ความกลัวและพฤติกรรมที่ไม่ดีของเด็ก

author   February 9, 2012   Comments Off on ความกลัวและพฤติกรรมที่ไม่ดีของเด็ก

เด็กพูดปด

เด็กเล็ก ๆ ที่อายุตํ่ากว่า 3-4 ขวบ เป็นจำนวนมากที่ยังไม่สามารถแยกความจริงกับความไม่จริงออกจากกันได้ เช่น เขาจะเชื่อว่านิทานที่ได้ฟังมาเป็นเรื่องจริงทั้งหมด

เด็กบางคนจะพูดกับสุนัขที่บ้านเพราะคิดว่าสุนัขเข้าใจเหมือนภาพยนตร์การ์ตูนที่เขาดูจากโทรทัศน์ ฉะนั้นถ้าเด็กเล็ก ๆ มาเล่าเรื่องไม่จริงที่เขาแต่งเองให้ฟัง คุณก็ควรจะเข้าใจว่านั่นมิใช่เป็นการ “พูดปด” แต่เป็นความฝันของเขา และเป็นการเรียกร้องความสนใจหรือทำให้คุณพอใจ

คุณไม่ควรลงโทษเด็ก หรือดุเด็กว่า “โกหก” แต่ก็ไม่ควรจะเออออไปด้วย คุณควรรับฟังเขาให้จบ พร้อมกับชี้แจงว่าเป็นเรื่องที่สนุกมาก แต่บางตอนคงเป็นไปไม่ได้และชี้แจง เหตุผลให้เด็กฟังทีละเล็กละน้อย เด็กก็จะค่อย ๆ เรียนรู้ว่าเขาควรจะเลิก “พูดไม่จริง” เสีย

เมื่อเด็กโตขึ้นอายุเกิน 7-8 ขวบไปแล้ว เขาควรจะลดการพูดไม่จริงลง แต่ถ้ายังเป็นอยู่คุณก็ควรจะสำรวจว่าเป็นเพราะอะไร

พ่อแม่บางคนอาจพบว่าเด็กทำตามพ่อแม่นั่นเอง เพราะบางครั้งพ่อแม่เองก็พูดไม่จริงหรือมิฉะนั้นก็อาจเป็นเพราะการที่เด็กพูดปดทำให้เขาได้รับความสนใจมากกว่าการพูดความจริง ในกรณีเช่นนี้คุณก็ควรชี้แจงห้ามปราม บางครั้งอาจจะต้องลงโทษกันบ้างถ้าจำเป็น และเมื่อเด็กลดการพูดปดลงแล้วก็ควรชมเชยหรือให้รางวัล เพื่อเป็นกำลังใจให้เลิกทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่อไป

เด็กขโมย ชอบรังแกเด็กอื่น พูดคำหยาบ

สิ่งเหล่านี้อาจพบได้ในเด็กเพียงประการเดียว หรือพร้อมกันไปหมด เป็นอาการที่ แสดงออกถึงปฏิกิริยาที่ต่อต้านสังคม

ความประพฤติเช่นนี้ถ้าพบในเด็กเล็ก ๆ ที่อยู่แต่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ สาเหตุที่สำคัญ ก็มักเป็นเพราะมีแบบอย่างเช่นนั้นอยู่ในบ้านนั่นเอง ซึ่งอาจเป็นพ่อแม่ (โดยไม่รู้ตัวว่ากระทำ เช่นนั้น) หรือญาติ ผู้อาศัยอื่น ๆ

ในเด็กโต อาจจะได้รับอิทธิพลจากคนภายนอกครอบครัว สาเหตุสำคัญก็คือความรู้สึกอยากต่อต้านของเด็ก อยากทำในสิ่งที่ไม่ดี จึงควรหาสาเหตุว่าเพราะอะไรเด็กจึงประพฤติเช่นนั้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความไม่พอใจในครอบครัว จึงทำในสิ่งที่ผู้ใหญ่ไม่ชอบใจ หรือเป็นเพราะว่าในตอนแรก ๆ ผู้ใหญ่เห็นเป็นเรื่องน่าเอ็นดูที่ลูกพูดหยาบหรือรังแกคนอื่น จึงเท่ากับเป็นการกระตุ้นเด็กให้ฝังใจในพฤติกรรมนั้น ๆ การกระทำเหล่านี้ส่วนมากจะแก้ไขได้ถ้าเพิ่งเริ่มเป็น โดยเฉพาะถ้าเด็กใกล้ชิดกับผู้ใหญ่และเชื่อฟังดี เมื่อได้รับการตักเตือนก็จะเลิกประพฤติ เช่นนั้น ถ้าตักเตือนไม่สำเร็จก็อาจจะต้องลงโทษหรือให้รางวัลเมื่อไม่ทำ และถ้ายังไม่หายก็ควร ปรึกษาจิตแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุและหาทางแก้ไขเสียตั้งแต่อายุยังน้อย

ความกลัวของเด็ก

ความกลัวในเด็กเล็ก ๆ พบได้เป็นเรื่องปกติ

เด็กอายุ 3-4 ขวบ หรือแม้ถึง 7-8 ขวบ ก็ยังอาจมีความกลัวผี กลัวความมืด กลัวการอยู่คนเดียว กลัวสัตว์ใหญ่ ๆ กลัวถูกทอดทิ้ง หรือกลัวคนแปลกหน้า

ความกลัวชนิดต่าง ๆ นี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของเด็กแต่ละคน และสิ่งที่เป็นที่เขย่าขวัญอยู่ในขณะนั้น เช่น หนังสือพิมพ์ลงเรื่องคนฆ่าเด็กบ่อย ๆ เด็กก็อาจจะกลัวถูกฆ่า หรือลงเรื่องผีบ้าอาละวาดและผู้ใหญ่วิพากษ์วิจารณ์กันต่าง ๆ นานาเด็กก็อาจจะกลัวผีมากขึ้น สิ่งที่สำคัญก็คือการที่ผู้ใหญ่จะช่วยเด็กให้หายกลัวไปทีละน้อย ๆ เมื่อเขาอายุมากขึ้น การช่วยทำได้โดยการยอมรับความรู้สึกของเด็กและฟังถึงรายละเอียดสักเล็กน้อย แล้วจึงแสดงความเห็นใจพร้อมทั้งค่อย ๆ อธิบายถึงเหตุผลและความเป็นจริง ไม่ควรใช้การลงโทษเด็กเพราะจะทำให้เด็กกลัวมากขึ้นและไม่กล้ามาเล่าให้ฟังอีกต่อไป

ในวัฒนธรรมตะวันตกซึ่งส่งเสริมให้เด็กเป็นตัวของตัวเองมากกว่าทางตะวันออก การแยกให้เด็กนอนคนเดียวจะกระทำในเด็กอายุน้อย ๆ ตั้งแต่ยังไม่ถึงขวบเสียด้วยซ้ำ แต่ในสังคมไทย พ่อแม่ค่อนข้างจะห่วงลูกและให้ลูกพึ่งพานานกว่า การแยกให้เด็กนอนคนละห้องกับพ่อแม่ (ถ้าทำได้เช่นมีห้องพอ) ก็จะช่วยลดความกลัวลงได้ และเพิ่มความเป็นตัวของตัวเองให้เด็กได้เร็วขึ้น ซึ่งมีความจำเป็นมากในการดำรงชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบันนี้ควรเริ่มให้แยกห้องตั้งแต่ เมื่อเด็กอายุได้ 2-3 ขวบ โดยแม่อาจไปอยู่เป็นเพื่อนก่อนนอน เล่านิทานหรือร้องเพลงกล่อม จนหลับแล้วจึงค่อยลุกออกมา อาจเปิดไฟแรงเทียนอ่อน ๆ ไว้ให้ และบอกว่าถ้ากลัวก็ให้เรียกได้ แต่ไม่ควรยอมให้เด็กกลับมานอนกับพ่อแม่อีกนอกจากตอนแรก ๆ สัก 3-4 ครั้ง

ถ้าพ่อแม่เห็นชอบในวิธีการนี้และใจแข็งพอ เด็กก็จะเลิกกลัวไปเอง ความกลัวเหล่านี้ ควรจะค่อย ๆ หายไปเมื่อเด็กเข้าโรงเรียนและเข้าใจเหตุผลมากขึ้น ทั้งนี้จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของพ่อแม่ว่าจะใช้เหตุผลเพียงใด แต่มิใช่กระทำในอายุที่เด็กยังยอมรับไม่ได้ เด็กที่กล้า เกินไปไม่สมอายุก็ไม่ดี เพราะอาจจะเป็นจากการที่เขาพยายามข่มความกลัวที่ควรมีตามธรรมชาติ เพื่อเอาใจผู้เลี้ยงดูโดยที่ภายในยังกลัวอยู่ แต่ไม่กล้าแสดงออกเพราะเกรงว่าพ่อแม่จะไม่

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments