การให้ความสนใจในเรือนร่างของลูกน้อย

author   October 1, 2013   Comments Off on การให้ความสนใจในเรือนร่างของลูกน้อย

child1
ส่วนประกอบสำคัญของความภาคภูมิใจในตนเองคือความรู้สึกยอมรับและสบายใจในเรือนร่างของตน ความรู้สึกดังกล่าว จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติกับเด็กๆ ทุกคนถ้าพ่อแม่ของเขาไม่ไปทำลายมันเสียก่อน
พ่อแม่มักจะทำลายความพอใจในเรือนร่างของลูกโดยวิธีการที่ไม่รู้ตัว และโดยแสดงปฏิกิริยาแบบไม่ต้องใช้คำพูด เช่น หนูชัค อายุ ๒ ขวบ ชอบเล่นกับไอ้จู๋ของตัวเองและก่อนที่หนูน้อยจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไอ้จู๋เกิดแข็งตัวขึ้นมา คุณพ่อรีบตีมือพ่อหนูน้อยให้หยุดการกระทำนั้น “อะไรนี่ ลูกเรารู้จักสำเร็จความใคร่แล้วหรือ” คุณพ่อคิด
แม่หนูแพตตี้ทำผ้าอ้อมเปรอะไปหมด (คุณก็รู้ว่ามันน่าเกลียดแค่ไหน) “โอ๊ย” คุณแม่ร้อง “หนูทนอยู่ได้ยังไงนี่” ว่าแล้วคุณแม่ก็ทำจมูกย่นขณะเช็ดเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เธอ
แสตนกระโดดออกจากอ่างอาบน้ำแล้ววิ่งโทงๆ เข้าไปในห้องนั่งเล่นขณะที่คุณพ่อคุณแม่กำลังมีแขก คุณพ่อคุณแม่หน้าแดงก่ำไล่ให้แสตนกลับเข้าไปในห้องน้ำ “อย่าซนนะ” คุณพ่อกำชับ
ในไม่ช้าคุณก็จะมีลูกๆ สามคนที่มีความอับอายแสะรู้สึกไม่สบายใจกับเรือนร่างของเขาเอง แต่อะไรคือเรือนร่าง มันเป็นเพียงส่วนภายนอกของพวกเขาเท่านั้น ความอับอายและความไม่สบายใจในไม่ช้าจะครอบคลุมไปทั่วเรื่องอื่นๆ และจบลงด้วยการขาดความภาคภูมิใจในตนเอง
ความนับถือตนเองของลูกน้อยของคุณจะมีฐานรับที่มั่นคง ถ้าคุณช่วยให้เขายอมรับในเรือนร่างของเขาและการทำงานของมัน
คุณทำได้ถ้าเพียงแต่ทำในสิ่งตรงข้ามกับที่พ่อแม่ของชัค แพตตี้ และแสตนทำลงไป เมื่อลูกน้อยของคุณสำรวจเรือนร่างของตนเองให้ยอมรับว่านี่คือส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโตของเด็ก แต่เมื่อเห็นว่าแกออกจะเลยเถิดไปสักหน่อยก็พยายามจูงใจให้สนใจไปทำอย่างอื่นเสีย
เมื่อลูกของคุณทำผ้าอ้อมเปรอะเปื้อน อย่าไปทำให้เขารู้สึกว่าการทำงานของร่างกายเขาเป็นเรื่องน่ารังเกียจเสียเหลือเกิน พยายามแจ่มใสร่าเริง แม้ว่าคุณจะต้องเป็นคนทำความสะอาดสิ่งเปรอะเปื้อนเหล่านั้น
เมื่อลูกของคุณไม่สนใจที่จะปกปิดเรือนร่างเปลือยเปล่า คุณควรจะใช้ผ้าขนหนูห่อหุ้มร่างแกเสียอย่างอ่อนโยนหรือแต่งตัวให้ อย่าแสดงให้เห็นว่าน่าอับอายหรือโกรธเกรี้ยว
สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณสามารถทำได้คือเข้าใจว่าเรื่องของเรือนร่างเป็นเรื่องปกติธรรมดา เด็กๆ อ่านสีหน้าหรือการกระทำของคุณออก ถ้าคุณถือว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาแล้ว คุณก็จะสื่อผ่านเอาความรู้สึกนี้ไปยังลูกของคุณและช่วยให้เขาเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง
ที่มา:นายแพทย์ อัลวิน เอช. ไพรซ์ และ เจย์ เอ. แพร์รี่

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments