ความผิดปกติเกี่ยวกับสายตาของเด็ก

author   February 14, 2012   Comments Off on ความผิดปกติเกี่ยวกับสายตาของเด็ก

ดวงตา

ตาของเด็กแรกเกิด

เมื่อแรกคลอดประสาทตาของเด็กยังเจริญไม่เต็มที่ เด็กจะมองเห็นได้แต่ไม่ชัดและไม่รู้เรื่องราว

แพทย์จะหยอดยาตาให้เด็กแรกเกิดทุกคนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หลังจากนั้นไม่จำเป็นต้องมีการดูแลเป็นพิเศษอย่างอื่น นอกจากใช้สำลีที่สะอาดชุบน้ำพอหมาดเช็ดหน้าตาและหัว ตาให้แห้งหลังอาบน้ำทุกครั้ง

การล้างตาเด็กเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น เพราะน้ำตาจะเป็นยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ และหล่อลื่น ลูกตาดีอยู่แล้ว ถ้าจำเป็นหรือควรทำ เช่นในระยะที่มีตาอักเสบ ให้ล้างตาด้วยน้ำต้มสุกธรรมดา ไม่ควรใช้ยาล้างตาของผู้ใหญ่ (กรดบอริค) เพราะอาจเป็นอันตรายแก่เด็กได้

ความผิดปกติที่พบบ่อยหรือสำคัญบางอย่าง

ตาเหล่

น้ำตาไหล

มีขี้ตา

มีจุดขาวในตาดำ (ตาแมว)

กะพริบตาบ่อย

สายตาผิดปกติ

ตาเหล่

พบตั้งแต่เมื่อเด็กเกิด

พ่อแม่บางคนอาจจะไม่สังเกดว่าลูก “ตาเหล่” หรือ “ตาส่อน” หรือสังเกตแส้วแต่ ไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิดปกติ จึงไม่ได้ไห้ความสนใจเท่าที่ควร

อันที่จริงอาการตาเหล่นี้ บางครั้งพบว่าเป็นการ “หลอกตา” คือไม่มีลักษณะผิดปกติ ของดวงตาหรือกล้ามเนื้อ แต่เป็นเพราะดั้งจมูกแบน (พบบ่อยในคนเอเชีย) ทำให้หนังตาบน ปิดลงมาในบริเวณหัวตามากกว่าที่ควร จึงแลดูเหมือนตาเหล่ไปทางหัวตาเมื่อเด็กโตขึ้น สันจมูกโด่งขึ้นลักษณะตาเหล่นี้ก็จะค่อย ๆ หายไป

แต่

มีความผิดปกติหลายอย่างที่เป็นสาเหตุของตาเหล่ ซึ่งอาจเกิดจากกล้ามเนื้อตาหรือ สายตาของเด็กผิดปกติ และการรักษาอาจจะต้องการการใช้แว่น การบริหารกล้ามเนื้อตา หรือ แม้แต่การผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุและการดำเนินของโรคและอาจกินเวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี

สาเหตุของตาเหล่นี้ บางชนิดถ้าไม่ได้รับการแก้ไขทันการ ก็อาจทำให้ตาข้างที่ผิดปกติถึงกับมองไม่เห็นได้

น้ำตาไหล

ปกติต่อมน้ำตาจะสร้างนํ้าตาหล่อเลี้ยงดวงตาอยู่เสมอ (มากขึ้นเวลาที่ร้องไห้) น้ำตาที่สร้างแล้วจะระบายลงทางท่อน้ำตาซึ่งมีรูเปิดที่หัวตา เมื่อใดที่ท่อน้ำตาตัน ก็จะทำให้น้ำตาไหลอยู่ตลอดเวลา

ท่อน้ำตานี้ควรจะเปิดตั้งแต่เมื่อแรกเกิดแล้ว แต่ในเด็กบางคนอาจจะยังไม่เปิด ซึ่งพบค่อนข้างน้อย และบางครั้งจะมีการอักเสบร่วมไปด้วยทำให้มีขี้ตา อาการเช่นนี้ถ้าได้รับคำแนะนำ และรักษาที่ถูกต้องเสียแต่แรกท่อน้ำตาก็อาจจะเปิดได้เองภายในอายุ 2-3 เดือนและบางครั้งอาจจะรอจนถึงอายุประมาณ 4 เดือน ถ้ายังไม่เปิดแพทย์ก็จะมีวิธีการง่าย ๆ ที่จะช่วยเปิดท่อได้ และได้ผลดีมาก

ตรงกันข้ามถ้าละเลยไว้ (และมีอาการอักเสบร่วมด้วย) จนเด็กอายุเกินเจ็ดเดือนไปแล้ว ก็มักจะเกิดการอุดตันชนิดถาวร ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดที่ยุ่งยากขึ้น

ในบางครั้งสาเหตุของท่อน้ำตาอุดตันอาจเกิดชั่วครั้งคราว จากการที่เด็กเป็นหวัดทำ ให้ปลายท่อระบายน้ำตาบวมปิด ในรายเช่นนี้เมื่ออาการหวัดดีขึ้น อาการน้ำตาไหลก็จะหายไปเอง สาเหตุของการที่มีน้ำตาไหล ยังมีอีกหลายประการจึงถือเป็นความผิดปกติที่ควรได้รับการตรวจรักษา

ตามีขี้ตา

สาเหตุ

1.  เกิดการอักเสบจากเชื้อหนองใน ซึ่งเป็นอันตรายมาก ทำให้ตาบอดได้อย่างรวดเร็ว (แต่ดังได้กล่าวแล้วว่ากฎหมายบังคับให้เด็กแรกคลอดทุกคนจะต้องได้รับการหยอดยาตาฆ่าเชื้อทันทีที่เกิด ในปัจจุบันจึงพบโรคนี้ในเด็กแรกเกิดน้อย นอกจากในกรณีที่ทำคลอดเอง)

2.  แพ้น้ำยาหยอดตาฆ่าเชื้อ ซึ่งได้รับเมื่อแรกเกิดนั่นเอง ทำให้มีขี้ตาได้

3.  เกิดการอักเสบจากเชื้อโรค (แบคทีเรีย) ตัวอื่น ๆ นอกจากเชื้อหนองในดังกล่าวแล้ว เชื้อไวรัสหรือเชื้อรา

มีจุดขาวในตาดำ (ตาแมว)

จุดขาวที่ว่านี้มีลักษณะแวววาวคล้ายตาแมวเมื่อสะท้อนแสง     อยู่ตรงบริเวณตาดำลักษณะเช่นนี้สำคัญมากเพราะอาจเป็นมะเร็งของประสาทตา มักสังเกตพบในเด็กอายุ 2-6 ปี แต่ก็อาจจะพบในเด็กเล็กกว่านี้ได้

ลักษณะเช่นนี้อาจพบในโรคอื่นได้อีก เช่น ต้อกระจกโดยกำเนิด และการอักเสบภายในลูกตา เป็นต้น

ถ้าตาของเด็กมีลักษณะเช่นว่านี้ ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

เด็กกะพริบตาบ่อย

ปกติคนเราจะกะพริบตาประมาณ 20 ครั้งต่อนาที

เด็กที่พามาตรวจด้วยเรื่องกะพริบตาถี่ๆ มักพบอยู่ในวัยระหว่าง 4-10 ปี และที่พบ บ่อยคืออายุ 4-6 ขวบ สาเหตุมักเกิดจากประการใดประการหนึ่งใน 3 ประการนี้

1.  มีการระคายเคืองต่อเยื่อบุตาหรือเปลือกตา เช่น ขนตาม้วนเข้าข้างใน หรือเป็นริดสีดวงตา

2.  สายตาผิดปกติ บางคนอาจทำตาหยีหรือเอียงคอ

3.  เกิดจากความผิดปกติทางจิตใจ เช่น มีกังวลหรือขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง เช่น แม่ไปคลอดน้องที่โรงพยาบาล หรือโรงเรียนเปิดใหม่ๆ เด็กมีปัญหาที่โรงเรียน เช่น ถูกเพื่อนรังแกหรือเรียนไม่ทัน เป็นต้น

สายตาผิดปกติ

สายตาสั้น

สายตายาว

สายดาเอียง

อาการที่อาจพบ

มองไกลไม่ชัด (เช่นเวลาดูโทรทัศน์ต้องนั่งใกล้ผิดปกติ)

มองใกล้ไม่ชัด

ปวดหัว

กะพริบตาบ่อย ๆ

ทำตาหยี

เมารถเมาเรือง่ายผิดปกติ

ในกรณีที่สายตาสั้นหรือยาวไม่เท่ากัน หรือเป็นข้างเดียวมักจะมีอันตราย เพราะมักจะถูกละเลยเนื่องจากตาอีกข้างหนึ่งมองเห็นดีจึงไม่ทราบ และไม่ได้รับการตรวจรักษา ทำให้ประสาทตาของข้างที่ผิดปกติเสื่อมลง และอาจเสียไปโดยไม่สามารถแก้ไขได้

เด็กที่สายตายาวจะมองใกล้ไม่ชัด และถ้าไปวัดแว่นตามร้านขายแว่นตาทั่ว ๆ ไป โดยผู้ที่ไม่ไช่แพทย์ก็อาจจะไม่พบความผิดปกต จนกว่าจะได้รับการตรวจที่ละเอียดกว่านั้นโดยจักษุแพทย์

อาการตาเอียงมักพบร่วมกับสายตาสั้น หรือสายตายาว เด็กที่ตาเอียงมาก ๆ และไม่ได้รับการรักษาจนโตแล้วก็จะมีปัญหาในการใส่แว่น

พ่อแม่บางคนมักจะมีความรู้สึกและความเชื่อถือที่ผิด ๆ บางประการซึ่งทำให้เกิดผลเสียต่อการที่ลูกควรจะได้รับการตรวจรักษาตาอย่างถูกต้อง เช่น คิดว่าเด็กยังอ่านหนังสือไม่ออกหรือยังเล็กอยู่ จะวัดสายตาไม่ได้ หรือจะไม่ยอมใส่แว่น หรือคิดว่าการใส่แว่นจะทำให้สายตาสั้นเร็ว ยิ่งขึ้น เป็นต้น

ขอชี้แจงว่าความเข้าใจเหล่านี้ ถ่ายทอดมาจากสมัยที่วิชาการทางการแพทย์ยังไม่ก้าว หน้าเท่าปัจจุบัน ดังนั้นในปัจจุบันนี้เด็กทุกคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตา จึงควรได้รับการรักษาที่ถูกต้องเสียแต่ในระยะแรก เพื่อให้ง่ายในการรักษาและทุ่นทั้งเวลาและเงินทอง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments