สาเหตุที่ลูกใช้ความเจ็บป่วยเป็นข้ออ้าง

author   May 19, 2014   Comments Off on สาเหตุที่ลูกใช้ความเจ็บป่วยเป็นข้ออ้าง

ไม่สบาย
ถาม ลูกชายวัย ๘ ขวบของดิฉันมักชอบพูดว่า “ผมรู้สึกไม่ค่อยสบาย” หรือ “ผมปวดท้อง” ก่อนที่เขาจะไปโรงเรียนหรือตอนที่ดิฉันใช้ให้เขาทำอะไร ดิฉันคิดว่าเขาเพียงแต่พยายามหลีกเลี่ยงไม่ทำอะไรที่เขาไม่ชอบใจ ดิฉันจึงมักไม่เอาใจใส่กับข้ออ้าง “ความเจ็บป่วย” ของเขาและให้เขาไปโรงเรียนหรือทำสิ่งที่ดิฉันขอให้เขาทำ  แม้ว่าก่อนที่เขาจะไปหรือทำอะไรเขาก็จะพูดว่าดิฉัน “ไม่เห็นใจ” เขาเลย บางครั้งดิฉันจึงมีความกังวลใจว่าดิฉันกำลังทำสิ่งที่ผิดอยู่ ดิฉันไม่ควรจะทำอย่างที่ทำอยู่เมื่อเขาบ่นว่าเขาไม่สบายใช่ไหมคะ ?

ตอบ ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดสำหรับพ่อแม่เลยที่พบว่าลูกๆ ชอบพูดว่า “ผมไม่ค่อยสบาย” เมื่อเขาจะต้องทำในสิ่งที่เขาไม่ค่อยชอบ การปวดท้องนั้นส่วนใหญ่เป็นการไม่สบายจริงๆ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นมาเมื่อคนๆ นั้นต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่เพียงแต่ตัวเองไม่พอใจเท่านั้นแต่เป็นสิ่งที่ตัวเองอึดอัดใจที่จะทำอีกด้วย และชีวิตของคนเรานั้นก็หลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ไม่พ้นเหมือนกัน เราอยู่ในสังคมที่ไม่มีโอกาสหลบหนีภาพที่เรา ไม่ชอบใจได้เลย เว้นเสียแต่ว่าเราจะเจ็บป่วย เมื่อเป็นเช่นนี้หลายคนจึงอาจจะเจ็บป่วยไปจริงๆ เพื่อเป็นทางหนึ่งที่จะหลบเลี่ยงกับสภาพที่ตัวเองไม่พอใจเสีย

พ่อแม่บางคนที่เอาอกเอาใจลูกของตนมากเกินไปบางที่ก็ตีโพยตีพายไปเกินกว่าเหตุเมื่อลูกของตนเจ็บป่วยขึ้น การทำเช่นนี้จะเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้เด็กๆ มีแนวโน้มที่จะแกล้งป่วย เพื่อว่าให้ได้รับความสนใจ หลีกเลี่ยงสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบและไม่กล้าเผชิญกับความลำบาก ผมเชื่อว่าจะเป็นการดีสำหรับพ่อแม่ที่จะมีท่าทีเป็นกลางๆ ในขณะที่มีเสียงบ่นในลักษณะเช่นนี้ของลูกออกมาและไม่ควรจะทำอะไรให้มันดูมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความห่วงใยหรือไม่แสดงว่าวิตกกังวลอะไรเลย ในขณะที่กำลังพยายามพิจารณาดูว่าลูกไม่สบายเพราะอะไร ถ้าเป็นไปได้ทางที่ดีที่สุดก็คือให้แพทย์ได้ตรวจดูลูกของคุณในขณะที่เขาบ่นว่าไม่สบาย แต่สิ่งนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปได้ในทางปฏิบัติเสมอไป โดยทั่วๆ ไปแล้วผมขอแนะนำให้คุณวัดอุณหภูมิของร่างกายของลูกคุณดู ถ้าลูกของคุณไม่มีไข้ ก็บอกให้เขารู้ว่าคุณรู้ดีว่าเขารู้สึกไม่ค่อยสบายแต่ในเมื่อไม่มีไข้ เขาก็ควรที่จะไปโรงเรียน ในเมื่อมันเป็นการคาดคะเนเอาเองที่ค่อนข้างจะเสิ่ยงอยู่สักหน่อยที่จะส่งลูกซึ่งบ่นว่าไม่สบายอยู่ไปโรงเรียน คุณก็ควรจะชั่งน้ำหนักดูให้ดีกับผลที่มันจะเกิดขึ้นว่าการทำเช่นนี้มันจะเป็นผลเสียกับเด็กในภายหน้าหรือไม่

จากประสบการณ์ของผม ผมพบว่าเมื่อเด็กมีความกดดันมากในโรงเรียนเพราะว่ามีการบ้านมากหรือว่าใกล้วันสอบซึ่งเด็กไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนหรือมีครูที่เคี่ยวเข็ญเด็กมากๆ มักจะมีรายงานว่าเด็กมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้น ถ้าลูกของคุณบ่นอยู่เสมอเกี่ยวกับเรื่องปวดหัวหรือปวดท้องละก็ คุณก็ไม่ควรลังเลใจที่จะพาเขาไปพบแพทย์ ปล่อยให้แพทย์ได้ตรวจรักษาตามวิธีการทางแพทย์ ในขณะเดียวกันคุณก็ควรลองพิจารณาหาเหตุผลที่อาจจะอยู่เบื้องหลังความเครียดความกังวลใจของลูกคุณไปด้วย ผมไม่เชื่อในการที่จะทำเป็น “ไม่เห็นใจ” เด็กๆ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งยังไม่แนะนำให้คุณเพิกเฉยกับการบ่นของเขา ถ้าเขาเจ็บป่วยจริงๆ ในวันที่ต้องไปเรียนหนังสือ ผมคิดว่าคุณก็ควรมองเห็นถึงความต้องการของเขาและทำให้เขามีความสบายอกสบายใจเท่าที่จะทำได้ แต่พยายามหลีกเลี่ยงในทุกกรณีที่จะทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้มีแต่ความสนุกสนานและเป็นวันพิเศษใดๆ ผมไม่แนะนำให้คุณปล่อยให้เขาดูโทรทัศน์ในช่วงที่ ที่จริงแล้วเขาต้องไปโรงเรียนอีกด้วย และมีความคิดว่าเขาควรจะพักผ่อนหรือนอนหลับแทน ถ้าเขาดูเหมือนว่ายังพอจะทำอะไรได้ก็ให้เขาทำการบ้านของเขา ติดต่อกับโรงเรียนและถามว่าการบ้านของลูกชายคืออะไร ดูว่าเขาทำการบ้านอะไรไปบ้าง ในช่วงเวลาที่เขาไมได้ไปโรงเรียน ถ้าเขารู้สึกว่าค่อยยังชั่วและอยากจะทำอะไรบางอย่าง ก็ให้เขาอ่านหนังสือหรือไม่ก็ทำการ บ้านวิธีเช่นนี้คุณก็ยังทำให้ลูกของคุณยังรับผิดชอบงานประจำที่เขาต้องทำอยู่ ในขณะเดียวกันก็แสดงออกถึงความห่วงใยในความรู้สึกและความต้องการของเขาอีกด้วย หลักสำคัญก็คือคุณไม่ได้ให้อะไรพิเศษกับการเจ็บป่วยในแบบที่อาจจะทำให้ลูกของคุณใช้มันเป็นข้ออ้างสำหรับการหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่เขาไม่อยากเผชิญหน้าอีกต่อไป

ที่มา:ดร.ลี  ซอลค์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments