การเล่นเพื่อเรียน

author   January 25, 2013   Comments Off on การเล่นเพื่อเรียน

การเล่นมีบทบาทและมีอิทธิพลอย่างมากมายต่อกาวเจริญเติบโตทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมของเด็กทั้งนี้เพราะ

1. การเล่นเป็นวิธีการ หรือทางที่เด็กจะสร้างประสบการณ์ให้กับตนเองเพื่อเรียนรู้และรับรู้ สิ่งแวดล้อมและสิ่งซึ่งไม่มีใครจะสอนเขาได้

2. การเล่นเป็นวิธีการ หรือทางที่เด็กจะช่วยให้ตนเองสามารถปรับตัวและเปลี่ยนแปลงความคิด ความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ตรงกับความเป็นจริงรอบๆ ตัว

การเล่นของเด็กในระยะแรกของวัยมีลักษณะเป็นการเลียนแบบ เช่น การเล่นขายของเล่นเป็นพ่อแม่ เล่นตำรวจจับขโมย หรือการเล่นของเด็กในระยะต่อมาที่มีลักษณะเป็นจินตนาการ เป็นการสร้างสรรค์ด้วยตนเอง เช่น วาดรูปเล่น เล่นขายของที่ตนเองสร้างขึ้นมา เหล่านี้เป็นการสะท้อนให้เห็นกระบวนการการพัฒนาของเด็กโดยใช้การเล่นเป็นเครื่องช่วย นักจิตวิทยาและนักการศึกษาปัจจุบัน จึงถือว่า การเล่นคือการทำงานของเด็ก การจัดกิจกรรมการเรียน- การสอนมักจะมุ่งให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ในการทำ ค้นคว้า ทดลองและแก้ปัญหาด้วยตนเอง

การเรียนการสอนที่ให้โอกาสเด็กได้ทดลองพฤติกรรมแบบถูกผิดด้วยตนเองนี้มีความหมายต่อเด็กมากเพราะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกเป็นอิสระ สนุกสนาน เพลิดเพลินเด็กจึงมองพฤติกรรม การเรียนแบบนี้เป็นการเล่น และเกิดความสนใจโดยไม่จำเป็นต้องมีสิ่งอื่นมากระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้รางวัลหรือการทำโทษ และเมื่อมีความสนใจแล้วพฤติกรรมก็จะเปลี่ยนแปลงให้เกิดความใหม่อยู่เสมอ ซึ่งไม่เพียงแต่เพื่อจะดูว่าอะไรเกิดขึ้น แต่มีความมุ่งหมาย มีความคิดริเริ่ม การเปลี่ยนพฤติกรรมเช่นนี้ เป็นการแสดงความก้าวหน้าในระดับสติปัญญา และความคิดของเด็ก

เมื่อการเล่นมีความสำคัญต่อเด็กและช่วยให้การเรียนมีความหมายต่อเด็กมากขึ้น ครูผู้สอนจึงควรรู้จักเลือกหรือสร้างกิจกรรม อุปกรณ์ เพื่อช่วยให้การสอนของตนเป็นที่สนใจของเด็ก แต่

ในขณะเดียวกันก็มีคุณค่าทางการศึกษาด้วยกิจกรรมหรืออุปกรณ์ที่ช่วยให้การเรียนเป็นเล่นและการเล่นเป็นเรียนสำหรับเด็กอาจจะมีแนว ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ส่งเสริมพัฒนาการทางภาษา

ฟังเพื่อปฎิบัติ

เกมบก น้ำ อากาศ

ให้เด็กนั่งล้อมเป็นวงกลม คนหนึ่งเป็นคนสั่งอยู่กลางวง ถ้าคนสั่งชี้ที่ใคร แล้วพูดว่า “บก” คนนั้นจะต้องบอกชื่อสัตว์บกในทันทีทันใด ก่อนที่คนสั่งจะนับครบสิบ เช่นเดียวกัน ถ้าคนสั่งพูดว่า “น้ำ” หรือ “อากาศ” คนที่ถูกชี้จะต้องบอกชื่อสัตว์น้ำ หรือสัตว์ที่อยู่ในอากาศก่อนที่จะนับครบสิบถ้านึกชื่อไม่ออกหรือบอกผิดจะต้องออกมาเป็นคนสั่งแทน

พูดหรือเขียนเพื่ออธิบาย

เกมอะไรเอ่ย

ให้เด็กคนหนึ่งออกมาดูรูปภาพหรือของจริงของสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยไม่ให้คนอื่นเห็น แล้วอธิบายลักษณะ หรือคุณสมบัติของสิ่งที่ได้เห็นนั้น ผู้เล่นคนอื่นๆ จะทายว่าสิ่งนั้นคืออะไร หมายเหตุ เกมนี้อาจดัดแปลงเป็นเกม “ใครเอ่ย” “ที่ไหนเอ่ย” การอธิบายอาจจะใช้การพูดหรือการเขียน

เกมลำดับเหตุการณ์

1. ให้เด็กเรียงลำดับและอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรูปทั้ง 4

2. ให้เด็กเรียงลำดับรูปภาพต่อจากที่ครูตั้งต้นให้พร้อมทั้งอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรูปภาพทั้ง 4 (ในกิจกรรมขั้น 2 นี้ครูจะตั้งต้นรูปภาพในทางตรงกันข้ามกับเหตุการณ์ที่นักเรียน ตั้งต้นเองในขั้นแรก)

อ่านเพื่อเข้าใจ “การอ่าน”

ให้เด็กอ่านแถบประโยคประกอบเป็นเรื่องราวสั้นๆ หรือนิทาน แล้วสอดแถบประโยคนั้นในสมุดภาพให้รูปภาพตรงกับข้อความในแถบประโยคนั้นๆ

ส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาและความคิด

ลำดับเหตุการณ์และเวลา

1. ระยะสั้น

ให้เด็กเรียงลำดับเหตุการณ์ในรูปภาพพร้อมทั้งอธิบาย

2. ระยะยาว

ให้เด็กเรียงลำดับเหตุการณ์ในรูปภาพพร้อมทั้งอธิบาย

เข้าใจความสัมพันธ์ของเหตุและผล

ให้เด็กเรียงลำดับภาพพร้อมทั้งอธิบาย

สรุปคุณสมบัติหรือลักษณะเด่นร่วมของของสองกลุ่ม

จัดของสองกลุ่มที่มีลักษณะ หรือมีคุณสมบัติ เช่น

ให้เด็กเลือกคำตอบที่แสดงคุณสมบัติหรือลักษณะร่วมของของสองกลุ่มแล้วนำไปวางที่หัวแถว ดังในรูปปัญหา

เข้าใจเหตุผลทางวิทยาศาสตร์

นำขวดที่ใส่นํ้าไว้ประมาณครึ่งหนึ่งให้เด็กดู แล้วให้ระบายสีแสดงลักษณะของนํ้า ลงในกระดาษที่มีรูปขวดอยู่ 3 ลักษณะ

หลังจากที่เด็กเสร็จแล้ว จึงเอียงขวดที่ใส่น้ำนั้นตามลักษณะที่ 2 และ 3 เพื่อให้เด็กเปรียบเทียบกับรูปที่ตนระบาย

เข้าใจความคิดเห็นของผู้อื่นว่าอาจจะแตกต่างกับของตนได้

วางกล่องรูปร่างสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดกลาง และลูกบอลขนาดไล่เรี่ยไว้คู่กันกลางโต๊ะ จัดให้เด็กนั่งที่โต๊ะตรงข้ามกับครู หรือเพื่อน แจกกระดาษ ดินสอ ให้วาดรูปกล่องและลูกบอล ตามรูปร่างที่แลเห็น เสร็จแล้วแจกกระดาษอีกแผ่นให้วาดรูปของสิ่งทั้งสองอีกครั้งตามรูปร่างที่คิดว่าผู้ที่นั่งตรงข้ามกับตนจะแลเห็น

ส่งเสริมความพร้อมทางคณิตศาสตร์

จัดกลุ่มตามสี รูปร่าง หรือขนาด

ให้เด็กจัดกลุ่มกระดาษสีต่างๆ ที่เป็นรูปและขนาดต่างๆ จำนวน 12 ชิ้น เช่น จัดตามรูป (โดยไม่คำนึงสีและขนาด)

จาก 12 ชิ้นนี้ยังสามารถจัดกลุ่มตามขนาดและสีได้

จัดกลุ่มตามสีและรูปร่าง

ให้เด็กจัดกลุ่มกระดาษสีต่างๆ ที่ตัดเป็นรูปต่างๆ แต่มีขนาดเท่ากันจำนวน 12 ชิ้น

1. ให้เด็กจัดตามรูปโดยไม่คำนึงถึงสี เช่น

2. ให้เด็กจัดสีของสองแถวล่างให้ตรงกับสีของแถวบน

3. เมื่อสีตรงกันแล้ว ครูหยิบสีใดสีหนึ่งจากแถวใดแถวหนึ่งก็ได้ออกแล้วให้เด็กทายว่า สีอะไร รูปร่างอะไรหายไป

เปรียบเทียบลักษณะโดยการสัมผัส

ให้เด็กเอามือล้วงลงไปในกล่องที่มีผ้าปิดอยู่ตลอดเวลา โดยไม่บอกว่ามีอะไรข้างใน แล้วสัมผัสของที่เหมือนกันกับ 1 ใน 4 ของของที่วางให้ดูเปรียบเทียบนอกกล่อง เมื่อแน่ใจแล้วให้บรรยายลักษณะของของที่ได้สัมผัสนั้นและให้บอกว่าของที่อยู่ในกล่องนั้นคืออะไร โดยชี้ของที่เหมือนกันซึ่งอยู่ข้างนอก

เข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่

1. ให้เด็กเปรียบเทียบรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสทั้ง 2 ว่าเท่ากันหรือไม่ ครูอาจจะช่วยเด็กโดยการแนะให้ยก □ ข. ไปต่อบน □ ก. ก็ได้

2. เมื่อเด็กแน่ใจว่า □ ก. และ ข. เท่ากันทุกประการแล้ว ต่อหน้าเด็กแยก □ ข. ออกให้กระจาย ส่วน □ ก. แยกเพียง 1 ส่วน แล้วถามเด็กว่า □ ทั้งสองเท่ากันหรือไม่ พร้อมทั้งให้พิสูจน์คำตอบด้วย

เข้าใจเกี่ยวกับปริมาตร

1. ให้เด็กเปรียบเทียบนํ้าในแก้ว 2 ใบ ที่มีขนาดและความสูงเท่ากันว่า เท่ากันหรือไม่ เมื่อเด็กแน่ใจว่าเท่ากันแล้ว

2. ต่อหน้าเด็กเทนํ้าจากแก้วหนึ่งลงไปในแก้วที่มีขนาดเตี้ยและใหญ่กว่า ถามเด็กว่านํ้าในแก้วทั้ง 2 ใบเท่ากันหรือไม่ เมื่อเด็กให้คำตอบแล้ว ให้อธิบายเหตุผลและพิสูจน์ด้วย

หมายเหตุ อาจใช้ลูกหิน ลูกดิน หรือลูกปัดที่มีขนาดเท่าๆ กัน แทนน้ำได้

เข้าใจความหมายของจำนวน (ตัวเลข)

1. จัดเรียงฝาจุก 5 อันเป็นแถวที่หนึ่ง แล้วให้เด็กเรียงเองอีกหนึ่งแถว ให้มีจำนวนเท่ากันกับแถวบน

2. แยกฝาจุกเฉพาะแถวบนตามรูปที่ 2 และที่ 3 แล้วถามว่าจำนวนของฝาจุกทั้ง 2 แถว มีจำนวนเท่ากันหรือไม่ ให้อธิบายเหตุผล และพิสูจน์ด้วย

ที่มา:ดร.เลขา  ปิยะอัจฉริยะ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments