กิจกรรมการเล่นของเด็ก

author   January 25, 2013   Comments Off on กิจกรรมการเล่นของเด็ก

การเล่นของเด็กมีความจำเป็นสำหรับเด็กมากเท่าๆ กับการทำงาน ซึ่งเป็นของจำเป็นสำหรับผู้ใหญ่ เด็กไม่ได้เริ่มต้นชีวิตเมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่ได้เริ่มต้นชีวิตของเขานับตั้งแต่คลอด ประสบการณ์จากการเล่นของเด็กจะนำเด็กไปสู่การรู้จักรับผิดชอบตัวเองในวันข้างหน้า จึงเป็นการจำเป็นที่พ่อแม่ ครูและผู้ปกครองของเด็กจะได้เรียนรู้ว่า การเล่นช่วยให้เด็กสามารถจัดตัวเองเข้ากับสังคมและอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างมีความสุข เพราะฉะนั้นถ้าผู้ใหญ่รู้จักสนับสนุนการเล่นให้ถูกวิธีแล้ว การเล่นก็จะเป็นสิ่งมีค่ายิ่ง

ในขณะเดียวกันควรระลึกว่า การเล่นไม่ใช่เพื่อให้เด็กใช้เวลาว่างให้หมดๆ ไปเท่านั้น แต่การเล่นจะเป็นวิถีทางนำเด็กไปสู่การมีชีวิตอย่างผู้ใหญ่ และยังสามารถจะช่วยแบ่งเบาภาระจากผู้ใหญ่ได้ในบางโอกาส เช่น การทำสวนดอกไม้ การทำกับข้าว การซักผ้า การกวาดถูบ้านเรือน

เด็กได้อะไรบ้างจากการเล่น และจากประสบการณ์ของการเล่น เด็กได้เรียนรู้สิ่งแวดล้อม ได้เรียนรู้ รูปร่าง ขนาด ความหยาบ ความละเอียดของวัตถุที่เล่น เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงความแตกต่างของเสียงปริมาตร ความสูงตํ่า ความแตกต่างในระดับของเสียง ได้สังเกตเห็นความแก่อ่อนของสีและสีต่างๆ ได้รู้จักจังหวะและการทำตัวให้เข้ากับจังหวะ จากการเล่นอีกนั่นแหละที่เด็กได้ใช้อารมณ์และความคิดเห็นของเขาออกมาเป็นการกระทำ เด็กได้มีโอกาสทดลอง ค้นคว้า สอบสวน เด็กเกิดความคิด ความรู้สึก และสนุกสนาน

กิจกรรมส่วนใหญ่ของชีวิตเด็กคือการเล่น ฉะนั้นการขัดขวางการเล่นของเด็กไปเสียทุกอย่าง จนเด็กไม่รู้ว่าจะทำอะไรถูก เช่น จะลงไปวิ่งที่สนามก็เกรงจะหกล้ม จะเล่นดินเล่นทรายกลัวเด็กจะ เปื้อน บ้านจะสกปรก ซื้อตุ๊กตามาจะให้เล่นกลัวจะเสีย กลัวจะเก่า เก็บเอาไว้ในตู้ ให้แต่เพียงชำเลืองดู แต่เด็กมีความต้องการมากกว่านั้นคือ ต้องการลูบคลำ สัมผัส ต้องการเป็นเจ้าของ เมื่อเด็กจำต้องหาทางช่วยตัวเองให้เกิดความเพลิดเพลินด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่เหมาะสมนัก เช่น ชอบรังแกคน รังแกสัตว์ ชอบดูดมือ กัดเล็บ ชอบเอาของคนอื่นไปซ่อน เหล่านี้เป็นต้น

เราจะเห็นได้ว่า ชีวิตในเด็กนี้ไม่ใช่เป็นการเตรียมเพื่อไปเป็นผู้ใหญ่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ชีวิตในวัยเด็กเป็นวัยที่สำคัญมาก ซึ่งเด็กควรจะได้ใช้ชีวิตในระยะนี้อย่างมีความสุขและให้เกิดคุณค่าด้วย จากการเล่นเด็กจะได้ใช้ประสาทรับความรู้สึกของเขา และความไวของประสาทรับความรู้สึกจะเกิดขึ้นตามประสบการณ์ของการเล่นใหม่ๆ ดังเราจะเห็นเด็ก บีบ จี้ ไชของเล่น จับของเล่นกลิ้งไปกลิ้งมา ลองดมดู บางทีลองดูดดู ฟังเสียงดูว่าเสียงมาจากส่วนไหนของของเล่น ทำไมจึงมีเสียงเกิดขึ้นได้ ความสงสัยทำให้เด็กค้นหาต้นเหตุที่มาของเสียง โดยการแกะของเล่นออกมา ซึ่งบางครั้งก็ทำให้ของเล่นเสียไปเลยก็มี

การหาของเล่นที่ไม่มีอันตรายให้เด็กอายุ 4 ขวบเล่น ได้แก่ ลูกกระดุม แท่งไม้ ฟองนํ้า ขนนก เศษผ้า กระดาษแก้ว แท่งโลหะ ใส่กล่องไว้ให้เล่น ของเหล่านี้จะสามารถดึงดูดความสนใจของเด็กได้ครั้งละนานๆ ช่วยไม่ให้ซนออกนอกลู่นอกทาง ผู้ใหญ่อาจจะร่วมเล่นกับเด็กโดยการปิดตาเด็กให้เด็กสัมผัสของแล้วให้ทายว่า นั่นคืออะไร หรือวัตถุชิ้นใดหนักกว่ากัน หรือว่าไม่ปิดตาแต่ให้บอกสีโดยให้บอกว่าสีอะไรบ้างทำนองนี้เป็นต้น

ยังมีของเล่นอื่นๆ ที่เด็กชอบมาก เช่น เครื่องครัว เพราะเด็กชอบทำอะไรเลียนแบบผู้ใหญ่

น้ำเป็นเครื่องเล่นที่ดีอย่างหนึ่งเหมือนกัน พอเห็นนํ้าเด็กก็ตาลุกวาวเป็นประกายด้วยความดีใจ เด็กชอบแช่ในน้ำสาดน้ำ เล่นกันไม่มีวันเบื่อ

ทราย – ชอบร่อนทราย เอามือโกยทราย เอาทรายสร้างเป็นรูปภูเขา เป็นอุโมงค์ อย่างสนุกสนาน

โคลน – เอาดินมาปั้นเป็นรูปต่างๆ แล้วตากแดด

ดินนํ้ามัน แป้ง เป็นของเล่นในร่มที่ดีของเด็ก การระบายสีด้วยนิ้วมือที่เลอะเทอะมาก ในความรู้สึกของผู้ใหญ่นั้น เด็กชอบมาก เพราะได้มีโอกาสใช้ความรู้สึกสัมผัสของนิ้วมือในการเล่นของเล่นที่เหลวเละ ซึ่งทำให้เกิดอารมณ์เป็นสุขควบไปด้วย

เด็กๆ ควรจะได้มีโอกาสศึกษาธรรมชาติรอบๆ ตัวของเขา โดยปล่อยให้วิ่งไปตามสนามหญ้าด้วยเท้าเปล่า ให้ผิวหนังได้สัมผัสกับสายลมที่ผ่านมากระทบตัว เสื้อผ้า, หน้า และผม แล้วก็เดินเก็บใบไม้ร่วง ก้อนอิฐ ก้อนหิน เปลือกหอย เป็นการเพิ่มพูนความรู้แก่เด็กให้รู้ว่าโลกนี้มีของใหม่มากมายที่เขาจะต้องเรียนรู้อยู่เสมอ

เด็กซึ่งโตกว่า 10 ปีขึ้นไป คือเริ่มย่างเข้าวัยรุ่น มักจะชอบร้องเพลงขณะอาบนํ้า ล้างชาม หรือถูบ้าน เมื่ออยู่ด้วยกันเป็นพวกเป็นหมู่ ก็มักจะร่วมร้องเพลง ประสานเสียง ก่อความรำคาญให้กับผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ บางครั้งอาจจะถูกห้าม เด็กก็ต้องแอบไปร้อง ไปชุมนุมกันที่อื่น ซึ่งบางครั้งอาจจะสร้างความเดือดร้อนกลับมาสู่พ่อแม่ เด็กบางคนไม่เพียงแต่ร้องเพลง จะตบมือ กระทืบเท้า เคาะเท้า โยกตัวไปตามจังหวะเพลงด้วย นอกจากนี้เด็กวัยรุ่นยังชอบเล่นอะไรโลดโผน เช่น ต่อยมวย เตะฟุตบอล เล่นว่าว หรือพูดง่ายๆ ก็คือการเล่นที่ต้องมีการแข่งขันกัน หรือต้องมีการผจญภัยนิดหน่อย การหกล้มเลือดออกแขนเคล็ดเป็นเรื่องเล็กสำหรับเด็กวัยนี้ เด็กชอบเข้าหมู่เข้าพวก ชอบพาเพื่อนฝูงมาเฮฮาที่บ้าน เพื่อต้องการจะแสดงว่าเขาก็มีพ่อแม่ ครอบครัว บ้านช่องเป็นของเขาที่พอจะอวดได้ ฉะนั้นเด็กควรจะได้รับการสนับสนุนในเรื่องนี้ตามสมควร

เด็กอายุตํ่ากว่า 12 ขวบ จะชอบเล่นหยอดหลุม เล่นลูกหิน ยิงเป้า ยิงธนู โยนห่วง เป็นก้าวแรกของการเรียนรู้ว่าการเล่นกีฬาต้องมีแพ้ชนะ เด็กอายุ 4-5 ขวบ ชอบเล่นก่ออิฐ ก่อทราย ชอบเอาแท่งไม้สี่เหลี่ยมมาตั้งเป็นรูปต่างๆ ให้สูงมาก บางครั้งก็พังทลายลงมา บางคนอดทนดีพยายามใหม่ ทำแล้วทำอีกหลายๆ ครั้งกว่าจะสำเร็จ บางคนถึงกับนั่งร้องไห้เมื่อมันล้มลงมา บ่อยๆ เข้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เด็กเล่นผ่านมานี้ทำให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงการทรงตัวและจังหวะ ต่างเป็นการฝึกฝนเด็กไปในตัว ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในสิ่งที่ได้กระทำหรือที่จะกระทำ ทำให้เกิดความนึกคิดที่จะขวนขวายสร้างของเล่น หรือจัดทำของเล่นด้วยตัวเองได้เหมือนกัน

นอกจากนี้บางครั้งเด็กยังชอบเลียนแบบมารดา หรือเลียนแบบผู้อื่น เช่น เด็กผู้หญิงจะชอบแต่งตัว ถือกระเป๋า ถือร่ม ใส่กระโปรง อะไรเหล่านี้เป็นต้น ฉะนั้น ผู้ใหญ่ผู้ปกครอง ควรจะได้จัดหาของเก่าๆ ที่ใช้แล้วไว้ให้เด็กเล่นบ้าง หรือในการซื้อของเล่นให้เด็กควรซื้อของที่ราคาถูกพอสมควรและทนทาน การอบรมให้เด็กชอบสะสมเพื่อการศึกษา เช่น เริ่มต้นด้วยสะสมเปลือกหอย ใบไม้แปลกๆ เหรียญและแสตมป์ ตามลำดับ และควรฝึกฝนให้เด็กรักหนังสือ เริ่ม ตั้งแต่วัยเด็กเล็ก ด้วยการเล่านิทานจากรูปสัตว์ในหนังสือ ด้วยการอ่านให้พัง และในที่สุดให้หัดอ่านเอง

จากการฝึกการเล่นทั้งหมดดังกล่าวแล้ว ด้วยการสนับสนุนของผู้ใหญ่ จะทำให้เด็กเติบโตไปพร้อมที่จะรับผิดชอบตัวเองได้เมื่อเป็นผู้ใหญ่ ดังที่ท่านได้เห็นแล้วว่ารัฐบาลก็สนับสนุนเด็กมากในเรื่องเล่น โดยการสร้างสนามเด็กเล่นเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ และยังได้ตั้งสโมสรเยาวชนขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้เพราะการเล่นของเด็กเป็นบันไดขั้นแรกของชีวิตที่จะฝึกฝนจิตใจเด็กให้รู้จักอดทน เรียน รู้จักที่จะช่วยตัวเอง เรียนรู้ในการอยู่ร่วมกันเป็นพวกเป็นหมู่ เป็นพลังที่จะเสริมสร้างและเพื่อจะต่อสู้ในอนาคตกับชีวิตจริง

ที่มา:น.พ.ประสิทธิ์  หะริณสุต

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments