่อความหมายและภาษา หันหาเสียงเมื่อถูกเรียกชื่อ เล่นน้ำลาย ส่งเสียงหลายพยางค์ซ้ำ ๆ เช่น หม่ำ ๆ

อารมณ์และสังคม รู้จักแปลกหน้า กินอาหารที่ป้อนด้วยช้อนเล็ก เวลารู้สึกขัดใจจะร้อง และรู้จักแสดงท่าทางดีใจ หัวเราะ หรือตบมือ

การตรวจสุขภาพและรับวัคซีน

พาไปตรวจสุขภาพ รับคำแนะนำการเลี้ยงดู และรับวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรคเป็นระยะ

อายุ 6 เดือน วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก และตับอักเสบบี

อายุ 9 เดือน วัคซีนป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม (หรือหัดอย่างเดียว) ถ้าไม่มีวัคซีนรวม

ข้อเสนอแนะ

1.  หัดลูกให้หยิบอาหารด้วยมือ หัดถือช้อน

2.  หาของเล่นที่ปลอดภัยให้ลูกหยิบจับ ปีนและเคาะเขย่าเล่น

3.  ระวังเรื่องความสะอาดและของชิ้นเล็กที่อาจหลุดติดคอได้

4.  ควรอุ้มให้น้อยลง เพื่อให้เด็กคืบคลาน นั่งด้วยตัวเองและหัดเกาะยืน แต่พ่อแม่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

5.  ระวังอุบัติเหตุจากการห้อยโหนตัว เหนี่ยวของ ปลั๊กไฟ การสำลัก เมล็ดผลไม้ ถั่วและเม็ดยา

6.  พ่อแม่และผู้เลี้ยงดูหมั่นพูดคุยกับเด็ก ชี้ชวนให้สนใจสิ่งแวดล้อม ร้องเพลงพูดถึงสิ่งที่กำลังทำอยู่กับเด็ก เช่น อาบน้ำ กินข้าว แต่งตัว

7.  การเว้นช่วงการมีลูกคนต่อไปประมาณ 2-3 ปี เพื่อให้แม่มีสุขภาพดี และลูกแต่ละคนได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างเต็มที่ ขอคำปรึกษาได้จากแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

8.  บันทึกน้ำหนัก ความยาวและพัฒนาการของเด็กลงในสมุดสุขภาพและนำติดตัวไปเมื่อพาเด็กไปรับการตรวจสุขภาพครั้งต่อไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments