การแก้ปัญหาวัยรุ่นที่ไม่กระตือรือร้น

author   May 16, 2014   Comments Off on การแก้ปัญหาวัยรุ่นที่ไม่กระตือรือร้น

วัยรุ่น

จบมัธยมศึกษาฝันถึงเกียรติยศชื่อเสียง แต่ไม่ลงมือทำอะไร
ถาม ลูกชายวัย ๑๘ ปีของเราจบชั้นมัธยมศึกษาออกมาได้ราวเก้า เดือนแล้ว เขายังคงอยู่กับเราที่บ้านและไม่ได้ลงมาหางานหรือหาอาชีพ อะไรทำเลย ได้แต่เที่ยวพูดเพ้อฝันว่าจะเป็น “นักร้องเพลงร๊อคที่โด่งดัง” เราผิดไหมที่ปล่อยให้เขาลอยไปลอยมาในขณะที่เขาก็ได้แต่เพ้อฝันว่า “ทุกสิ่งันจะสำเร็จขึ้นมาเอง” โดยที่ตัวเขาไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรเลย?

ตอบ ใช่ครับคุณทำผิดที่ปล่อยให้เขาเอ้อระเหยอยู่อย่างนั้น มันเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณจะต้องทำให้เขารู้ว่าชีวิตความสำเร็จของคนเรานั้นมันไม่ได้เกิดขึ้นมาเองจากสิ่งที่ว่า “ทุกสิ่งมันจะสำเร็จขึ้นมาเอง” แต่มันเกิดจากความพยายามอย่างจริงจังจากตัวของเขา ที่จะตั้งเป้าหมายของตัวเองขึ้นมา แม้ว่าจะเป็นเพียงเป้าหมายในระยะสั้นซึ่งจะช่วยให้เขาได้เห็นความเป็นไปได้สำหรับอนาคตของเขาเองและวางแผนที่จะทำอะไรเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายนั้น

ผมคิดว่าถ้าคุณยังคงให้ความช่วยเหลือเลี้ยงดูลูกของคุณ ในช่วงเวลานี้ การทำเช่นนี้มีแต่จะทำให้เขางอมืองอเท้าและคิดฝันเกี่ยวกับความสำเร็จของตนเองมากกว่าที่จะเผชิญกับความจริงที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเจอเพื่อให้ประสบความสำเร็จได้ ผมคิดว่าคุณไม่ควรจะไปพูดอะไรเสียๆ หายๆ เกี่ยวกับการที่เขาอยากจะเป็นนักร้องเพลงร๊อคที่โด่งดังแต่อย่างใด ซึ่งมีแต่จะทำให้เขาไม่สบายใจและโกรธได้ อย่างไรก็ตามคุณก็ควรสนับสนุนให้เขาได้ลงมือทำอะไรจริงๆ จังๆ ที่มันจะเป็นหนทางไปสู่การเป็นดาราได้ ขอให้เขาทำงานเพื่อว่าเขาสามารถจ่ายค่าเล่าเรียน, ค่าอุปกรณ์ดนตรีและค่าใช้จ่ายแต่ละวันของเขาด้วยและแม้กระทั่งพอที่จะใช้จ่ายสำหรับค่าที่พักและค่าอาหารด้วย
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำอะไรที่จะก้าวใปสู่เป้าหมายเฉพาะของเขาเองในช่วงเวลานี้ เขาก็ยังสามารถทำงานบางอย่างได้พอที่จะหาเงินหาทองเพื่อใช้จ่ายที่จำเป็นส่วนตัวของตนเองได้ ในช่วงเวลาดังกล่าวเขาก็พอจะหาหนทางหรือคิดถึงเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงลงไปอีกสำหรับงานหรืออาชีพที่เขาต้องการอย่างจริงๆ จังๆ ด้วย

การทำงานเป็นประสบการณ์อย่างหนึ่งที่ช่วยให้คนเราได้เข้าใจถึงความเป็นจริงของอิสระเสรีและความรับผิดชอบด้ ถ้าลูกชายของคุณไม่ชอบงานที่เขาทำแต่เข้าใจดีถึงความจริงของชีวิตที่ว่าเขาต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงตนเองแล้ว ในที่สุดเขาก็จะมีกำลังใจที่จะทำอะไรลงไปเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่จะทำให้เขาพอใจและมีความสุขใจมากกว่าคิดเอาเอง แต่ตราบใดที่ครอบครัวของเขายังรับผิดชอบเลี้ยงดูเขาอยู่ ให้ฝันเฟื่องอยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน และก็ยังปฏิบัติต่อเขาราวกับว่าเขายังต้องพึ่งพาครอบครัวอยู่ละก็ เขาก็จะยังไม่รู้สึกว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นลงมือทำอะไรลงไปสักอย่างหนึ่ง และก็เหมือนกับเป็นการจำกัดเขาไม่ให้เติบโตขึ้นสักที ไม่ใช่เฉพาะแต่ในเรื่องการเรื่องงานเท่านั้นแต่รวมถึงในเรื่องของจิตใจอีกด้วย

ที่มา:ดร.ลี  ซอลค์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments