การแข็งข้อของวัยรุ่น

author   May 20, 2014   Comments Off on การแข็งข้อของวัยรุ่น

ถาม  จู่ๆ ลูกสาววัยรุ่นที่มีธรรมชาติอ่อนหวานของดิฉันก็กลายเป็นคนแปลกหน้าไป กลายเป็นคนน่ารำคาญและชอบบีบบังคับในทุกสิ่งทุกอย่าง และไม่ว่าดิฉันจะต้องการให้แกทำอะไรแกก็จะทำสิ่งที่ตรงกันข้ามเสมอ คุณจะกรุณาเล่าสิ่งที่ทำให้สบายใจเกี่ยวกับการแข็งข้อของวัยรุ่นให้ดิฉันฟังได้บ้างไหมคะ มันเริ่มตอนไหน และจะจบลงตอนไหน มันเกิดขึ้นเพราะอะไร นี่คือขั้นตอนตามปกติของพัฒนาการที่เด็กทุกคนต้องผ่านหรือเปล่า และเพราะอะไรคะ?

ตอบ การแข็งข้อของวัยรุ่นไม่ได้มีอยู่ทุกสังคมหรือทุกวัฒนธรรมในโลก นักวิทยาศาสตร์อย่างเช่นมากาเร็ต มี้ดที่ศึกษาเรื่องวัยรุ่นในวัฒนธรรมที่แตกต่างกันดูเหมือนจะเห็นด้วยว่าในวัฒนธรรมที่วัยรุ่นสามารถผ่านหัวเลี้ยวหัวต่อจากความเป็นเด็กเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ได้โดยง่าย รวดเร็ว และได้รับการยอมรับการสนับสนุนจากสมาชิกที่เป็นผู้ใหญ่ในชุมชนนั้นๆ ความแข็งข้อจะไม่เกิดขึ้นหรือถ้าเกิดก็มีน้อยที่สุด “พิธีผ่าน” หรือ พิธีการอื่นๆ ที่เด็กจะต้องผ่านในสังคมแบบโบราณช่วยให้การ ผ่านหัวเลี้ยวหัวต่อนั้นเป็นไปอย่างสะอาดและรวดเร็ว ดังนั้นจึงเป็นการหลีกเลี่ยงการพึ่งพาพ่อแม่อยู่เป็นเวลานานที่วัยรุ่นในวัฒนธรรมของเราประสบอยู่นี้ได้

ตามที่ผมได้ให้คำปรึกษาแก่พ่อแม่และวัยรุ่นหลายปีมานี้นั้นผมพอจะสรุปได้ว่าวัยรุ่นไม่ได้เป็นคนที่แข็งข้อมากเท่าที่คนส่วนใหญ่คิด ไม่เป็นที่น่าสงสัยหรอกว่าเราได้พบเห็นหลักฐานของการแข็งข้อในวัยรุ่น แต่ผมเชื่อว่าสิ่งนี้ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการที่พ่อแม่และเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ใหญ่อื่นๆ ในสังคมของเรา ไม่สามารถจะยอมรับส่วนหนึ่งของพัฒนาการตามปกติที่เด็กหนุ่มสาวทุกคนต้องผ่านในขณะที่ย่างเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่นี้ได้ ผมคิดว่าความแข็งข้อเกิดขึ้นในขณะที่ผู้ใหญ่ปรับตัวให้เข้ากับความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วอันนี้ไม่ได้ ในขณะที่เด็กหนุ่มสาวมีร่างกายที่มีขนาดเติบโตมากขึ้นและเริ่มมีความสมบูรณ์ทางเพศ ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าพวกเขาก็อยากจะปฏบัติตัวในลักษณะต่างๆ ที่วัฒนธรรมของเราเห็นว่าเป็นความประพฤติของ “ผู้ใหญ่” พ่อ แม่ที่ลังเลที่จะเห็น “เด็กเล็ก” ของตนเติบโตขึ้นจึงมักจะพยายามขัดขวางความเจริญเติบโตของพวทแกทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว เรื่องนี้ทำให้เด็กหนุ่มสาวที่เกี่ยวข้องต้องคับข้องใจ กระอักกระอ่วนใจและเจ็บปวด

ถ้าเรายังยืนยันว่าวัยรุ่นจะต้องทำตามคำสั่งของเราและยอมรับค่านิยมของเราแล้ว เราก็สามารถจะมั่นใจได้เลยว่าพวกเขาจะแข็งข้อกับเรา ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่ได้เป็นจริงอยู่เฉพาะกับวัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นจริงในสถานการณ์อื่นๆ ในชีวิตที่คนเราพยายามใช้อำนาจเหนือคนอื่นด้วย ในขณะที่ลูกยังเล็กนั้นพ่อแม่จะตัวโตกว่า แข็งแรงกว่าและอยู่ในฐานะที่จะควบคุมพฤติกรรมของลูกได้ แต่ขณะที่ลูกโตเป็นวัยรุ่นแล้ว พ่อแม่จะไม่มีอำนาจอย่างเดิมนั้นอีกต่อไป

ลูกสาววัยรุ่นที่มีธรรมชาติอ่อนหวานของคุณนั้นไม่ได้กลายเป็นคนแปลกหน้า แกเพียงแต่กำลังโตขึ้นเท่านั้นเอง และนี่หมายความว่าคุณจะต้องเปลี่ยนการมองแกเสียใหม่และรู้จักให้เสรีภาพและอิสรภาพกับแกให้มากขึ้นเพื่อให้แกสามารถพัฒนาทักษะส่วนตัวของแกเองสำหรับการเป็นอิสระและรับผิดชอบขึ้นมาได้ อย่าลืมว่าแกจะต้องทำความผิดพลาด จะเรียกร้องทำสิ่งต่างๆ ในลักษณะที่แกอยากจะทำและอาจจะเปลี่ยนความคิดเห็นของแกจากสุกขั้วอีกด้านหนึ่งไปสู่สุดขั้วอีกด้านหนึ่งได้ในฉับพลันในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้

ในช่วงเวลาเหล่านี้พ่อแม่หลายคนอาจจะวิตกว่าลูกวัยรุ่นของตนอาจจะได้รับอันตรายหรือเจ็บปวด ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามบอกให้ลูกทำสิ่งต่างๆ แทนที่จะปล่อยให้ลูกแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเอง นั่นคือเหตุผลที่ว่าเพราะอะไรในฐานะพ่อแม่ คุณจึงต้องยอมให้ลุกคุณเสี่ยงเท่าที่จำเป็นสำหรับความเจริญงอกงามส่วนตัวของแก ถ้าคุณทำให้ลูกสาวเข้ามาหาได้ตลอดเวลา และแสดงให้เห็นความรักและความปรารถนาอย่างจริงใจที่จะช่วยเหลือแกเวลาแกได้รับความเดือดร้อนหรือประสบความลำบาก แกก็อาจจะหันมาหาคุณได้ แต่พ่อหรือแม่บางคนจะบอก ว่า “ทำอย่างที่ฉันบอก ถ้าไม่เช่นนั้นก็อย่าวิ่งมาหาฉันในขณะที่เธอต้องการความช่วยเหลือ” คำขาดชนิดนี้อาจจะผลักไสลูกคุณให้ห่างออกไปจากคุณได้และทำให้แกต้องหันไปหากลุ่มเพื่อนฝูงเพื่อหาการสนับสนุนทางด้านอารมณ์ที่คุณงดให้นั้น ในแง่หนึ่งนั้นในช่วงเวลานี้พ่อแม่จำเป็นต้องปฏิบัติต่อลูกที่อยู่ในวัยรุ่นทั้งอย่างผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบ เป็นปกติและอย่างเด็กเล็กๆ ที่อาจจะวิ่งมาหาพ่อแม่เพื่อขอความช่วยเหลือเวลาที่มีความสิ้นหวัง

เมื่อหลายปีมาแล้ว ในขณะที่กลับจากพักผ่อนในฤดูร้อน ที่รัฐเมน อีริคลูกชายผมซึ่งตอนนั้นอายุได้ ๑๔ ปีกำลังหาซื้อรองเท้า ผมชี้ไปที่รองเท้าแบบไม่ผูกเชือกและถามเขาว่าคิดว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง เขาตอบอืออออย่างไม่แยแส เราไม่พูดกันอีก ผมก็เดินหน้าต่อไปและแนะนำให้เขาหารองเท้าแบบที่เขาชอบ หลังจากขับรถมาได้ยี่สิบนาทีแล้ว เราก็มาจอดรถที่หน้าร้านขายรองเท้าใหญ่แห่งหนึ่งและเขาบอกว่า “คุณพ่อรองเท้าเหล่านี้แหละที่ผมอยากได้” มันก็เป็นรองเท้าแบบเดียวกับที่เราเห็นเมื่อยี่สิบนาทีก่อนหน้านั้นนั่นเอง ผมบอกว่า “ดีแล้ว เราไปซื้อกันดีกว่า” แล้วผมก็เสริมว่า “ลูกก็รู้ใช่ไหมอีริค ว่าพ่อสามารถจะเข้าใจได้ว่าทำไมลูกถึงชอบรองเท้าเหล่านี้และเกลียดรองเท้าที่ลูกเห็นก่อนหน้านี้” เหตุผลที่เขาชอบรองเท้าพวกนี้และไม่ใช่รองเท้าที่เห็นก่อนนั้นก็มีเพียงว่าตอนนี้อายุเขามากกว่าตอนที่เขาเห็นครั้งแรกนั้นยี่สิบนาที ไม่มีการโต้เถียง ไม่มีการแข็งข้อ แต่มีความเข้าใจ ความต้องการของเขาในการที่จะแสดงตัวเองออกมาและทำสิ่งต่างๆ ด้วยวิธีของเขาเอง

ที่มา:ดร.ลี  ซอลค์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments